16 Dec 2020
Review

พรีวิว OnePlus 7T Pro McLaren Edition มือถือรุ่นเร็วแรงระดับ Super Car พร้อมจอแสดงผล 90 Hz HDR แบบไร้ติ่ง !!


  • lcdtvthailand

เทคโนโลยีความบันเทิงด้านภาพพัฒนามาถึงยุค “HFR” หรือ “High Frame Rate” เป็นที่เรียบร้อย จึงไม่แปลกที่จอภาพในปัจจุบันจะมี Refresh Rate สูงขึ้นเรื่อยๆ เพื่อตอบรับมาตรฐานนี้ และสำหรับ Smartphone รุ่นท็อปล่าสุดของ OnePlus ปัจจุบันก็ใช้จอแสดงผลที่ตอบสนองรวดเร็วถึง 90Hz เลยทีเดียว!

ดีไซน์

7T Pro คือ สมาร์ทโฟนรุ่นท็อปสุดของ OnePlus และสำหรับตัวที่ทีมงาน LCDTVTHAILAND ได้รับมาทดสอบยังเป็นรุ่นพิเศษ McLaren Edition ซึ่งการออกแบบลวดลายได้แรงบันดาลใจจาก Super Car ตัวแรง ดูโดดเด่นสะดุดตาตั้งแต่แรกเห็นด้วยกล่องสีส้ม

อุปกรณ์ที่ให้มามี Matte Case ผิวสัมผัสให้อารมณ์เหมือน หนัง+คาร์บอนไฟเบอร์ ซึ่งเป็นวัสดุที่ใช้ตกแต่งภายในรถหรูอย่าง McLaren สายชาร์จแบบ USB-C สีส้มสะดุดตาตามคอนเซ็ปต์ หัวชาร์จรองรับระบบชาร์จเร็วแบบ Warp Charge 30T และยังโอนถ่ายข้อมูลทันใจด้วยมาตรฐาน USB 3.1

สำหรับบอดี้ของ 7T Pro McLaren Edition เป็นวัสดุสีดำเงาหรูหรา ตัดด้วยสีส้ม ขอบมุมโค้งมนดูโฉบเฉี่ยว แต่จับได้ถนัดกระชับมือ

พร้อมลวดลายอันเป็นเอกลักษณ์ตัดกับโลโก้ OnePlus สีเงินด้านหลัง

ภาพ

ดังที่เกริ่นไปว่า Smartphone ตัวท็อปของ OnePlus ปีนี้ ให้จอไม่ธรรมดา เพราะเป็น AMOLED ความละเอียดระดับ QHD+ พร้อมด้วย Refresh Rate สูงถึง 90Hz มาดูกันว่าผลการใช้งานจะทำได้ดีเพียงใด

ความละเอียดหน้าจอของ 7T Pro สูงถึง QHD+ (3120×1440 pixels 516 PPI) ภาพคมชัดละเอียดเนียนตา แต่ก็สามารถปรับลดความละเอียดการแสดงผลเป็น FHD+ (2340×1080 pixels) ได้ สิ่งที่แลกกลับมา คือ การใช้พลังงานลดลง แบตเตอรี่จะอยู่ได้ยาวนานขึ้นนั่นเอง

ตัวเลือกตั้งค่า Screen Refresh Rate ยืนยันหน้าจอของ 7T Pro ว่า รองรับการแสดงผลรวดเร็วถึง “90Hz” แต่จะได้อานิสงส์เต็มศักยภาพก็ต่อเมื่อแอพพลิเคชั่นรองรับการแสดงผลแบบ HFR (High Frame Rate) สามารถกำหนดปรับลดมาที่ 60Hz เพื่อประหยัดแบตฯ ได้เช่นกัน

การแสดงผลของแอพทั่วไป เช่น เปิดเว็บ เลื่อนดู Facebook Instagram อ่าน ebook จอ 90Hz ดูลื่นและสบายตากว่าจอ 60Hz

การเล่นเกมน่าจะดึงศักยภาพของจอ 90Hz ออกมาได้เต็มที่มากที่สุด อย่างไรก็ดีเกมในปัจจุบันส่วนใหญ่ เฟรมเรตจะตันที่ 60FPS การเล่นกับจอ 90Hz ของ 7T Pro จึงไม่รู้สึกถึงความต่างจากจอ 60Hz เท่าใดนัก ในจุดนี้เชื่อว่าจะได้รับการพัฒนาต่อเนื่องในอนาคตครับ

