16 Dec 2020
Review

รีวิว Samsung Galaxy A80 จอไร้ติ่ง กล้องหมุนได้ จะถ่ายกล้องหน้าหรือหลัง ภาพก็คมชัด!


  • Dear_Sir

Samsung Galaxy A80 นับเป็นสมาร์ทโฟนที่ใครหลายคนรอคอย ด้วยเหตุที่มีจอแสดงผลแบบไม่มีติ่งให้กวนใจ กล้องหน้าคมชัด สดใส เท่ากล้องหลัง อีกทั้งยังอัดแน่นไปด้วยเทคโนโลยีมากมาย และเพื่อให้ง่ายต่อการตัดสินใจให้มากขึ้น ตามมาดูรีวิวนี้กันได้เลยว่า Samsung Galaxy A80 รุ่นนี้ มีอะไรโดดเด่นบ้าง

การออกแบบของรุ่นนี้ถือว่าปรับปรุงใหม่ไปหลายจุด ไม่ใช่มีเพียงแค่เรื่องจอที่สังเกตเห็นกันได้ง่ายที่สุดเพียงอย่างเดียว แต่เรื่องปุ่ม พอร์ตก็มีการปรับเปลี่ยนใหม่ อย่างขอบด้านขวาที่มีปุ่ม Power On/Off ก็มีการปรับตำแหน่งให้อยู่เกือบตรงกลาง ปุ่ม เพิ่ม/ลด ระดับเสียงก็อยู่ต่ำลงกว่าเดิม ทำให้สะดวกต่อการกดง่ายขึ้นเวลาจับเครื่องมือเดียว ตัวเฟรมเป็นอลูมิเนียม แข็งแรง ระบายความร้อนได้ดี ตัวด้านหลังเคลือบด้วย Gorilla Glass 6 

ปุ่มเพิ่ม/ลด ระดับเสียง
ด้านล่างจะเป็นช่องลำโพง, รูไมโครโฟน, พอร์ต Type-C และ ถาดใส่ Sim-Card รองรับซิมคู่ รุ่นนี้ได้ตัดช่องหูฟังออก และไม่รองรับ MicroSD Card
ปุ่ม Power ปรับระดับตำแหน่งลงมา กดง่ายขึ้นมาก
เครื่องที่ทางเราได้รับทดสอบคือสี Angel Gold และยังมีสี Phantom Black กับ Ghost White
มี 3 สีให้เลือก

อุปกรณ์ที่แถมมาให้พร้อมกันในกล่อง

1. หูฟังแบบ USB Type-C

2. สายชาร์จ พร้อมอแดปเตอร์

3. เคส

4. เข็มจิ้มถาดซิม

เคสดีมากนะบอกเลย

จอแสดงผลที่ใช้ใน Galaxy A80 เป็นแบบ Super AMOLED  ความละเอียด Full HD+ (1080 x 2400) ซึ่งจุดเด่นของจอ Super AMOLED นี้ อยู่ไม่พ้นเรื่องระดับสีดำ ที่ทำได้ดำสนิท ต่างกับจอแบบ LED ที่เวลาเป็นฉากสีดำจะแสดงผลเป็นสีเทาแทน นอกจากนี้ด้วยความที่กล้องหน้าใช้เป็นกล้องชุดเดียวกับด้านหลัง ทำให้เวลาเล่นเกม ดูคลิปวิดีโอ หรือดูซีรีส์ มันให้ความรู้สึกเต็มตา เต็มอารมณ์ เพราะบนจอไม่มีติ่ง หรืออะไรมาให้ขัดใจ พอดูมาถึงตรงนี้หลายคนคงเริ่มสังเกตแล้วว่าที่ด้านบน “ลำโพงสนทนา” มันหายไปไหน? พวกเซ็นเซอร์วัดระดับความสว่าง เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือต่างๆ อีกล่ะ? โดยเซ็นเซอร์ต่างๆ ถูกซ่อนเอาไว้ที่ใต้จอ ส่วนลำโพงสนทนาเปลี่ยนมาใช้แบบ On Screen Sound เสียงจะดังสะท้อนออกมาจากหน้าจอโดยตรง

