23 Dec 2020
Review

รีวิว LG Tone Free หูฟัง True Wireless ปรับแต่งเสียงโดย Meridian พร้อมเคสชาร์จ UVnano ฆ่าเชื้อแบคทีเรียในหูฟังได้


  • TopZaKo

รีวิว LG Tone Free หูฟัง True Wireless ปรับแต่งเสียงโดย Meridianพร้อมเคสชาร์จ UVnano ฆ่าเชื้อแบคทีเรียในหูฟังได้

รับชมในรูปแบบวีดีโอที่ด้านบนนี้เลยจ้า

ใครที่กำลังมองหาหูฟังไร้สายคู่ใหม่ไว้สำหรับ ดูหนัง ฟังเพลง อยู่หละก็ต้องห้ามพลาดเลยกับ Tone Free หูฟัง True Wireless ตัวท๊อป รุ่นใหม่ล่าสุดจาก LG ที่ผมจะพาทุกคนไปทำความรู้จักกันครับ

LG Tone Free หรือ HBS-FL7 ตัวนี้เป็นหูฟังแบบ True Wireless หรือ หูฟังไร้สายแยกข้างแบบอิสระ ดีไซน์โดยรวมมาในขนาดเล็กกะทัดรัด น้ำหนักเบา มีน้ำหนักต่อข้างเพียง 0.007 กรัม เท่านั้น การออกแบบบริเวณหูฟังมีรูปทรงที่เขากับใบหู พร้อมดีไซน์แบบ Semi-open ที่ให้ความกระชับในการสวมใส่ เบาสบายไม่อึดอัด สวมใส่ได้ตลอดทั้งวัน ปลอกหูฟังให้มาทั้งหมด 3 ขนาด (S, M, L) สามารถเลือกใช้ตามขนาดที่เหมาะสมกับขนาดของหูได้เลย

ตัวหูฟังใช้เป็น Bluetooth 5.0 เวอร์ชั่นใหม่ล่าสุด ทำให้มั่นใจในเรื่องของคุณภาพสัญญาณรวมถึงคุณภาพของเสียงได้เลย สามารถนำหูฟังไปใช้งานในที่ต่างๆ ได้สะดวกสบาย เช่น ในบ้าน, ระหว่างนั่งรถไปทำงาน หรือจะนำไปใช้ในการออกกำลังกายก็ไม่ต้องกังวลเพราะตัวหูฟังสามารถกันน้ำได้ในระดับ IPX4 ที่สามารถกันน้ำ กันฝน และเหงื่อได้อย่างสบาย

ด้านเสียงของ Tone Free ตัวนี้ได้รับการออกแบบภายใน และการปรับจูนเสียงโดย Meridian ผู้ผลิตเครื่องเสียงระดับ Hi-End ชื่อดังจากประเทศอังกฤษ โดยภายในได้รับการออกแบบเป็นแบบ Multi-Layer Metal Speaker ที่ใช้เป็นวัสดุโลหะคุณภาพสูงหลายชั้นประกอบกัน ซึ่งจะให้เสียงที่มีความคมชัด มีน้ำหนักเสียงที่ดี ให้คุณภาพเสียงที่เหนือกว่าหูฟังทั่วไปที่ใช้วัสดุภายในเป็นแบบพลาสติก

จากที่ได้ทำการทดสอบเสียงของเจ้า Tone Free ตัวนี้ เสียงจะออกแนวฟังสบายๆ เสียงแหลมเสียงกลางมีความนุ่มนวล เสียงเบสมาในระดับที่พอดีๆ เรียกว่าสามารถฟังได้กับเพลงทุกแนวเลย แต่หากนำไปฟังกับพวกเพลง Pop หรือ Easy Listening เนี่ยถือว่าเข้ากันเป็นอย่างมากเลยครับ ในเรื่องการคุยโทรศัพท์ก็มั่นใจได้เพราะตัวหูฟังได้ใส่ไมโครโฟนมาให้ในหูฟังทั้ง 2 ข้าง ที่จะช่วยลดเสียงรบกวนรอบข้างลง ทำให้เสียงพูดของเราส่งไปถึงผู้สนทนาปลายทางได้อย่างชัดเจน

