หน้า: [1]
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: แกะกล่อง Dune HD Smart D1 ครับ  (อ่าน 10568 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
nocturne
Full LED TV member
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1094


ดูรายละเอียด เว็บไซต์ อีเมล์
« เมื่อ: พฤศจิกายน 17, 2010, 06:36:26 pm »

ถึงคิวเครื่อง HD-Player รุ่นเล็กของ Dune สักที กับ Dune Smart Series สำหรับรุ่นนี้ทาง Dune ได้แบ่งเครื่องออกเป็น 3 รุ่นย่อย คือ D1 (Display), H1 (Harddisk) และ B1(Bluray) ซึ่งตัวแทนจำหน่ายของบ้านเรา นำเข้ามาจำหน่ายกัน 2 รุ่นคือ D1 กับ H1 ครับ

จุดขายของ Smart Series จะอยู่ที่ขนาดเครื่องที่ถูกลดขนาดลงเหลือเพียง 1/3 ของ รุ่น Base/Prime/Max เองครับ โดยเราสามารถซื้อโมดูลมาเพิ่มเติมได้เองในอนาคต และสามารถจัดเรียงกล่องโมดูลต่างๆ ได้เองครับ ไม่ว่าจะวางแนวนอนขนานไปกับตัวเครื่อง (วางต่อกัน 3 กล่องก็ได้ Dune HD Base  3.0 พอดี) หรือวางเรียงซ้อนกันไปก็ได้ครับ



ตัวเครื่องขนาดเล็กลง ขนาดกล่องก็เลยเล็กตามลงมาด้วยครับ เมื่อวางเทียบกันกับกล่อง Dune HD Base 3.0 จะเห็นความแตกต่างได้อย่างชัดเจน



เมื่อเปิดกล่องออก ภายในจะเห็นตัวเครื่อง Dune HD Smart D1 จัดวางอยู่ด้านซ้ายมือ และมีกล่องอุปกรณ์ต่างๆ มาให้ทางด้านขวา พร้อมคู่มือการใช้งาน 1 เล่มใหญ่ (ภาษาอังกฤษ)



อุปกรณ์ที่มีให้มาในกล่อง มีดังนี้ครับ



   1. เครื่อง Dune HD Smart D1
   2. รีโมต (ทรงมาตรฐานของ Dune ออกมากี่รุ่นๆ ก็หน้าตาแบบนี้ครับ ใช้งานแทนกันได้หมด)
   3. ถ่านรีโมต ขนาด AAA 2 ก้อน
   4. น็อตยึด Harddisk 1 ถุง (รุ่นนี้สามารถติดตั้ง Harddisk ไว้ภายในตัวเครื่องได้ 1 ลูก เดี๋ยวในบทความจะแนะนำวิธีการติดตั้งไว้ให้ด้วยครับ)
   5. หม้อแปลงไฟขนาด 12V/3A พร้อมสายไฟมาตรฐานให้มาอีก 1 เส้น
   6. สาย HDMI
   7. สาย A/V
   8. สาย USB (สำหรับเชื่อมต่อเครื่อง D1 เข้ากับคอมพิวเตอร์ สำหรับใช้โอนถ่ายข้อมูลระหว่างกันโดยไม่ต้องแกะ Harddisk ออกจากตัวเครื่องครับ)



ด้านหน้าตัวเครื่องจะเห็นหน้าจอแสดงผลการทำงานขนาดใหญ่จองพื้นที่ในส่วน ด้านหน้าของเครื่องไปเกือบทั้งหมดแล้วครับ ถัดลงมาทางด้านล่าง เรียงจากซ้ายไปขวา จะเป็น ปุ่มเปิด/ปิดเครื่อง, ช่องกลมสีดำนั่นคือจุดรับสัญญาณสั่งงานจากรีโมต, SD Card Reader, ช่อง USB และปุ่ม Eject (สำหรับใช้งานร่วมกับโมดูล BD-Drive ครับ) ตามลำดับ



ด้านข้างราบเรียบไม่มีช่องเจาะใดๆ ทั้ง 2 ด้านครับ วัสดุที่ใช้ผลิตตัวเครื่องเป็นเหล็กชั้นดีเคลือบสีไว้หนาพอสมควรให้ความ รู้สึกที่แข็งแรงทนทานใช้ได้เลยครับ



ความแตกต่างระหว่างรุ่น Smart Series กับรุ่นใหญ่กว่านี้ของ Dune จะมาเห็นเด่นชัดก็ตรงส่วนหลังเครื่องนี่ล่ะครับ ถ้าเอารุ่น Dune HD Base 3.0 เป็นตัวเปรียบเทียบ

