17 Dec 2020
Review

จอสุดบรรเจิด ! รีวิว Samsung Galaxy Tab S 10.5 เหนือชั้นด้วยจอ AMOLED


  • lcdtvthailand

จอสุดบรรเจิด ! รีวิว Samsung Galaxy Tab S 10.5″ เหนือชั้นด้วยจอ AMOLED 

วันนี้ผมได้ Samsung Galaxy TabS ขนาด 10.5″ มารีวิวครับ ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องแปลกใหม่ที่ดีเนื่องจากเจ้า Galaxy Tab S ตัวนี้ใช้ตัวจอพาแนลเป็น AMOLED หรือ Active Matrix Organic Light Emitting Diode ซึ่งทีมงานเองเคยรีวิวจอทีวี OLED มาบ้างแล้ว และยังประทับใจศักยภาพมิรู้ลืม มาครั้งนี้เป็น Tablet บ้างก็เป็นโอกาสอันดีที่จะได้เอามาเปรียบเทียบกับพวก Tablet ที่ใช้จอแบบ LCD ทั่วไป จะเรียกว่าขออนุญาตจับชน “ตัวต่อตัว” ด้วยซะเลย เอาเป็นว่ามาดูสเป็คคร่าวๆกันก่อนเลย

Samsung Galaxy Tab S 10.5″ ปี 2014 ราคาเปิดตัว 19,900 บาท

Samsung Galaxy Tab S ขนาด 10.5″ มาพร้อมความความละเอียดหน้าจอละเอียดยิ่บ WQXGA 2560 x 1600 หรือ 4 ล้านพิกเซล มากกว่า Full HD ถึง 2 เท่า ใช้หน้าจอแบบ Super AMOLED ซึ่งพิกเซลแม่อย่างสีแดง น้ำเงิน เขียว สามารถเปล่งแสงสีได้ด้วยตัวเอง ไม่ต้องพึ่งหลอดไฟ LED ในการส่องสว่างเหมือนจอ LCD ทั่วไป ใช้ซีพียู Exynos 5 Octa Core (1.9 GHz Quad Core + 1.3 GHz Quad Core) ผนวกระบบปฏิบัติการ Android Kitkat 4.4.2  มี Memory 3 GB Ram, 16 GB Memory พร้อมช่องใส่ Micro SD Card ซึ่งรองรับสูงสุดถึง 128 GB กล้องหลังความละเอียด 8 ล้านพิกเซล แบตเตอรี่มีความจุ 7900 mAh จากจัดได้ว่าเป็น Tablet เกรด “ท็อปเอ็นด์” ในช่วงเวลานี้

ดีไซน์

มาดูเรื่องดีไซน์กันบ้าง ตัวที่ผมได้มาทดสอบเป็น Titanium Bronze คืออกแนวสีทองแดงอมทอง (น้ำตาล) แนวนาฬิการข้อมือหรูๆแบบ Rose Gold ยังไงอย่างนั้น ช่องใส่ Sim Card และ Micro SD อยู่ด้านขวา และปุ่ม Power และปรับระดับ Volume อยู่ด้านบน มีช่อง Speaker แบบ Stereo ซ้าย-ขวามาให้ด้วย  ขนาดของตัวเครื่องมีความบางเพียง 6.6 มิลลิเมตรและมีน้ำหนักอยู่ที่ 465 กรัม ถือว่าบางแะเบามาก