อายุการใช้งานของแบตเตอรี่เมื่อชาร์จเต็มสามารถใช้งานได้นานสูงสุดถึง 6 ชั่วโมง และหากใช้งานร่วมกับกล่องชาร์จจะทำให้สามารถใช้งานได้นานสูงสุดถึง 21 ชั่วโมง เรียกว่าเพียงพอต่อการใช้งานได้ตลอดทั้งวันเลยทีเดียว นอกจากนี้หูฟังยังมาพร้อมเทคโนโลยี Fast Charge ชาร์จหูฟังเพียง 5 นาที ก็สามารถใช้งานฟังเพลงได้นานถึง 1 ชั่วโมงเลย

กล่องเคสชาร์จของหูฟังมีลักษณะคล้ายตลับแป้ง มีสกรีนโลโก้คำว่า “Tone” พร้อม “Meridian” กำกับไว้ด้วย บริเวณด้านข้างจะมีปุ่มไว้สำหรับ Paring เชื่อมต่อกับมือถือ, ไฟบอกสถานะ กับช่อง USB Type-C สำหรับชาร์จไฟ 

ภายในก็จะเป็นช่องสำหรับใส่ตัวหูฟังเพื่อชาร์จไฟ ที่จะมีแม่เหล็กช่วยให้เราสามารถเก็บหูฟังได้สะดวกสบาย และอีกหนึ่งสิ่งที่ผมชอบมากๆ ของหูฟังรุ่นนี้ คือ ภายในเคสจะมีไฟ LED ที่เรียกว่า UVnano ที่ในระหว่างที่เราทำการชาร์จตัวหูฟังอยู่ ก็จะทำการฉายแสงเข้าที่ตัวหูฟังเพื่อทำการฆ่าเชื้อแบคทีเรียต่างๆ ซึ่งทาง LG เคลมไว้ว่าสามารถฆ่าเชื้อได้มากถึง 90% ถือว่า LG เค้าใส่ใจเรื่องสุขภาพของผู้ใช้จริงๆ

สิ่งที่เป็นจุดเด่นอีกอย่างของเจ้า Tone Free ตัวนี้คือมาพร้อมการรองรับผู้ช่วยอัจฉริยะอย่าง Google Assistant ที่เราสามารถสั่งคำสั่งเสียงกับตัวหูฟังโดยตรงได้เลย การใช้งานเพียงแค่เตะหูฟังข้างใดข้างหนึ่งแล้วพูดคำสั่ง พูดเสร็จก็เอามือออก เพียงเท่านี้ก็เป็นการสั่งงาน Google Assistant เรียบร้อยแล้ว โดยสามารถใช้งานได้ทั้งมือถือระบบปฏิบัติการ Android และ iOS แถมยังสามารถใช้งานได้ทั้งภาษาอังกฤษและภาษาไทยอีกด้วย โดยสามารถใช้สั่งงานต่างๆ ได้เช่น “สภาพอากาศตอนนี้เป็นอย่างไรบ้าง ?”, “เล่นเพลง Hip-Hop บน Spotify”, “โทรหาแม่ฉันหน่อย” หรือใช้งานแปลภาษาร่วมกับแอป Google แปลภาษาได้อีกเช่นกัน

อีกหนึ่งสิ่งที่ไม่พูดถึงไม่ได้เลยก็คือเจ้าหูฟังตัวนี้มาพร้อมแอปที่ชื่อว่า LG Tone & Talk เมื่อเวลาที่เราทำหูฟังหายหรือไม่รู้ว่าวางไว้ตรงไหนก็สามารถใช้แอปในการตามหาหูฟังได้ โดยตัวแอปจะทำการส่งเสียงดัง “ปิ๊บๆ” ไปที่หูฟังผ่านสัญญาณ Bluetooth ที่เราได้เชื่อมต่อหูฟังไว้ เพื่อให้เราสามารถหาเจอว่าอยู่ตรงไหนได้นั่นเอง ส่วนในกรณีที่ไม่ได้เชื่อม Bluetooth ไว้ตัวแอปจะแสดงตำแหน่งล่าสุดที่หูฟังอยู่จาก GPS ให้เราเห็นแทน

และนี่ก็คือ Tone Free หูฟัง True Wireless ไร้สายรุ่นใหม่ล่าสุดจาก LG ที่จัดเต็มในทุกด้านไม่ว่าจะเป็นเรื่องคุณภาพเสียง การใช้งานต่างๆ ที่ครบครัน รอให้คุณได้ไปสัมผัสด้วยตัวเองกันครับ

ราคาเปิดตัว LG Tone Free อยู่ที่ 6,990 บาท

สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ LG Tone Free

บทความประชาสัมพันธ์