*On Screen Sound จะแสดงผลต่อเมื่อใช้เวลาสนทนาเท่านั้น

จากการทดสอบพวกเซ็นเซอร์ต่างๆ ถึงแม้จะถูกซ่อนอยู่ใต้จอก็มีความแม่นยำสูง และเที่ยงตรง เพียงแต่ถ้าใครจะเอาตัวเครื่องไปติดฟิลม์ แนะนำว่าจะต้องหาฟิลม์ที่รองรับการแสกนลายนิ้วมือใต้จอด้วย ส่วนลำโพงสนทนาที่เปลี่ยนมาเป็นแบบใหม่ On Screen Sound ใช้เสียงสะท้อนผ่านหน้าจอ เสียงคู่สนทนาที่ได้ยินถือว่าคมชัดดี เพียงแต่ต้องวางตำแหน่งหูให้ตรงจุดกับลำโพง หากแนบหูเยื้องไปหน่อยก็จะได้ยินเสียงเบาลง แรกๆ คนใช้อาจจะยังไม่ชินว่าตำแหน่งอยู่ตรงไหน แต่พอใช้นานๆ ไปก็จะรู้จุดโดยอัตโนมัติ

ด้วยจอที่ขนาดใหญ่ถึง 6.7″ ทำให้เวลาชมวิดีโอที่มีอัตราส่วน 16:9 จึงอดหลีกเลี่ยง Blackbar ที่แสดงบริเวณด้านข้างซ้ายขวาไม่ได้ ถ้าเป็นจอทั่วไปขอบ Blackbar นี้คงกวนใจพอควรเพราะมันจะมีแสงลอดออกมา แต่ด้วยความที่รุ่นนี้เป็นจอ Super AMOLED เม็ดพิกเซลสามารถเปิด/ปิด แสงได้ด้วยตัวเอง ทำให้สามารถคุมสีดำได้สนิท ไม่มีแสงลอดกวนใจ แต่ถ้าเป็นวิดีโอที่มีอัตราส่วน 21:9 Blackbar จะมีให้เห็นน้อยมาก เราสามารถที่จะขยายภาพเพื่อให้ดูวิดีโอแบบเต็มจอได้โดยไม่เสียอรรถรส 

หนังแบบอัตราส่วน 21:9 มี Blackbar ให้เห็นเล็กน้อย
ขยายภาพแบบ Zoom To fill เพื่อให้ภาพเต็มจอ ภาพจะถูกตัดขอบด้านข้างไปนิดหน่อยเท่านั้น ขยายภาพแบบ Zoom To fill เพื่อให้ภาพเต็มจอ ภาพจะถูกตัดขอบด้านข้างไปนิดหน่อยเท่านั้น
Galaxy A80 เครื่องนี้ YouTube รองรับ HDR ด้วย!

โหมดการแสดงผลภาพในเครื่องมีให้เลือกสองแบบคือ Natural กับ Vivid ถ้าจะให้แนะนำกันจริงๆ ขอให้ใช้โหมดภาพ Vivid เพราะโหมดนี้ให้ขอบเขตสีตามาตรฐาน DCI-P3 สูงถึง 97.4% แต่ถ้าเป็นโหมด Natural จะทำได้เพียง 71.5% เท่านั้น ดังนั้นเวลาเล่นเกม หรือดูคลิปวิดีโอต่างๆ เราจะได้เห็นสีสันต่างๆ ได้มากขึ้น ส่วนความสว่างสูงสุด HDR Peak Brightness วัดที่ 10% Window ได้ค่าอยู่ราว 440-450 nits ทั้งนี้สำหรับใครที่อยากให้สีบนจอของตัวเครื่องได้อุณหภูมิสีที่ดีที่สดก็สามารถปรับค่า RGB ได้ตามภาพด้านล่างที่แนะนำไว้ได้เลย

*ในโหมด Vivid สามารถปรับค่าสี RGB ได้ด้วย และทางเราก็ไม่พลาดที่จะนำค่ามาให้ดูกันเพื่อให้ได้อุณหภูมิสีที่แม่นยำที่สุด

