แสดงกระทู้
หน้า: 1 ... 11 12 [13]
217  Turn Off !!! ปิดทีวี แล้วเชิญเข้ามาพูดคุยเรื่องทั่วไปอะไรก็ได้ในนี้ / ห้องกิจกรรม / ประกาศแล้ว!!! เฉลยคำถามข้อที่ 1 และ ผู้โชคดีรับรางวัลตั๋วหนัง TRANSFORMERS เมื่อ: มิถุนายน 06, 2009, 02:03:47 am
สวัสดีครับพี่น้อง LCDTVTHAILAND.COM ทุกๆท่าน

ทางทีมงานได้จัดกิจกรรมเล่นเกมส์ตอบคำถามชิงบัตรภาพยนต์ฟรี!! ง่ายๆเพียงตอบคำถามใน webboard ของ LCDTVTHAILAND.COM  ก็มีสิทธิ์ลุ้นรับตั๋วภาพยนตร์เรื่อง TRANSFORMERS ภาคล่าสุดที่ จำนวนทั้งหมด 20 ที่นั่ง (10 รางวัล) ซึ่งหนังเริ่มเข้าฉายวันที่ 24 เดือนนี้ครับ !!!



กิจกรรมนี้ขอสงวนสิทธิ์เฉพาะสมาชิก webboard LCDTVTHAILAND.COM นะครับ
สมัครสมาชิก webboard LCDTVTHAILAND.COM ง๊ายง่ายคลิ๊กเลยครับ!!


คำถามข้อที่ 1 (ประจำวันที่ 6-9 มิถุนายน 09) แจก 2 รางวัล! รวม 4 ที่นั่ง

ถามว่า “ภาพยนตร์ที่ทางบริษัทแอลจี อิเลคทรอนิกส์ นำมาร่วมในโฆษณาทีวีคู่กับ LCD TV ...."

a.   มีชื่อภาพยนตร์ว่าอะไร??? (ชื่อภาษาอังกฤษ)

b.   ชื่อตอนว่าอะไร??? (ชื่อภาษาอังกฤษ)

c.    ดาราแสดงนำชายและหญิง มีชื่อและนามสกุลจริงว่าอะไร (ชื่อจริงๆ ไม่ใช่ชื่อในหนัง) Huh?


หมายเหตุ
-   ผู้ตอบถูกทั้งข้อ a b และ c จึงจะถือว่าตอบคำถามที่ 1 ได้ถูกต้องนะครับบบ และ ต้องโพสต์คำตอบลงกระทู้นี้เลยครับ
-   หมดเขตการร่วมตอบคำถามข้อที่ 1 คืนวันที่ 9 มิถุนายน เวลา 23.45 น. นะคร๊าบ   
                     
กติกาผู้เข้าร่วมกิจกรรม
1. ผู้โพสต์ตอบคำถามได้ถูกต้องเท่านั้นนะครับที่มีสิทธิ์ได้รับรางวัล แต่!!ข้อความหรือคำตอบใดที่มีการ Edit ทางทีมงานจะไม่นับรวมไปด้วยนะครับ

2. สมาชิก 1 ท่าน (หรือ 1 Username) สามารถโพสต์คำตอบได้แค่คำตอบเดียวนะครับ

3. ทางทีมงานจะเฉลยคำตอบที่ท้ายกระทู้กิจกรรม ก่อนทำการปิดกระทู้ในแต่วันที่กำหนดครับ
                                                                           
4. เราจะประกาศรายชื่อผู้ได้รับรางวัลในแต่ละข้อทางเว็บไซด์ LCDTVTHAILAND.COM ในวันถัดไปหลังจากปิดรับคำตอบของแค่ละสัปดาห์ครับ กรณีมีผู้ตอบถูกหลายท่านจะใช้การจับฉลากตัดสินครับ
                                                                                                                           
5.  คำตัดสินของทีมงานถือได้ว่าเป็นที่สิ้นสุดนะคร้าบบบบ!!

