
Boomerang
ภาพ |
 |

GolfKung
รีวิว |
กราบสวัสดีแฟนๆชาว LCDTVTHAILAND ทุกๆท่านวันนี้กระผมนายกอล์ฟคุงและพี่ๆทีมงานจะขอนำท่านแฟนๆเว็บไซต์ไปรับชมบรรยากาศงานเวิร์คช็อปซัมซุงสมาร์ททีวี (Samsung Smart TV) ที่ถูกจัดขึ้นเมื่อวันอังคารที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2554 โดยบริษัทไทยซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ จำกัด งานนี้เราจะได้รับชมกันว่าเจ้าสมาร์ททีวีของซัมซุงประจำปี 2011 นี้จะมีฟังก์ชันการทำงานอะไรที่เป็นจุดเด่นบ้าง และแต่ละฟังก์ชันการทำงานที่เป็นจุดนั้นจะมีความแตกต่างจากทีวีเมื่อปีก่อนๆอย่างไร เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลาตามทางทีมงานไปรับชมบรรยากาศงานรวมถึงความรู้ต่างๆที่ได้จากงานเวิร์คช็อปในครั้งนี้ไปพร้อมๆกันเลยครับ
มาถึงนายกอล์ฟคุงไม่รอช้าขอจับปากกาลงทะเบียนก่อนเป็นลำดับแรก
มาถึงปุ๊ปงานก็เริ่มปั๊ป กับหัวข้องานที่มีชื่อว่า "Samsung SMART TV Media workshop"
งานเริ่ม คุณรัชตะ สุทธาพัฒน์ธานนท์ ผู้จัดการฝ่ายอาวุโสธุรกิจภาพและเสียง ออกมากล่าวเพื่อเปิดงานเวิร์คช็อปในครั้งนี้
หลังจากจบพิธีเปิดงานแล้ว คุณอัศวิน ชูสถาพรกุล(ซ้ายมือ) ผู้จัดการผลิตภัณฑ์แอลอีดีทีวีและแอลซีดีทีวี ซึ่งเป็นผู้บรรยายให้ความรู้แก่พี่ๆสื่อมวลชนในครั้งนี้ ออกมากล่าวแนะนำตัว พร้อมทั้งกล่าวต้อนรับพี่ๆสื่อมวลชนที่มาร่วมงานในครั้งนี้
เวลาประมาณ 14.35 น. หลังจากที่พิธีกล่าวเปิดงานและพิธีกล่าวต้อนรับสื่อจากพี่ๆทีมงานซัมซุงแล้วงานบรรยายก็ถูกเริ่มขึ้น ซึ่งจากการเข้าร่วมฟังการบรรยายในงานเวิร์คช็อปครั้งนี้นายกอล์ฟคุงและพี่ๆทีมงานแอลซีดีทีวีไทยแลนด์ทุกท่านต่างก็ได้รับความรู้เกี่ยวกับสมาร์ททีวีเพิ่มมากขึ้น ซึ่งจากความรู้ที่ได้ในครั้งนี้ทางทีมงานเห็นว่ามีประโยชน์ต่อแฟนๆเว็บไซต์เป็นอย่างมาก จึงได้นำความรู้ที่ได้จากการเข้าร่วมงานเวิร์คช็อปในครั้งนี้มาแชร์ให้แฟนๆเว็บไซต์ได้รับชมกัน ว่าแต่ความรู้เหล่านั้นจะมีอะไรบ้าง เรามาตามไปชมกันต่อเลยครับ
Smart TV ในปี 2011 มีจุดเด่นอยู่ 3 ส่วนหลักๆด้วยกัน ได้แก่ 1.ทางด้านดีไซน์ 2.ทางด้าน 3D 3.ทางด้าน Smart Hub (Smart TV)
1.ทางด้านดีไซน์ :: [ Slim Bazel ]
Slim Bazel :: ทีวีแบรนด์ซัมซุงรุ่นต่างๆเมื่อปีก่อนๆมีขนาดของขอบจอ (Bazel) ที่หนาถึง 28 มิลลิเมตร แต่ในปี 2011 นี้ด้วย "One Design" ทำให้สมาร์ททีวีของทางซัมซุงจะมีขนาดของขอบจอที่บางเพียง 5 มิลลิเมตรเท่านั้น (Slim Bazel) ซึ่งด้วยความบางที่ขนาด 5 มิลลิเมตรนี้ช่วยให้ภาพสามมิติที่ถูกถ่ายทอดออกมาจากเจ้าสมาร์ททีวีจะยิ่งดูมีมิติเพิ่มมากยิ่งขึ้น
จุดเด่นแรกกับ "One Design" ด้วยการลดขนาดของขอบจอทีวีลงจากเดิม
2.ทางด้านสามมิติ :: [ 3D Video Enhancement | 3D Glass Enhancement | 3D Sound ]
3D Video Enhancement :: Cross Talk Free
การรับชมภาพสามมิติจะดูมีรสชาติมากยิ่งขึ้นเมื่อปราศจากอาการ X-Talk (Cross Talk) ด้วยปัญหาดังกล่าวทางซัมซุงจึงคิดค้นวิธีการแก้ปัญหาใหม่ๆขึ้นมาด้วยการ
1.ลดความหนาแน่นของจอ (Panel) เพื่อให้ Response Time ทำงานได้ไวขึ้น
2.เปลี่ยนการสแกนของ Backlight ให้สแกนในแนวนอน
3.Local DCC : เทคโนโลยีควบคุมอุณหภูมิของ Backlight ให้มีความสม่ำเสมอมากยิ่งขึ้น ไม่ให้มีจุดใดจุดหนึ่งร้อนมากจนเกินไป ซึ่งด้วยเทคโนโลยี Local DCC นี้จะช่วยให้อาการ X-Talk นั้นลดลง ทำให้การรับชมภาพสามมิติจะได้ความสนุกสนานเพลิดเพลินเพิ่มมากยิ่งขึ้น