เพื่อให้ได้สีสันที่เต็มอิ่ม แนะนำเลือกโหมด ViVid
ปรับแต่ง White Balance เพื่อให้ได้ค่าอุณหภูมิสีที่ถูกต้อง

ทดสอบประสิทธิภาพ! ด้วยสเปค และระดับราคา Galaxy A80 ถูกวางตัวให้เป็นสมาร์ทโฟนระดับกลางเกือบท็อปของ Samsung ซึ่งแม้จะเป็นสมาร์ทโฟนระดับกลาง แต่ก็สามารถใช้งานหนักๆ ได้อย่างลื่นไหล ไม่ว่าจะเล่นเกม หรือท่องเว็บบราวเซอร์ และที่ถูกอกถูกใจไปกว่านั้นคือ Super Fast Charge ถึงแบตเตอรี่ที่ให้มาจะมากถึง 3,700mAh ก็สามารถชาร์จให้เต็มได้ด้วยเพียงแค่ 1 ชั่วโมง 15 นาที (นับจากแบตเตอรี่ลดเหลือ 20%)

สเปคเบื้องต้นของ Samsung Galaxy A80

> จอแสดงผล Super AMOLED ขนาด 6.7″ ความละเอียด Full HD+ (1080 x 2400)

> CPU Qualcomm Snapdragon 730 Octa-Core (Dual Core 2.2GHz + Hexa Core 1.7GHz) 

> RAM 8GB, หน่วยความจำ 128GB

> Weight 220g

> Battery 3,700mAh

> OS Android 9.0

> Tripple Camera / Selfie Camera 48MP + 8MP + 3D Depth

> Security On Screen Finger Print

ผลคะแนน Benchmark จาก Antutu
จอแสดงผลได้เต็มประสิทธิภาพ เล่นเกมได้ลื่นไหลปรับกราฟิกสุด เฟรมเรตอยู่ที่ 59-60fps
ในบางเกมที่ยังไม่มีแพทเพื่อรองรับกับจอของ Galaxy A80 ภาพก็จะกินขอบบ้างเล็กน้อย

กล้องหมุนได้!” ถือได้ว่าเป็นเทคโนโลยีใหม่พลิกวงการสมาร์ทโฟนเลยก็ว่าได้ เพราะเทคโนโลยีนี้สามารถตัดปัญหาไปได้หลายอย่าง ไม่ว่าจะเรื่องกล้องหน้าที่มาเบียดพื้นที่จอแสดงผลด้านหน้า หรือความคมชัดที่กล้องหน้าไม่เท่ากันกับกล้องหลัง 

กล้องของ Samsung Galaxy A80 มีด้วยกันทั้งหมด 3 ตัว แบ่งเป็นดังนี้

-กล้องหลักความละเอียด F2.0 48ล้านพิกเซล

-กล้องอัลตร้าไวด์ F2.2 ความละเอียด 8ล้านพิกเซล เก็บภาพได้ 123องศา

-กล้อง 3D Depth สำหรับวัดระยะชัดลึก

กล้อง Normal ระยะ 80องศา กล้อง Ultra Wide ระยะ 123องศา
เวลาเปิดกล้องหน้าเพื่อเซลฟี่กลไกด้านหลังจะสไลด์กล้องขึ้นมาแล้วหมุนกล้องโดยอัตโนมัติ

สำหรับสาวๆ ที่ชื่นชอบในการเซลฟี่ พอเห็น Beauty Mode ที่อยู่ใน Galaxy A80 เครื่องนี้จะต้องชื่นชอบมากเป็นพิเศษ เพราะว่าสามารถปรับความนวลเนียนของใบหน้า ปรับดวงตาให้กลมโต หรือจะเหลาคางให้เรียวขึ้นก็ทำได้ ซึ่งการปรับแต่งตรงนี้มีให้เลือกหลายระดับ อยากได้เนียนมาก เนียนน้อย ปรับแต่งเอาได้ตามใจความชอบของผู้ใช้ได้เลย