ใครอยากดูหนังฟรี หรือ เป็๋นแฟนพันธุ์แท้อภิมหาสงครามจักรกลแปลงร่างถล่มจักรวาล TRANSFORMERS หละก็ ห้ามพลาดโดยเด็ดขาด กับ 4 คำถามง๊ายง่ายเพื่อชิงตั๋วหนังคร๊าบ.....!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!

และอย่าลืมติดตามคำถามข้อที่ 2 ในวันที่ 10-13 มิถุนายน 09 ต่อไปนะครับบบ....


________________________________________________________________________________________________

ผู้โชคดีจะที่ได้รับรางวัลตั๋วหนัง TRANSFORMERS 2 ท่าน 2 รางวัล รางวัลและ 2 ใบ จะเป็นใครมาดูกันเลยครับ


รายชื่อผู้ที่ตอบถูกทั้งหมดครับ


รายชื่อทั้งหมดใส่ไว้ในโถ โดยคุณโรมันเป็นคนจับรางวัลแรก และคุณ B-Boy เป็นคนจับรางวัลที่สอง


ผู้โชคดีท่านแรก เลขที่ออก...คุณ aeader !!!


ผู้โชคดีท่านที่สอง เลขที่ออก....คุณ Steve G !!!



สำหรับผู้โชคดีก็คือ
1. คุณ aeader ได้รับตั๋วหนัง TRANSFORMERS 2 ใบ
2. คุณ Steve G ได้รับตั๋วหนัง TRANSFORMERS 2 ใบ

ทางทีมงานจะติดต่อกลับทั้งทาง E-mail และ PM นะครับ เพื่อขอชื่อและที่อยู่ในการจัดส่งของรางวัล EMS ครับ

สำหรับท่านไหนที่พลาดรางวัลกับคำถามข้อแรก เรายังมีคำถามข้อที่ 2 ให้ท่านได้ลุ้นอยู่ครับ ตามลิงค์ข้างล่างไปร่วมสนุกชิงตั๋วหนังกันเลย

http://www.lcdtvthailand.com/webboard/index.php?topic=433.0
218  พูดคุยเรื่องทั่วไปเรื่องจองภาพ LED TV, LCD TV, Plasma TV, Projector / บทความสำหรับมือใหม่ เลือกซื้อทีวี - เครื่องเสียงโฮมเธียเตอร์ / [บทความ] มารู้จักกับเพื่อนคนสนิทของ Plasma TV ที่ชื่อ Burn in กันเถอะ... เมื่อ: กุมภาพันธ์ 15, 2009, 08:16:08 pm
ผมเชื่อว่าทุกท่านที่กำลังจะซื้อ Plasma TV หรือเป็นเจ้าของ Plasma TV แล้ว คงอาจจะมีความรู้สึกหวั่นๆบ้างเล็กน้อยกับอาการ Burn-In
ของ Plasma TV, Burn In แปลง่ายๆก็คือ “ภาพค้างติดหน้าจอ” จะเกิดขึ้นกับ Plasma TV ก็ต่อเมื่อเราเปิดภาพนิ่งทิ้งไว้นานๆ ทำให้ภาพนิ่ง
เหล่านั้นไหม้ค้างติดหน้าจอ ซึ่งแบ่งเป็น 2 กรณีคือภาพไหม้ค้างติดหน้าจอแบบชั่วคราวและแบบถาวร ตัวอย่างที่เห็นอย่างชัดเจนก็อาทิ เช่น
โลโก้ช่อง 3,5,7,9 โลโก้ True Vision, เมนูของทีวีหรือเครื่องเล่นดีวีดี, การกด Pause ค้างไว้นานเกินไประหว่างการเล่นเกมส์,
การดูหนังอัตรา ส่วน 4:3 ในจอภาพอัตราส่วน 16:9 ทำให้มีแถบสีดำด้านซ้ายขวา ภาพเหล่านี้สามารถไหม้ติดหน้าจอ Plasma TV ได้ครับ


และที่สำคัญ โดยปกติแล้ว อาการ “Burn In” อยู่นอกเหนือ Warranty ครับ ดังนั้นจึงสรุปง่ายๆว่า Plasma TV ไม่เหมาะกับ
การเปิดภาพนิ่งทิ้งไว้นานๆนะครับ

อาการ Burn In มันเป็นยังไงหนอ???


