หน้า: 1 [2] 3 4

ถ้ามีคนถามว่า.. คุณเคยดูหนังเรื่องไหนเกิน 3 ครั้งบ้าง ?

  • zodiac
  • Flat TV member
  • *
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • กระทู้: 21
  • ดูรายละเอียด

ดูครั้งแรกตอนเด็ก กลัวมาก ชื่อเรื่อง คืนโหดผีนรก

Evil Dead 1981 ภาค 1
https://youtu.be/coGH4OaR9hc

Evil Dead 1987 ภาค 2 ชื่อเรื่องผีอมตะ
https://youtu.be/XPOYmHqWeJE

2 ภาคนี้ ดูเกิน 3 รอบ
ตอนเด็กดูครั้งเดียว พอโตแล้วหามาดู รู้สึกตลก
แต่ดูซ้ำอีกหลายครั้ง ( เลยมองข้าม EFFECT ไป กับบรรยากาศ อยู่กัน 2 คน เริ่มอินกับตัวเรื่อง เริ่มรู้สึกน่ากลัว)

ภาค3 เคยดูตอนเด็ก แล้วก็ เพิ่งหาดูได้อีกครั้งไม่นานนี้
Army of Darkness 1992 ภาค 3 ชื่อเรื่องกองพันทหารซี่โครง
https://youtu.be/rQ2r5DcubOg

Evil Dead (2013) ดูในโรงภาพยนต์
https://youtu.be/BHDJm1D2ELw

ที่ประทับใจที่สุด และไม่เคยนึกฝันว่าจะมี ดีใจมากที่มีให้ดู + เทคโนฯ การสร้างภาพยนต์ ในปัจจุบัน ชอบมาก

Ash VS Evil Dead
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤศจิกายน 23, 2015, 11:24:01 am โดย zodiac »
บันทึกการเข้า
  • Yahtzee
  • Full LED TV member
  • ****
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • กระทู้: 1,636
  • รับบริการลงหนัง Hi-Def GB ละ 50 สตางค์
  • ดูรายละเอียด อีเมล์

ดูครั้งแรกตอนเด็ก กลัวมาก ชื่อเรื่อง คืนโหดผีนรก

Evil Dead 1981 ภาค 1
https://youtu.be/coGH4OaR9hc

Evil Dead 1987 ภาค 2 ชื่อเรื่องผีอมตะ
https://youtu.be/XPOYmHqWeJE

2 ภาคนี้ ดูเกิน 3 รอบ
ตอนเด็กดูครั้งเดียว พอโตแล้วหามาดู รู้สึกตลก
แต่ดูซ้ำอีกหลายครั้ง ( เลยมองข้าม EFFECT ไป กับบรรยากาศ อยู่กัน 2 คน เริ่มอินกับตัวเรื่อง เริ่มรู้สึกน่ากลัว)

ภาค3 เคยดูตอนเด็ก แล้วก็ เพิ่งหาดูได้อีกครั้งไม่นานนี้
Army of Darkness 1992 ภาค 3 ชื่อเรื่องกองพันทหารซี่โครง
https://youtu.be/rQ2r5DcubOg

Evil Dead (2013) ดูในโรงภาพยนต์
https://youtu.be/BHDJm1D2ELw

ที่ประทับใจที่สุด และไม่เคยนึกฝันว่าจะมี ดีใจมากที่มีให้ดู + เทคโนฯ การสร้างภาพยนต์ ในปัจจุบัน ชอบมาก

Ash VS Evil Dead



ครับ ความประทับใจในวัยเด็ก คือ ความทรงจำที่มีคุณค่าของการใช้ชีวิตที่ผ่านมา




.. กรุงเทพ 2500 ..