จอของ 7T Pro ไม่ได้มีดีแค่เรื่อง 90Hz Refresh Rate เพียงอย่างเดียว ในส่วนของสีสันก็ทำได้ไม่ธรรมดาตามสไตล์ AMOLED ที่ให้สีดำที่ดำสนิท มุมมองกว้าง คอนทราสต์ดี ขอบเขตสีแบบ Wide Color Gamut ดูสดใส

7T Pro สามารถปรับเปลี่ยนมาตรฐานการแสดงขอบเขตสี (Color Space) ได้ 3 แบบ และไฟน์จูนในสวนของอุณหภูมิสี (White Balance) ให้เที่ยงตรงขึ้นได้ที่หัวข้อ Screen Calibration

ผล Lab Test พบว่า AMOLED Wide Gamut ให้ขอบเขตสีกว้างที่สุดตามคาด จึงไม่แปลกที่สีสันจะดูสดจัดมากที่สุดเมื่อเทียบกับตัวเลือกอื่น โดยครอบคลุมมาตรฐาน DCI-P3 ถึง 99.9%, Adobe RGB ถึง 92.4% และ Rec.2020 76.7%

ส่วนดุลสี White Balance จะติดโทนเย็นหน่อยๆ ค่าความผิดเพี้ยน (dE เมื่ออิงมาตรฐาน D65, DCI-P3) เฉลี่ยที่ 3.62 ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ดีสำหรับโหมดการแสดงผลกึ่งๆ สไตล์รุกเร้าแบบ Vivid/Dynamic

ตัวเลือกถัดมา Display P3 โดยนัยเป็นการพยายามอิงสีสันให้ใกล้เคียงมาตรฐาน “DCI-P3” ที่ใช้อ้างอิงในโรงภาพยนตร์ ขอบเขตสีจะหดแคบลงเล็กน้อยสีจึงดูไม่สดจัดเท่า AMOLED Wide Gamut ครอบคลุม DCI-P3 97.2%, Adobe RGB 87.5% และ Rec.2020 70%

อย่างไรก็ดีเมื่อตรวจสอบค่าความผิดเพี้ยน (dE เมื่ออิงมาตรฐาน D65, DCI-P3) พบว่า ยังเป็นรอง AMOLED Wide Gamut ครับ

ตัวเลือกสุดท้าย sRGB ก็ตรงตัวตามชื่อว่าเน้นการแสดงสีให้ใกล้เคียงมาตรฐาน “sRGB” ซึ่งเป็นมาตรฐานที่เรียกว่าเป็น “พื้นฐาน” ของจอภาพทุกชนิดบนโลกใบนี้ ปัจจุบันใช้อ้างอิงแพร่หลายมากที่สุด แต่ด้วยลักษณะของขอบเขตสีที่แคบกว่าโหมดอื่นๆ มองเผินๆ อาจจะดูจืดๆ สีไม่ฉูดฉาดนัก

ผลการทดสอบจริงพบว่า ตัวเลือกนี้ขอบเขตสีจะครอบคลุม sRGB ที่ 91.8% ค่าความผิดเพี้ยน (dE เมื่ออิงมาตรฐาน sRGB) เฉลี่ยที่ 3.94 ดุลสีจะติดโทนเย็นนิดนึง เหมือน 2 โหมดข้างต้น

หากทำการปรับอุณหภูมิสีเพิ่มเติมในโหมด AMOLED Wide Gamut โดยเลื่อนแถบอุณหภูมิสีชดเชยไปทาง “Warm” เล็กน้อย สมดุลแสงขาวจะดีขึ้น ใกล้เคียงมาตรฐาน White Point ที่ D65 มากยิ่งขึ้น ค่าความผิดเพี้ยน (dE) เฉลี่ย ก็จะลดต่ำลงมาอยู่ที่ 2.95

ผลลัพธ์ข้างต้นยืนยันว่า การถ่ายทอดสีสันที่เที่ยงตรงของหน้าจอ One Plus 7T Pro McLaren Edition เป็นที่น่าพอใจมากทีเดียว โดยเฉพาะเมื่อรับชมคอนเทนต์แบบ HDR ส่วนการรับชมคอนเท็นต์แบบ SDR หากอิง AMOLED Wide Gamut + Calibrated Color Temp สีสันจะดูสดกว่าปกตินิดหน่อยตามสไตล์จอที่ให้ขอบเขตสีกว้าง แต่ก็น่าจะเตะตาถูกใจหลายๆ คน