สำหรับ Plasma TV เครื่องใหม่แกะกล่องนั้น ฟอสเฟอร์หรือสารเคลือบให้ความสว่างจะให้ความสว่างสูงสุดทุกๆเม็ดพิกเซลของจอ
(ก็แน่สิของใหม่นี่ครับ)


แต่เมื่อเราใช้งานไปเรื่อยๆ อายุการใช้งานของฟอสเฟอร์ก้เสื่อมตามอายุขัยและระดับความสว่างของจอก็จะลดลง ซึ่งอย่าเพิ่งตกใจไปนะครับ
เพราะปกติผู้ผลิต Plasma TV ก็จะระบุอายุการใช้งานของ Plasma TV เครื่องนั้นๆอยู่แล้ว ยกตัวอย่างเช่น 60,000 Hrs (Half Brightness)
ก็จะถึงครึ่งชีวิตของมัน กล่าวคือ ระดับความสว่างของจอก็จะลดไป 50% เมื่อผ่านการใช้งานไป 60,000 ชั่วโมง ซึ่ง Plasma TV เครื่องนั้นๆ
ก็ยังใช้ได้อยู่ตามปกตินะครับ เพียงแต่ว่าแค่สว่างน้อยลงแค่นั้น สำหรับเรื่องอายุการใช้งานที่กล่าวมาข้างต้นนี้ยังไม่ถือว่าเกี่ยวกับการ Burn In
โดยตรงนะครับ


แต่ทีนี้ ถ้าเราดูหนัง อัตราส่วน 4:3 ในจอภาพสัดส่วน 16:9 ดูบ้าง จะสังเกตุว่าจะมีแถบสีดำด้านข้างซ้ายและขวาครับ ถ้าดูแบบนี้บ่อยๆ ขอย้ำว่า
ไม่ดีนะครับ เพราะอายุการใช้งานของแถบด้านข้างจะเหลือเยอะกว่า ถ้าเรามาดูหนัง 16:9 อีกครั้งหนึ่ง ตรงแถบด้านข้างอาจจะสว่างกว่าเพราะอายุ
การใช้งานเหลือเยอะกว่าครับ


กลับกัน ถ้าเราดูหนังอัตราส่วน 1.85:1/2.35:1/ 2.40:1 ซึ่่งเป็นอัตราส่วนหนังทั่วไปของหนังแผ่น DVD ก็จะทำให้เกิดแถบสีดำที่ด้านบนและ
ด้านล่าง ถ้าดูหนังแบบนี้ในจอ Plasma TV บ่อยๆ จะทำให้อายุการใช้งานของแถบบนและแถบล่างเหลือมากกว่าส่วนตรงกลางจอครับ
ซึ่งในระยะยาวไม่ได้เป็นผลดีแน่ๆ


ทีนี้ลองจินตนาการดูสิว่าถ้า 2 กรณีนี้มารวมกันจะเกิดอะไรขึ้น


โลโก้ TV เช่นโลโก้ ช่อง 3,5,7,9 โลโก้ True Vision, หรือเวลาเราดู DVD แล้วกด Pause เลยทำให้โลโก้โชว์ค้างที่หน้าจอนานๆ
สาเหตุเหล่านี้ ทำให้ Plasma TV เกิดอาการ Burn In เป็นรูปโลโก้ติดหน้าจอได้ครับ