กดปุ่มถ่ายภาพเซลฟี่ปุ๊บ ถาดกล้องก็จะสไลด์ขึ้นมาพร้อมกับหมุนกล้องไปด้านหน้า
เซลฟี่ด้วยกล้องระยะ Normal
เซลฟี่ด้วยกล้องระยะ Ultra Wide

ส่วนสายถ่าย Portrait หน้าชัด หลังเบลอ ตอนนี้ฟีเจอร์ Live Focus ในรุ่นนี้ก็สามารถใช้งานได้ทั้งโหมดภาพนิ่ง และวิดีโอแล้ว เพียงแต่มีข้อแนะนำในการใช้คือควรเลือกสักระดับ 1-2 ก็พอ ถ้ามากเกินกว่านั้นการไล่ระดับระยะชัดลึกจะดูไม่ค่อยเนียนตาเท่าไหร่นัก

*ข้อแนะนำภาพพรีวิวตอนถ่าย Live Focus ถึงจะดูฟุ้งๆ แต่พอถ่ายออกมาจริงแล้วดูดีครับ ไม่ได้ฟุ้งเหมือนตอนภาพพรีวิวก่อนกดถ่าย  

ก่อนกดถ่ายภาพด้านหลังจะฟุ้ง
แต่พอกดถ่ายออกมาแล้วระยะชัดลึกกำลังดี ภาพไม่ได้ฟุ้งเหมือนภาพตอนพรีวิวก่อนถ่าย

จุดเด่น

1. จอแสดงผลเต็มอิ่มไม่มีติ่งกวนใจ

2. กล้อง Triple Camera ชุดเดียวกันทั้งหน้าหลัง ได้เลนส์ Ultra Wide, คมชัดเท่ากัน

3. Live Focus ใช้ได้ทั้งภาพนิ่ง และวิดีโอ

4. Super Fast Charge ชาร์จแบตได้เร็วมาก

5. รองรับ HDR บน YouTube และเกมบางเกม

6. จอ Super AMOLED ดำสนิท สีสันดี

ข้อสังเกต

1. ช่องหูฟัง 3.5 ถูกตัดออกไป

2. ในกล่องไม่มีสายแปลง USB Type-C to Type-A มาให้

3. ระบบเสียงไม่ได้เป็นแบบ Stereo

4. ไม่รองรับ Micro SD Card

สรุปแล้วจากที่ได้ลองใช้ ลองจับ ลองสัมผัส Samsung Galaxy A80 มาเป็นระยะเวลาหนึ่ง พบว่ารุ่นนี้มีจุดเด่นด้วยกันหลายด้านเริ่มตั้งแต่วัสดุที่ใช้เฟรมแบบอลูมิเนียม ด้านหลังเคลือบด้วย Gorilla Glass 6 ที่ทนทานต่อรอยขีดข่วน การออกแบบกล้องหมุนได้ แบบสไลด์ขึ้น ช่วยให้ได้ภาพที่คมชัดไม่ว่าจะถ่ายจากกล้องหน้า หรือกล้องหลัง จอแสดงผลที่เห็นภาพแบบเต็มอิ่มไร้สิ่งใดบดบัง พร้อมกับสเปคแน่นๆ ที่สามารถใช้งานได้อย่างไม่ติดขัด หากใครสนใจจับจองเป็นเจ้าของ ก็สามารถไปสู่ขอ Samsung Galaxy A80 ได้ในราคา 21,990 บาท

พิเศษ! เมื่อสั่งจอง Galaxy A80 ระหว่างวันที่ 18-31 กรกฎาคม รับฟรี Galaxy A80 x BLACKPINK Special Edition รวมมูลค่า 3,990 บาท> Case พร้อมลายเซ็นสมาชิกวง Blackpink แบบสุ่ม> แท่นชาร์จ Blackpink> Photo Card Limited Edition

หรือแลกรับหูฟังบลูทูธ AKG รุ่น Y500 มูลค่า 3,990 บาท (ของสมนาคุณมีจำนวนจำกัด)