ทดลองรับชม Netflix กับ 7T Pro พบว่า สามารถรับชมที่ความละเอียดสูงถึง “1440p” เลยทีเดียว (smartphone ส่วนใหญ่มักจะดู Netflix ได้ที่ความละเอียด 1080p) และยังรองรับการแสดงผล HDR10 ด้วย

7T Pro ให้ความสว่างสูงสุด (HDR Peak Brightness – 10% Window) 616 nits ขอบเขตสี 99.9% DCI-P3 หากอิงมาตรฐาน Mobile HDR Premium (>540 nits, >90% DCI-P3) ก็ถือว่าผ่านสบายๆ 

เช่นเดียวกับการรับชมคลิปผ่าน YouTube รองรับความละเอียดสูงสุดที่ 1440p60 HDR
แน่นอนว่าจอคุณภาพสูงของ 7T Pro นอกจากรายละเอียดคมชัด สีสันสะดุดตาจากรายละเอียดแบบ HDR แล้ว ยังช่วยให้รับชมภาพยนตร์ได้เต็มตา เต็มอรรถรส ไม่มีติ่งอะไรมาบดบังกวนใจ
จอภาพ 6.67 นิ้ว อัตราส่วน 19.5:9 (2.16:1) ใกล้เคียงมาตรฐานภาพยนตร์ 21:9 (2.35:1) การรับชมปกติจะมีแถบดำบน-ล่างเล็กน้อย แต่ถ้าขยายภาพดูแบบไม่ให้เห็นแถบดำ รายละเอียดภาพด้านข้างจะถูกคร็อปหายไปเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

เพิ่มเติม

ขุมพลังจาก Qualcomm® Snapdragon™ 855 Plus, Adreno 640 GPU, 12GB Ram + 256GB USF 3.0 พิสูจน์ความแรงของ OnePlus 7T Pro McLaren Edition ด้วยผลคะแนนทดสอบรวม 490635 จาก AnTuTu

เปรียบเทียบลักษณะการติดตั้งกล้องหลังแบบ Triple Camera ของ 7T Pro จัดวางเรียงในแนวตั้ง แตกต่างจากรุ่นน้อง 7T ที่จัดวางในแนวนอน

กล้องหลักใช้เซ็นเซอร์ Sony IMX586 ความละเอียดสูงสุด 48 MP ค่ารูรับแสง f/1.6 พร้อมกันสั่นแบบ OIS และ EIS ส่วน กล้องรองติดตั้งเลนส์ระยะ Ultra Wide Angle (117 FOV) f/2.2 ความละเอียด 16 MP และ Telephoto (3X Optical Zoom) f/2.4 ความละเอียด 8 MP

ผมทดลองนำ 7T Pro ไปถ่ายรูปในงาน Motor Expo 2019 กล้องหลังทั้ง 3 ระยะ เพิ่มความสะดวกและให้มุมมองที่หลากหลายดีทีเดียว

ตัวอย่างรูปถ่ายจาก 7T Pro

ในส่วนของการถ่ายวิดีโอ รองรับความละเอียดสูงถึง 4K 60FPS คุณภาพออกมาดีทีเดียว จะเอาไปใช้ถ่ายทำคอนเทนต์ลง YouTube ก็ได้ และหากต้องการระบบลดทอนการสั่นไหวที่นิ่งแบบน้องๆ ติด Gimbal สามารถเสริมระบบกันสั่นแบบ EIS เพิ่มได้ แต่ความละเอียดจะปรับลงมาที่ 1080p

สรุป

ถือเป็นรุ่นท็อปของ OnePlus ที่ดู “หรู” และ “แรง” ตามคอนเซ็ปต์ Super Car จาก McLaren โดยเฉพาะจอ AMOLED ขนาด 6.67 นิ้ว ความละเอียด QHD+ (3120×1440 pixels 516 PPI) รองรับการแสดงผล HDR10+ ให้ขอบเขตสีกว้าง ตอบสนองรวดเร็วด้วย Refresh Rate สูงถึง 90Hz และยังสามารถไฟน์จูนปรับแต่งการแสดงผลให้สีสันที่เที่ยงตรงได้อีกด้วย

ราคาเปิดตัว OnePlus 7T Pro McLaren Edition (12GB/256GB) 29,900 บาท