ทำไม Plasma TV ต้องเจอกับอาการ Burn In ด้วยหละ???  
ไม่ใช่ Plasma TV อย่างเดียวนะครับที่จะต้องมาเจอกับปัญหา Burn In แต่ทีวีหรือจอแสดงผลที่ใช้ฟอสเฟอร์ซึ่งเป็นสารเรืองแสงก็จะมีโอกาส
เจอกับปัญหา Burn In ได้เหมือนกัน เช่น CRT TV นี่แหละครับ แต่จะไม่ได้เป็นง่ายเท่ากับ Plasma TV นะครับ Burn In เกิดขึ้นเพราะ
ปริมาณฟอสเฟอร์ไม่เท่ากันในจอนั้นๆ เช่น ดูหนัง Big Cinema ของช่อง 7 ในหนังมีแต่ฉากมืดๆซะส่วนใหญ่ แต่โลโก้ช่อง 7 นั้นสว่างตลอด
พอดูนานๆเข้า โลโก้มันก็ค้างติดหน้าจอครับ ส่วน LCD TV, Projector, Projection TV จะไม่เจอปัญหาเรื่อง Burn In ครับ สบายใจได้


แล้วเราจะป้องกัน Burn In อย่างไรดีล่ะ

1.   สำหรับ Plasma TV ใหม่แกล่อง อย่าปรับ Contrast & Brightness ให้สูงเกินไป เพราะจะเป็นการเร่งการใช้งานฟอสเฟอร์ไปในตัวครับ
ดังนั้นการปรับ Contrast & Brightness ในระดับที่เหมาะสม นอกจากเราจะดูทีวีสบายตาขึ้นแล้ว ยังจะช่วยป้องกันการ Burn In ด้วยครับ
โดยเฉพาะพวกโลโก้ต่างๆ ผมยกตัวอย่างง่ายๆ เช่น Logo ช่อง 7 ถ้าเร่ง Contrast ให้สีจัดๆจนเกินไป ไม่ว่าจะเป็น แดง เขียว น้ำเงิน ขาว
โอกาสภาพโลโก้ค้างติดหน้าจอก็มากขึ้นเท่านั้น

2.   พยายามอย่าเพิ่งดูรายการหรือหนังที่มีอตราส่วน 4:3 และ 2.35:1 ใน 100 ชั่วโมงแรกของการใช้งาน อันนี้เป็นปัญหาที่หลายๆ คน
มองข้ามนะครับ เพราะว่า Plasma TV นี่แหละจะเกิดอาการ Burn In ง่ายสุดในช่วง 100 ชั่วโมงแรก และจะเกิดเอาการ Burn In น้อยลง
หลังจากผ่านไปแล้ว 1,000 ชั่วโมงครับ

3.   เลือกอัตราส่วนภาพให้เต็มจอเสมอ เนื่องจากจอ Plasma TV ส่วนใหญ่มีอัตรส่วน 16:9 ครั้นเราจะเปิด Free TV ช่องธรรมดาดูด้วย
อัตราส่วน 4:3 ซึ่งข้อดีก็คือจะทำให้สัดส่วนไม่เพี้ยน หรือ ดูหนังแผ่นที่มีอัตรส่วน 2.35:1 ซึ่งทั้ง 2 อย่างจะทำให้เกิดแถบทำที่ด้านข้างและ
ด้านบนล่างตามลำดับ และจะทำให้ปริมาณฟอสเฟอร์ที่ถูกใช้ในระยะแรกของพิกเซลทั้งจอไม่เท่ากันด้วย ซึ่งจะส่งผลให้เกิดอาการ Burn In
ได้งายขึ้น ดังนั้นในชาวงระยะแรก จึงควรเลือกปรับให้ภาพมันเต็มจอจะดีกว่าครับ

4.   เปลี่ยนช่องบ่อยๆเพื่อป้องกันโลโก้ Burn In ติดหน้าจอ อย่างที่บอก โลโก้นี่แหละคือตัวปัญหาเรื่อง Burn In ของจริงเลย (โดนมากะตัวหุหุหุ)
พยายามเปลี่ยนช่องให้บ่อยๆ นะครับ หลีกเลี่ยงพวกโลโก้สีขาวด้วย นี่แหละตัวดีเลย เด๋วนี้เมืองนอกเค้าพัฒนาโลโก้ช่องให้เป็นสีเทาเพื่อป้องกัน
การ Burn In ด้วยนะครับ