   1. จำนวนช่อง USB ของ Smart Series จะถูกลดลงมาเหลือเพียง 3 ช่อง (Base มี 4 ช่อง)
   2. แต่จะมีเพิ่มช่อง SD Card Reader มาให้ที่ด้านหน้าแทน
   3. มีการเพิ่มช่องเชื่อมต่อ USB Slave ที่ให้มาพร้อมสายสัญญาณในกล่องเลย สำหรับไว้เชื่อมต่อเครื่องเข้ากับคอมพิวเตอร์ ไว้สำหรับจัดการไฟล์ต่างๆ ใน Harddisk ลูกที่ใส่ไว้ภายในตัวเครื่องได้ โดยไม่ต้องถอดออกจากตัวเครื่องครับ (แต่ความเร็วระดับ USB 2.0 คงไม่เหมาะนำมาใช้ถ่ายโอนไฟล์หนังเข้าออกจริงจังมั้งครับ เพราะคงไม่รวดเร็วทันใจเท่า SATA หรือ eSATA แน่นอน)
   4. ตัดช่องเชื่อมต่อ Analog Output 7.1 ออก (ทำให้รุ่น Smart Series ไม่สามารถนำไปใช้งานร่วมกับเครื่องเสียงรุ่นเก่าที่มีแต่ภาครับสัญญาณเสียง แบบ Analog ไม่ได้แล้วนะครับ)
   5. ตัดช่องเชื่อมต่อสัญญาณเสียง Digital แบบ Coaxial ออกไป เหลือเพียงช่องสัญญาณแบบ Optical กับ HDMI ให้เลือกใช้กันเท่านั้น (คงไม่ถูกใจนักสำหรับคนชอบแนวเสียงแบบ Coaxial หรือถ้ามีสายสัญญาณ Coaxial อยู่แล้ว ก็คงต้องลงทุนเรื่องสายสัญญาณเพิ่มเติมแทน แต่กับเพื่อนๆ ที่ใช้เครื่องเสียงรุ่นใหม่ๆ ที่รองรับการเชื่อมต่อผ่านสาย HDMI กันอยู่แล้วก็คงไม่มีปัญหาใดๆ ครับ)
   6. สุดท้าย คือการเปลี่ยนช่องจ่ายไฟจากเดิมที่ในรุ่น Dune HD Base 3.0 (และรุ่นสูงกว่านั้น) ใช้แบบท้าย IEC แล้วใช้เป็นวงจรแปลงกระแสไฟในตัวเครื่อง เปลี่ยนมาเป็นหม้อแปลงไฟขนาด 12V/3A แบบ Switching ภายนอก พร้อมปุ่มเปิด/ปิด แบบสวิทช์ ที่ด้านหลังตัวเครื่องแทน ส่วนหนึ่งเป็นเพราะขนาดของตัวเครื่องที่ถูกหั่นเล็กลงมามากเสียจนไม่สามารถ ยัดหม้อแปลงไฟไว้ภายในตัวเครื่องได้อีก

มองให้เป็นข้อดี ก็คือทำให้เครื่องมีขนาดที่เล็กลงกว่าเดิมมาก ลดความร้อนสะสมของการเปิดใช้งานตัวเครื่องลงได้เยอะ แลกมากับการที่คุณภาพการแปลงไฟที่ได้จากหม้อแปลงแบบ Switching ก็คงจะสู้ในรุ่นใหญ่ไม่ได้ แต่เราก็สามารถเลือกซื้อหม้อแปลงแบบคุณภาพสูงสำหรับใช้งานภายนอก ที่เห็นมีหลายสำนักทำออกมาขายเรียกเงินจากผู้ใช้งานขาโมฯ กันอยู่มากมายได้ครับ

มาดูวิธีการติดตั้ง Harddisk ภายในเครื่องรุ่น Dune HD Smart D1 กันต่อเลยครับ

1. ขันน็อตที่ด้านหลังตัวเครื่องออก 3 ตัว



2. สไลด์ฝาบนของตัวเครื่องออกมาทางด้านหลัง (อย่ายกขึ้นตรงๆ นะครับ เพราะจะติดตัวล็อกอยู่เล็กน้อย) ในส่วนนี้คงต้องเบามือกันสักหน่อยนะครับ