น่าจะมีสมาชิกหลายท่านในเว็บนี้ ทราบดีว่า
ชายหาบกระบุงซ้ายสุดในภาพ ประกอบอาชีพอะไร

เมื่อตอนเด็กวัยประถม แถวบ้านผมยังมีบริการครับ




บันทึกการเข้า
  • Yahtzee
  • Full LED TV member
  • ****
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • กระทู้: 1,636
  • รับบริการลงหนัง Hi-Def GB ละ 50 สตางค์
  • ดูรายละเอียด อีเมล์



เดือนสุดท้ายของปี 2015 มีหนังเข้าใหม่ที่สนุก น่าสนใจ ..
ลองอ่านความวิจารณ์ในเน็ตกันนะครับ



5 เหตุการณ์สำคัญที่ปรากฎในภาพยนตร์เรื่อง ANT-MAN (2015) by หลวงจีนหอไตร

5 - มิติที่อยู่เหนือกาลเวลา
Janet van Dyne หลุดเข้าไปในมิติควอนตัมที่เล็กที่สุด นั่นจึงทำให้เจเน๊ตหายสาปสูญไปในมิติที่อยู่เหนือกาลเวลา
จากคำอธิบายของแฮงค์นั่นเอง และอะไรๆก็เกิดขึ้นได้ครับ เพราะหนังทำปลายเปิดไว้อีกแล้ว ถ้าอยู่เหนือกาลเวลา
ก็ต้องเดินทางไปในอดีตและอนาคตได้ในมิตินี้เช่นกัน และอาจจะไปข้องเกี่ยวกับระดับคอสมิคบีอิ้งผู้นึง

ผู้ซึ่งควบคุมกาลเวลาของสรรพสิ่งในจักรวาลไว้ นั่นก็คือ Eternity
หรือมิติควอนตัมอันนี้ จะนำพาไปสู่ภาพยนตร์มาร์เวลเรื่องอื่นเช่น Dr. Strange ก็เป็นไปได้นะเอ้อ.. (อันนี้มโนล้วนๆ)

4 - การปรากฎตัวของไฮดร้า
สารอนุภาคของ ดาเรน ครอส ถูกอดีตเจ้าหน้าที่ชิลด์อย่าง Mitchell Carson นำไป และภายในหนัง ก็บอกไว้แล้วว่า
คาร์สันกับไฮดร้าร่วมมือกัน และไฮดร้าจะนำสารอนุภาคนี้ไปทำอะไรบ้างในอนาคต มีผลแน่นอนครับ กับภาพยนตร์เรื่องต่อๆไป
ของมาร์เวล คาร์สันและไฮดร้าจะนำเอาสารนี้ไปสร้างอะไรร้ายๆออกมา ก็รอติดตามกันต่อไปครับ

3 - การปะทะกันของสองฮีโร่
แอนท์-แมนนั้นบุกฐานอเวนเจอร์สแบบงงๆครับ คือแกไม่ได้ตั้งใจบุกละ เห็นว่าเป็นฐานเก่าชิลด์ เลยคิดว่าคงไม่มีอะไร
ที่ไหนได้ ดั๊น..สร้างฐานอเวนเจอร์สที่นี่ ซวยเลย 555+ และฐานอเวนเจอร์สก็ตรวจพบผู้บุกรุกครับ จึงส่งฟาลคอนมาตรวจ
และก็เต็มๆ เจอเข้ากับแอนท์-แมนครั้งแรก ก่อนที่ฟาลคอนนั้นจะเสียรังวัดให้แอนท์-แมนแบบสูสีครับ
ผมไม่ฟันธงว่าฟาลคอนแพ้หมดรูปนะ แต่แพ้ก็คือแพ้นั่นละ

ฉากสู้กับฟาลคอนนี่ผมชอบนะ ดีไซน์ฉากต่อสู้นี้ดีเลยละ และที่น่าสนใจก็คือแว่นของฟาลคอนครับ ตรวจแอนท์-แมนเจอด้วยแฮะ เจ๋ง..
แต่ผมยังไม่มีข้อมูลรายละเอียดไอเทมชิ้นนี้ครับ รู้แต่เพียงว่า EXO-7 Falcon นั้นกลายเป็นสีแดง อย่างที่ควรจะเป็นแล้ว
(ซึ่งมันเป็นสีแดงตั้งแต่ตอนจบอเวนเจอร์ส 2 นั่นละครับ) สุดท้าย.. ฟาลคอนก็ตามหาแอนท์-แมนด้วยเหตุผลบางอย่าง นั่นก็คือ
ต้องการให้แอนท์-แมน บุกเข้าไปยังที่ที่ตัวฟาลคอนและกัปตันไม่สามารถเข้าได้นั่นเองครับ