5.   ใช้แถบสีเทาแทนที่แถบสีดำ แต่ปัจจุบันนนี้ Plasma TV แทบทุกยี่ห้อ เวลาเราปรับอัตราส่วนจอเป็น 4:3 ตรงแถบด้านข้างซ้ายขวา
มันจะโชว์เป็นแถบสีเทาให้อัตโนมัติครับ ซึ่งถือว่าเป็นจุดที่ผู้ผลิตเอาใจใส่ได้อย่างดีเยี่ยมแต่ถ้าเป็นสีดำแบบในอดีต ป่านนี้คง Burn In กัน
กระจายไปแล้ว

6.   เปิดโหมดป้องกันแบบ Active ที่เรียกว่า Active เพราะเป็นการป้องกันก่อน Burn In เกิดนะครับ เปิดโหมดป้องกันการ Burn In
โดยให้ Pixel เคลื่อนตัวเป็นช่วงๆ ผมเชื่อว่าหลายๆท่านคงจะรู้จักฟังก์ชั่น Orbiter นะครับ มันจะทำให้เม็ดพิกเซลขยับไปประมาณ 2 พิกเซล
(ซ้าย ขวา บน ล่าง) ทุกๆ 2 นาที เป็นการเปลี่ยนตำแหน่งของพิกเซลเพื่อไม่ให้อยู่กับที่นานเกินไปจนเกิด Burn In ซึ่งเราจะสังเกตุการเคลื่อนตัวได้
แต่จัดได้ว่าเคลื่อนตัวได้เนียนจนไม่รำคาญตาจนเกินไปนัก ดังนั้นถ้าใช้ Plasma TV จงเปิด Orbiter ไว้ตลดนะครับ ช่วยได้เยอะเลย

7.   ใช้โหมดป้องกันแบบ Reactive เมื่อเกิด Burn In ภาพค้างติดหน้าจอ: ส่วนใหญ่มี 2 แบบก็คือ White Wash แบบนี้ทั้งจอจะเป็น
สีขาวทั้งหมดเลย ทำให้ทุกเม็ดพิกเซลสว่างและถูกใช้งานเท่ากัน จะช่วยลบรอย Burn In แบบชั่วคราวได้ และอีกแบบก็คือ Inversion
ซึ่งจะกลับภาพเป็นสีตรงข้ามเช่น ขาวเป็นดำ ดำเป็นขาว ก็จะช่วยลบรอย Burn In ได้เช่นกันครับ  


สรุป
เมื่อถอย Plasma TV มาใหม่ จง….
1.   ลด Contrast ลง
2.   หลีกเหลี่ยงอัตรส่วนที่ไม่เต็มจอเช่น 4:3 หรือ 2.35:1
3.   เปลี่ยนช่องบ่อยๆ
4.   เห็นภาพค้างติดหน้าจอ ให้ใช้โหมดป้องกันการ Burn In แบบ Reactive ทันที

และสิ่งที่ต้องทำตลอดเวลาเพื่อป้องกันการ Burn In
1.   ใช้แถบข้างสีเทาแทนสีดำ
2.   เปิด Orbiter ให้ Pixel ไม่อยู่กับที่
3.   ปรับ Contrast และ Brightness ให้อยู่ระดับที่เหมาะสม ไม่สูงจนเกินไป

ในปัจจุบันนี้ Plasma TV มีการพัฒนาที่ช่วยป้องกัน Burn In ได้ดีเยี่ยมขึ้นอย่างเห็นได้ชัดครับ เพราะฉะนั้นอย่าวิตกกังวลจนเกินไป
แน่นอนว่าคุณภาพของภาพของ Plasma TV นั้นจัดได้ว่าดีเยี่ยม สีสันสมจริง และดูสบายตากว่า LCD TV แต่จุดอ่อนจุดเดียวที่ยังไม่สามารถ
แก้ไขได้ 100% ก็คือ Burn In นี่แหละครับ ดังนั้นถ้าเราคิดว่า “เราใช้ทีวีเป็น…และดูแลรักษาเป็น…..” Plasma TV ก็จะเป็นคำตอบสุดท้ายของคุณครับ