3. เมื่อถอดฝาออกจนหมดแล้ว จะเห็นแผงเหล็กภายในที่ทำไว้รองรับการติดตั้ง Harddisk ขนาด 3.5 นิ้วมาตรฐาน โดยขันน็อต Harddisk ติดกับตัวเครื่องภายในได้พอดี (โดยตัวแผงเหล็กนี้นอกจากใช้เป็นตำแหน่งยึด Harddisk แล้ว ยังใช้แผงกันความร้อนไม่ให้ความร้อน Harddisk ขณะทำงานเข้าไปรบกวนตัวชิปเซ็ตในแผงวงจรภายในเครื่องไปด้วยในตัวครับ)



4. ที่ด้านท้ายของตัวเครื่อง จะเห็นว่ามีสาย SATA+Power สำหรับเชื่อมต่อกับตัว Harddisk มาให้ภายในตัวเครื่องอยู่แล้ว ก็เพียงเชื่อมต่อสายเส้นนี้เข้ากับ Harddisk ขันน็อตยึดภายในให้เรียบร้อย ก็ปิดฝาเครื่องคืนกลับดังเดิม ก็เริ่มใช้งานได้ทันทีครับ (หรือถ้าใครมี Harddisk อยู่หลายลูก อาจเลือกใช้งานเป็น Harddisk Docking ไว้ภายนอกเครื่อง แล้วเชื่อมต่อผ่านสาย eSATA หรือ USB แทนก็ไม่เลวครับ)



สำหรับรายละเอียดในการใช้งานเครื่อง ผมคงจะไม่ลงรายละเอียดอะไรมากนักนะครับ เพราะเท่าที่ลองใช้งานดูแล้ว เหมือนกับเครื่องรุ่นพี่ อย่าง Dune Base/Prime/Max เกือบทุกประการเลยครับ หน้าตา UI ของเมนูต่างๆ ก็เหมือนกันเลย มีลูกเล่นต่างๆ เหมือนกันหมดครับ การรองรับไฟล์ซับไตเติ้ล ก็สามารถเปิดได้ทั้งไฟล์ซับแบบฝัง และแบบแยกแล้ว ลองกับไฟล์ BD-Fullrip ทั้งแบบเป็น Folder Base และ ISO ก็สามารถใช้งานได้เป็นอย่างดี แสดงผลเมนูของไฟล์ BD-Fullrip ได้เหมือนในเครื่องรุ่นพี่ทุกประการ กับไฟล์ .MKV เองก็ไม่มีปัญหาแต่อย่างใด เล่นไฟล์เสียงได้ทั้ง DTS-HD และ Dolby-TrueHD แล้วครับ พร้อมลุยกับเครื่องระดับ Mid End ถึง High End รุ่นอื่นๆ ได้อย่างสบายเลยครับ



*หน้าตาเมนู และลูกเล่นต่างๆ มีให้มาเหมือนกับในรุ่นใหญ่ของ Dune เลยครับ



*ปกหนังที่ทำมาจากคอมพิวเตอร์ สามารถแสดงผลได้ถูกต้องดี ทั้งปกนอก/ปกในครับ



* รูปนี้ผมดันเอียงกล้องตามเจ้า Joker ไปด้วย ต้องขออภัยครับ Tongue



* ลองเปิดไฟล์หนังดูทั้ง BD-Fullrip และ .MKV ไปประมาณ 4-5 เรื่อง ก็ยังไม่เจอปัญหาอะไร ใช้งานผ่าน Harddisk ภายในต่อเนื่องดู ความร้อนสะสมของตัวเครื่องมีน้อยมากครับ น้อยกว่า Base ด้วยซ้ำไป



สำหรับเพื่อนๆ ที่มองหาเครื่อง HD-Player คุณภาพสูงในราคาไม่แรง แนะนำให้พิจารณา Dune Smart Series ดูได้ครับ คุ้มค่าแน่นอน (D1 ดูดีมีชาติตระกูลมาก แต่การใส่ Harddisk ภายในตัวเครื่อง ก็อาจจะไม่สะดวกสำหรับทุกคน / ส่วน H1 การเปลี่ยนใส่ Harddisk ก็จะทำได้ง่ายขึ้นมาก เพราะเป็นแบบ Slot ที่ด้านหน้าตัวเครื่อง แต่ก็จะไม่ได้หน้าจอแสดงผลที่ด้านหน้าแทน - ส่วนต่างราคาระหว่าง 2 รุ่นนี้อยู่ที่ 500 บาทเท่านั้นครับ ก็เลือกใช้งานตามความชอบได้เลยครับ)

^_^
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Untitled Document