สมาร์ททีวีมาพร้อมกับ 3D Brightness
3D Video Enhancement :: 3D Brightness
3D Brightness เป็นฟังก์ชันการทำงานที่ช่วยถนอมสายตาให้แก่ท่านผู้รับชมเมื่อมีการเปิดรับชมภาพแบบสามมิติ ซึ่งจากเดิมเมื่อมีการสลับโหมดการรับชมจากภาพสองมิติเป็นภาพสามมิติ (2D -> 3D) แล้วแสงที่ถูกเปล่งออกมาจากหลอด Backlight จะมีการเปลี่ยนระดับอย่างรวดเร็ว (มืดลงอย่างรวดเร็ว)ทำให้สายตาของผู้รับชมต้องปรับเปลี่ยนอย่างรวดเร็วด้วยเช่นกัน ซึ่งจากการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วนี้จะทำให้สายตาของผู้รับชมเกิดความเมื่อยล้าได้ง่าย
แต่ด้วยฟังก์ชัน 3D Brightness จะช่วยให้เมื่อมีการสลับโหมดการรับชมจากภาพสองมิติให้กลายเป็นภาพแบบสามมิติแล้ว การทำงานของ BackLight จะมีการปรับระดับความสว่างให้ใกล้เคียงกับระดับความสว่างเดิมให้มากที่สุด (ใกล้เคียงในระดับที่สายตาของผู้รับชมสามารถรับรู้ความเปลียนแปลงนั้นๆได้น้อยที่สุด) และหลังจากนั้นระดับความสว่างก็จะค่อยถูกลดลงๆ เพื่อไม่ให้สายตาของผู้รับชมเกิดความเมื่อยล้าเมื่อมีการเปลี่ยนระดับแสงจากการสลับโหมดภาพ
3D Video Enhancement :: 3D Auto Depth Control
ความลึกของภาพหากมีมากเกินจะทำให้ผู้รับชมเกิดอาการปวดหัวได้ง่าย ด้วยฟังก์ชัน 3D Auto Depth Control จะช่วยควบคุมความลึกของภาพให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมช่วยให้ผู้รับชมไม่เกิดอาการปวดหัวเวลารับชมภาพสามมิติ
3D Auto Depth Control ช่วยให้ผู้รับชมได้รับชมภาพที่มีความลึกในระดับที่เหมาะสม
3D Glass Enhancement :: 3D Glasses
ในปี 2011 แว่นสามมิติของทางซัมซุงยังคงใช้เป็นแบบ Active Shutter Glasses แต่สิ่งที่แว่นสามมิติของทางซัมซุงแตกต่างไปจากเมื่อปี 2010 ก็คือในปี 2011 นี้แว่นของซัมซุงจะเปลี่ยนจากระบบรับส่งสัญญาณเดิมที่เป็นแบบอินฟราเรด (IR) เป็นแบบบลูทูธ (Bluetooth) ซึ่งข้อดีของแว่นสามมิติที่ใช้เทคโนโลยีบลูทูธเข้ามาช่วยในการรับส่งข้อมูลภาพก็คือ
1.แว่นหนึ่งอันสามารถจับคู่ (Pair) กับทีวีของซัมซุงได้ทุกเครื่องโดยไม่ก่อให้เกิดปัญหาการรบกวนกันของสัญญาณ
2.เมื่อรับชมภาพในสภาพแวดล้อมที่มีแสงสว่างจะไม่ก่อให้เกิดอาการภาพกระพริบ
3.ไม่ว่าจะนั้งหรือนอนการเชื่อมต่อหรือการจับคู่ระหว่างแว่นสามมิติกับทีวีสามมิติก็จะไม่ขาดออกจากกัน (หากอยู่ในระยะที่บลูทูธจะเชื่อมต่อถึงกันได้)
ปัญหาการรับชมภาพที่เกิดขึ้นจากการใช้แว่นสามมิติที่ใช้เทคโนโลยีอินฟราเรดจะหมดไปด้วยแว่นสามมิติแบบใหม่ที่เปลี่ยนไปใช้เทคโนโลยีการเชื่อมต่อแบบบลูทูธ
การรับชมภาพสามมิติโดยใช้ Active Shutter Glasses ของทางซัมซุงจะได้รับภาพที่มีความละเอียดแบบเต็มเม็ดเต็มหน่วย
ในขณะที่การรับชมภาพสามมิติจาก Passive Glasses จะได้รับชมภาพที่มีความละเอียดเพียงแค่ครึ่งเดียว (ความละเอียดสูงสุด/2) เท่านั้น
การรับชมภาพสามมิติโดยใช้ Active Shutter Glasses ของทางซัมซุงสามารถรับชมภาพในแนวตั้ง (Vertical Angle) ได้สูงถึง 180 องศา
ในขณะที่การรับชมภาพสามมิติจาก Passive Glasses จะรับชมภาพในแนวตั้งได้สูงสุดแค่ 20 องศาเพียงเท่านั้น ซึ่งถือว่าเป็นจุดหนึ่งที่ 3D แบบ Active ทำได้ดีกว่าอย่างเห็นได้ชัด
แว่นสามมิติรุ่นใหม่ของซัมซุงถูกออกแบบมาให้มีน้ำหนักที่เบาขึ้น และมีอัตราการตอบสนองที่ไวยิ่งขึ้น
>>อ่านต่อหน้าสอง<<
|