219  พูดคุยเรื่องทั่วไปเรื่องจองภาพ LED TV, LCD TV, Plasma TV, Projector / บทความสำหรับมือใหม่ เลือกซื้อทีวี - เครื่องเสียงโฮมเธียเตอร์ / [บทความ] USB Port จะพา Virus มาติดทีวีเครื่องใหม่ของเราหรือเปล่า??? เมื่อ: กุมภาพันธ์ 09, 2009, 01:46:58 am
B-Boy คิดว่าเพื่อนๆพี่ๆน้องๆ ในยุกต์ D-Generation อย่างพวกเราตอนนี้หลายๆท่านคงใช่ Flash Drive เป็นของติดตัวไปไหนก็ต้องมีมันไปด้วย
อาจจะเป็นในรู้แบบของพวงกุแจ หรือบางคนก็ใช้แบบห้อยคอแบบว่าไปไหน Flash Drive ต้องด้วย เพราะความสะดวกของการใช้ Flash Drive
ในการบันทึกข้อมูลนั้นทำได้ง่ายดาย และการเรียกดูข้อมูลนั้นก็ทำได้ง่ายมากๆ เช่นเดียวกัน(แถมง่ายขึ้นด้วยนะ ครับ) เพราะในปัจจุบันนี้
บริษัทผู้ผลิตโทรทัศน์ยักษ์ใหญ่ อาทิเช่น Sony, Samsung, Philips, LG และ Panasonic ได้นำเอา USB Port มาติดตั้งไว้
ในโทรทัศน์ด้วย (Panasonic ใช้ SD Card Slot นะครับ) ทำให้เดี๋ยวนี้การเรียกดูไฟล์จาก Flash Drive ไม่จำเป็นต้องทำผ่าน
ทางคอมพิวเตอร์ อีกต่อไปแล้วดีจริงเลยใช้ไหมครับ


แต่หลายท่านก็ยังมีปัญหาคาใจเพราะคุ้น เคยกับคำว่า Flash Drive มักจะมาพร้อม Flash Drive กับ Virus เสมอ
แต่ B-Boy บอกได้เลยนะครับว่า กับทีวีนะครับ มันเป็นข้อยกเว้น Virusไม่สามารถมาติดได้เพราะ……


USB Port ใน Plasma และ LCD TV นั้นเป็น Port ที่ไม่มีระบบปฏิบัติการทำให้ไม่มีการติด Virus เกินขึ้นนะครับ
พูดแล้วอาจจะงง B-Boy ยกตัวอย่างให้ดีกว่านะครับ


ในคอมพิวเตอร์เวลามันเกิดการติดไวรัส มันก็จะติดที่ระบบปฏิบัติการ หรือที่เรารู้จักในชื่อ Microsoft Windows มันติดไวรัสนั้นละครับ
หรืออีกตัวอย่างที่เห็นได้ชัดก็โทรศัพท์มือถือละครับ ถ้าท่านใดเคยใช้หรือยังใช้ Nokia 3310 หรือรุ่นอื่นๆที่ใกล้เคียงนี้ เคยพบปัญหา
เครื่องติดไวรัสกันไหมครับ??? ไม่เคยใช่ไหมละครับ ก็เพราะเครื่องนี้นี้มันไม่มีระบบปฏิบัติการณ์ หรือที่เราคุ้นเคยในชื่อของ Symbian
นั้นละครับ แต่ถ้าใครใช้พวก N หรือ  E Series อะไรพวกนี้คงเคยเจอปัญหาไวรัสอะไรพวกนี้บ้าง ก็เพราะว่ามันมี ระบบปฏิบัติการณ์
Symbian นั้นเองครับ


 

สรุปเลย แล้วกันนะครับว่า Plasma และ LCD TV ที่มี USB Port และ SD Card Slot ก็จะเป็น Option เสริมที่ดีมากๆ
ในการทำการตัดสินใจเลือกซื้อของงท่าน และสบายใจหายห่วงเรื่องไวรัส ไปได้เลยนะครับ