ด้านหน้าอันหล่อเหลา จุดสังเกตคือ Samsung จะให้ความสำคัญกับการใช้งานแนวนอนมากกว่าแนวตั้ง ดูจากทั้งโลโก้ Samsung ปุ่ม Home และลำโพง Stereo ซ้ายขวา เพราะคำนึงถึงการใช้งานจริงเช่นดูวีดีโอ ดูคลิปแบบเต็มจอ เล่นเเกมส์และเว็บไซต์ เป็นต้น
ปุ่ม Home สไตล์ Samsung
กลอ้งหน้า, เซนเซอร์ และโลโก้ Samsung
ความบางของตัวเครื่อง 6.6 มิลลิเมตรเท่านั้น บางเฉียบได้ใจมาก
ด้านซ้าย : ช่องใส่ Micro SD Card
ด้านขวา : ช่องใส่ Sim Card และช่องต่อ USB โดยเราสามารถใช้เจ้า Galaxy Tab S เป็นโทรศัพท์โทรออกและรับสายได้เหมือนมือถือ
ด้านบน : ปุ่ม Power และปุ่มเพิ่มลด Volume
ฝาหลังสีน้ำตาล วัสดุแบบโพลีคาร์บอเนต หรือพลาสติกแบบเดียวที่ใช้ใน Galaxy Phone หลายๆรุ่น โดย “ลายจุด” ข้างหลังออกแบบมาสอดรับกับ Galaxy S5
กล้องหลัง 8 ล้านพิกเซล พร้อมแฟลช
มีปุ่มแม่เหล็กสำหรับใส่ Case แบบ Book Cover ซึ่งเป็นอุปกรณ์เสริม

ภาพ

มาทดสอบเรื่องภาพซึ่งจัดเป็นไฮไลท์ของเจ้า Galaxy Tab S ตัวนี้กันบ้าง ความละเอียดหน้าจอระดับ 2560 x 1600 พิกเซลขับเคลื่อนด้วยจอ Super AMOLED ซึ่งทีมงานเองเคยทดสอบ OLED TV VS LED-LCD TV มาแล้ว ก็ได้ประจักษ์ถึงประสิทธิภาพของชนิดจอแบบนี้ว่ามันสะท้านขนาดไหน ตัวเครื่องมีโหมดภาพ (Screen Mode) แอบซ่อนอยู่ในหน้า Setup ได้แก่โหมด 1) Adaptive หรือโหมดปรับแสงสีหน้าจอให้เหมาะสมกับคอนเทนต์อย่างอัตโนมัติ เช่นดูรูปอยู่ก็ปรับแสงสีให้เหมาะกับการดูรูป หรือเล่นเว็บเบราเซอร์ 2) โหมดภาพยนตร์ – Cinema 3) โหมดรูปภาพ – Photo 4) โหมดทั่วไป – Basic  โดยผมทำการวัดค่าภาพของเจ้า Galaxy Tab S ตัวมิเตอร์และซอฟท์แวร์ตามมาตรฐาน ISF ซึ่งเป็นแบบเดียวกับที่ทดสอบทีวีและโปรเจกเตอร์ และใช้ห้องทดสอบเป็นห้องแล็บโฮมเธียเตอร์ที่คุมแสงได้ 100% เพื่อความเที่ยงตรงและแม่นยำของค่าที่วัด

วัดค่าภาพและแสงสีของ Samsung Galaxy Tab S ด้วยฮาร์ดแวร์และซอฟท์แวร์ตามมาตรฐานของ ISF แบบเดียวกับที่ทดสอบจอทีวีอย่างเข้มข้นนี่แหละ ประยุกต์ใช้ทดสอบได้เลย
Samsung เคลมว่าสามารถแสดงของเขตของแม่สีหลักและรองได้ถึง 94% ของมาตรฐานขอบเขตของ Adobe RGB ซึ่งถือว่ากว้างมากเกินมาตรฐานจอ LCD ทั่วไปที่จะอยู่ที่ 74% เท่านั้น
รวมถึงอัตรา Contrast ที่สูงถึง 100,000:1 เพราะเม็ดพิกเซลเปิด-ปิด ให้กำเนิดแสงสีเองได้ทุกๆเม็ดพิกเซล จอ AMOLED (OLED) เป็นจอภาพในอุดมคติที่คนรักภาพถวิลหากันมานาน
ผลการวัดค่าภาพ : White Balance ในโหมด Photo และ Basic อยู่ในเกณฑ์ดีเยี่ยม ใกล้ค่ามาตรฐาน 6500K มาก ส่วนขอบเขตการแสดงเฉดเฉดสีก็ใกล้เคียงมาตรฐาน Adobe RGB ซึ่งถือว่าเกินมาตรฐาน sRGB (REC 709) ไปไกลมาก จัดได้ว่าเป็น Tablet ที่สามารถแสดงเฉดสีได้กว้างสุดๆ ณ ตอนนี้เลย หมายเหตุ : โดยส่วนตัวแอบเสียดายหากมีโหมดให้ Calibrate ภาพแบบเบื้องลึกมาให้เหมือนพวกทีวีระดับท็อป ก็จะใช้เป็นจออ้างอิงในงานระดับโปรได้เลย
ผลการวัดค่าภาพ : โหมด Photo และ Basic ให้อุณหภูมิสีได้ค่อนข้างถูกต้อง ใกล้เคียง 6500K มาก
ส่วนระดับความสว่างแบบสูงสุดก็เกิน 100 fL ถือว่าสว่างมากพร้อมสู้แสง