B-Boy ณ ตึกแดง
220  พูดคุยเรื่องทั่วไปเรื่องจองภาพ LED TV, LCD TV, Plasma TV, Projector / บทความสำหรับมือใหม่ เลือกซื้อทีวี - เครื่องเสียงโฮมเธียเตอร์ / [บทความ] ใครเป็นผู้คว้าเข็มขัดแชมม์ยอดขาย LCD & Plasma TV ในปี 2008 เมื่อ: มกราคม 31, 2009, 03:03:46 am
สดๆ และ ร้อนๆ จ้า พ่อแม่พี่น้องที่รักทุกท่านของ B-Boy ครับ วันนี้กระผมพึ่งจะได้ข้อมูลสดๆ ร้อนๆ ของยอดขายสินค้าทั้ง LCD & Plasma TV
หลังจากสิ้นสุดปี 2008 อันเป็นปีที่เศรษฐกิจประสบปัญหาเป็นอย่างมาก น้ำมันและทองคำราคาขึ้นๆลงๆ ตลอด ผู้คนเริ่มตกงาน โบนัสไม่ออก
และ อื่นๆอีกมากมาย แต่ยอดการขายสินค้าที่ค่อนข้างไฮโซอย่าง LCD & Plasma TV กลับวิ่งสวนทางและมีการเจริญเติบโตขึ้นมากเลยนะครับ

ทายกันได้ไหมครับว่าใครเข้าวินปีนี้ และใครมาแรงในปีนี้  ……… ผู้ชนะในปีนี้ของหมวด LCD ได้แก่ (แท่น แท้น แท๊นนนนน) ครับ
และสำหรับผู้ชนะในหมวดของ Plasma TV ได้แก่ (แท่น แท้น แท๊นนนนน) ครับ ถือว่าสุดยอดจริงๆนะครับ สำหรับสองขาใหญ่จาก
แดนกิมจิที่สามารถขึ้นมายึดหัวหาดของวงการทีวีในบ้านเราได้ทั้ง Plasma & LCD TV ชนิดที่เรียกว่าเกาหลีฟีเวอร์เหมือนซีรีย์เกาหลีที่มาโด่งดัง
ในบ้านเราเลยครับ อิอิ

สำหรับ LCD TV ยี่ห้อจากแดนดอกซากุระ อดีตขาใหญ่ในแวดวงทีวีอย่าง Sony ต้องกลับไปทำการบ้านอย่างหนักที่เดียวว่าจะกลับมาเอาชนะ
Samsung ขาใหญ่จากเกาหลีได้อย่างไร และที่สำคัญจะเดินเครื่องไปข้างหน้าโดยไม่มองกระจกหลังก็ไม่ได้นะครับ เพราะ แบรนด์เบอร์สองจาก
เกาหลีอย่าง LG ก็หายใจรดต้นคอมาเลยทีเดียว แต่จริงๆ งานดีก็ดีสำหรับผู้บริโภคอย่างเรามากมายเลยนะครับเพราะพวกผู้ผลิตก็ต้องพยายามผลิต
สินค้ามาให้มีคุณภาพดีขึ้นและยังต้องมาทำราคาแข่งกันอีกเราก็จะมีโอกาสเลือกสินค้าที่มีคุณภาพสูงขึ้นในราคาที่ถูกลงไปอีก และสำหรับแบรนด์ที่
ตามมาอย่าง Philip, Sharp, Panasonic  ก็น่าจะมีอะไรดีๆ ออกมาเพื่อจะทวงความยิ่งใหญ่กลับมาและก็อาจเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ดีสำหรับเรา
และสุดท้ายสำหรับ แอลซีดี ทีวี ก็คงจะเป็นบรรดาแบรนด์ จีนที่เห็นถึงการเติบโตของตลาดแอลซีดีในบ้านเราก็คงต้องเสี่ยงทุ้มทุนลงทุนมากขึ้น
เพื่อจะได้มีส่วนแบ่งในพื้นที่ตลาดอันเต็มไปด้วยโอกาส แล้วเราจะได้เห็นกันว่าแบรนด์จีนจะทำได้ดีแค่ไหนกัน


สำหรับ Plasma TV เบอร์ หนึ่งและสอง ก็เป็นแบรนด์เกาหลีอย่าง LG และ Samsung ปล่อยให้Panasonic ที่มี 2 series รุ่นยอดฮิตอย่าง
PV7 และ PV8 ทำได้เพียงแค่รับเหรียญทองแดงเป็นรางวัลปลอบใจไปนอนกอดเล่นๆ แล้วต้องมาหาทางว่าจะสู้กับสองผู้ยิ่งใหญ่จากเกาหลีอย่างไร
ส่วนอีกแบนรด์ที่มีส่วนแบ่งอยู่นิดนึง (นิดจริงๆนะครับ2%) คือ Pioneer KURO ซึ่งเป็นแบรนด์ที่ได้รับการยอมรับว่ามี พลาสม่าทีวีที่ดีที่สุดในโลก
แต่เนื่องด้วยราคาที่ทุกคนไม่อาจจะเป็นเจ้าของกันได้ง่ายส่วนแบ่งในตลาดจึงมีอยู่เท่าที่เห็น และแววๆ ว่าเค้ากำลังจะกลับลำไปดำเนินการผลิต LCD
ออกมาแข่งขันด้วย แต่ก็ไม่แน่ใจนะครับว่าจะทำออกมาได้ดีเหมือนกับพลาสม่าหรือเปล่า และจะแพงมากหรือเหมือนจ้าว KURO หรือเปล่า


เออ…เกือบลืมพูดถึง แบรนด์เบอร์หนึ่งอย่าง  LG ซะแล้ว LG รักษาตำแหน่งแชมม์ ไว้ได้อีกปี สองมือเกาะรางวัลอย่างเหนียวแน่นหนึบกันเลยทีเดียว
หากจะวิเคราะห์ว่า ทำไม LG ถึงครองแชมม์ไว้ได้ ตัว B-Boy เองคิดว่าก็คงตอบว่าเพราะ LG มีขนาดหน้าจอที่หลากหลายมากกว่าทุกแบรนด์
อย่างพลาสมาขนาด 32 นิ้ว LG ก็ขายเพียงเจ้าเดียวในตลาด(ไม่รู้ทำไมยี่ห้ออื่นไม่ทำ) มีรุ่นถูกขาย PG10 มีรุ่นไม่แพง PG 20 จริงแล้วแทบ
ไม่ต่างกัน มีรุ่นที่อัดรายการทีวีได้ Time Machine TV (ก็ไม่มียี่ห้ออื่นเค้าทำกันอีก) แล้วก็มีรุ่น Top อย่าง EDGE PG60 ที่มีดีไซด์ที่โดดเด่น
เป็นพลาสม่าทีวีไร้กรอบรุ่นแรกและรุ่นเดียวในโลก เพราะดีไซน์แบบนี้ LG จึงใจมหาชนไปครองนั้นเอง และในช่วงท้ายปี LG ได้ปล่อยตัว Plasma
Full HD ออกมาอีกจึงทำให้สามารถรักษาเข็มขัดไว้ได้ ส่วน Samsung ก็ทำได้ดีเช่นเดียวกัน ออกมาหลายซีรีย์ มีให้เลือกตั้งแต่ราคาถูกไปจน
ราคาแพง แต่ทุกตัวออกแบบได้สวยงามมากๆ ตามแบบฉบับ Samsung จริงๆ โดยเฉพาะ Series 6 สวยมากจริงๆครับ (B-Boy ก็แอบคบไว้เครื่องหนึ่ง อิอิ)
โดยส่วนตัว B-Boy คิดว่าถ้า Samsung เน้นการขายพลาสม่ามากกว่านี้ อาจจะกระชากเข็มขัดจาก LG ไปก็เป็นได้ ….

แล้วเร็วๆ นี้ ผมจะมา Update รุ่นที่ขายดีของแต่ละเดือนให้ได้ทราบกันนะครับ เพื่อทุกท่านจะได้ทราบว่าตอนนี้รุ่นไหนแรงในตลาด.….

รักทุกคนเลย

B-Boy ณ ตึกแดง
หน้า: 1 ... 11 12 [13]