เริ่มทดสอบการใช้งานเริ่มจากรูปภาพนิ่งกันก่อน รูปสาธิตที่ Samsung ให้มาจะเน้นโชว์ศักยภาพของตัวจอทั้งเรื่อง “แสงและสี” คำว่า “แสง” ในที่นี้หมายถึง Dynamic Range ก็คือ “แสงสีขาวและสีดำ” นั่นเอง ด้วยโครงสร้างแบบ OLED ทำให้เม็ดพิกเซลเปล่งแสงเองได้ ในขณะเดียวกันเมื่อจำเป็นต้องแสดงสีดำก็สามารถปิดเม็ดพิกเซลแบบสนิท ไม่มีแสงแบ็คไลท์ลอดออกมา ทำให้สามารถแสดงสีดำได้ดำสนิทสุดใจมาก ในภาพทดสอบไม่ว่าจะเป็นฉากเจ้าลิงกอลลิล่า หรือฉากพระราชวังเรืองแสงท่ากลางท้องฟ้าอันมืดมิด Galaxy Tab S ก็ถ่ายทอดฉากความมืดได้อย่าง “ดำสงัด” ในขณะเดียวกันรายละเอียดในที่มืด (Shadow Detail) ที่ควรแสดงออกมาก็แสดงออกมาได้อย่างครบถ้วนปราศจากอาการดำจมที่มักเกิดขึ้นกับพวก Tablet ที่ใช้จอ LCD ราคาประหยัด 

ถามว่าประหลาดใจหรือตื่นตะลึงไหม ? ก็คงตอบว่าไม่เท่าไหร่สำหรับตัวผมและทีมงานเพราะเคยทดสอบ OLED TV VS LED-LCD TV มาแล้วก็ได้ผลการทดสอบที่สอดคล้องเช่นนี้ ในขณะที่ระดับความสว่างก็สว่างได้ใจมาก สูงสุดถึงขนาด 100 fL (“ฟุตแลมเบิร์ต” เป็นหน่วยวัดความสว่าง) สว่างกว่าพวกจอทีวีหลายๆตัวที่เคยทดสอบมาเสียอีก แต่ก็ไม่แปลกเพราะ Tablet ต้องออกแบบมาใช้งานทั้ง Outdoor / Indoor จึงต้องทำให้สู้แสงได้ดี ฉะนั้นให้ใส่ใจกับแถบเพิ่มลดระดับความสว่างเพื่อปรับความสว่างให้เหมาะสมกับสภาพแวดล้อม อย่าให้จ้าไปประเดี๋ยวจะแยงตาเกิน แนะนำเลือก Checkbox ของตัวปรับระดับความสว่างให้เป็น Auto มันมีเซ็นเซอร์วัดระดับแสงและปรับความสว่างหน้าจอให้เหมาะสมอย่างอัตโนมัติ

หมายเหตุ : การทดสอบใช้รูปความละเอียด 2560 x 1600 เป็นความละเอียด Matching กับความละเอียดหน้าจอของตัวเครื่อง

เทียบฉากหลังแล้วจอ AMOLED ของ Samsung Galaxy Tab S ด้านซ้ายทำได้ดีกว่า “ดำสงัดจริง” ไม่มีแสงรั่วโพลนๆ
รวมถึงรายละเอียดในที่มืดที่เปิดเผยกว่า (Shadow Detail) อาการดำจมแทบไม่มีเลย