2 - กัปตันโรเจอร์สและฟาลคอนพบกับบัคกี้
ในช่วยท้ายเครดิตครับ ในที่สุด เพื่อนรักทั้งสองก็พบกันอีกครั้ง โดยที่บัคกี้เสียท่าโดนล๊อกมือไซเบอเนติคของตนไว้
ทำให้สู้ก็ไม่ได้ หนีก็ไม่ได้ และกัปตันก็เข้ามาหา  ผมชอบคำๆนึงของล็อคอินท่านนึง ที่เคยพูดถึงบัคกี้ว่า
แคสนักแสดงได้ดีมาก สายตาของผู้แสดงบทบัคกี้ เปรียบดังเช่นลูกหมาหลงทาง... 555+
ก็จริงของเค้านะครับ เซบาสเตียน สเตน ผู้รับบทบัคกี้นี่ สายตาแกดูหลงๆสับสนในชีวิตตลอด

1 - ฮีโรหญิงคนใหม่กำเนิดขึ้น
และนี่คือสิ่งที่ผมปลื้มปริ่มที่สุด นั่นก็คือ Hank Pym มอบชุด The Wasp ให้กับ Hope van Dyne ครับผม (ชุดเท่ห์มากกกกกกก)
โดยแฮงค์บอกลูกสาวว่า ตนเองและแม่ของเธอ(เจเน๊ต)ร่วมกันสร้างและพัฒนาชุดนี้ ซึ่งยังไม่สมบูรณ์ครับ และแฮงค์ก็รู้แล้วว่า
ชุดนี้คู่ควรที่สุดกับโฮป ลูกสาวของตน ซึ่งในอนาคต เรามีฮีโร่คนใหม่แน่นนอนครับ ถึงภาพยนตร์เรื่อง ANT-MAN จะไม่มีภาคต่อ
(ซึ่งเรายังไม่รู้ หรืออาจจะมีก็ได้)  แต่ Wasp ก็ต้องเป็นส่วนนึงของทีมอเวนเจอร์สในอนาคตแน่นอนครับ
เราได้เห็นนางใน อเวนเจอร์สภาค3 อินฟินิตี้วอร์สแน่นอน

หลวงจีนหอไตร   
15 กรกฎาคม เวลา 21:23 น.




Ant-Man มนุษย์มดมหากาฬ (2015) [7.2] 720p.117 min AC3 Thai 2.0


>>>>>>>>>>>>>>>  Y  A  H  T  Z  E  E -  H  I  D  E  F  <<<<<<<<<<<<<<<


5 เรื่องที่ควรรู้ก่อนไปดู Dragon Blade ดาบมังกรฟัด

ผมเป็นคนนึงที่ชื่นชอบในผลงานการแสดงของเฉินหลงมากเลยทีเดียว วันนี้มีโอกาสอยากจะเสนอ  5 เรื่องที่ควรรู้
ก่อนไปดู Dragon Blade ดาบมังกรฟัด ให้เพื่อนๆในพันทิปให้ได้อ่านกัน
มาเริ่มกันเลยยยยยยยยย

1.  หนังฟอร์มยักษ์ในประวัติศาสตร์วงการภาพยนตร์แดนมังกร
     ด้วยทุนสร้างสูงที่สุดที่เคยมีมาในการสร้างหนังจีนถึง 65 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (2,275 ล้านบาท)
2. Dragon Blade ดาบมังกรฟัด หนังได้สุดยอดดาราชั้นนำจากสองซีกโลกมาผนึกกำลังสร้างสรรค์ผลงานที่มีคุณภาพ
     เฉินหลง กับ ชเว ชีวอน สองดารานำชายจากฝั่งเอเชียปะทะ  จอห์น คูแซค และ เอเดรียน โบรดี้ สองดารานำชายจากฝั่งฮอลลีวูด
3. สุดยอดหนังแอ็คชั่นอิงประวัติศาสตร์ที่ถ่ายทอดเรื่องราวในยุคสมัยราชวงศ์ฮั่นและจักรวรรดิโรมัน 
    ผู้กำกับและทีมนักแสดงต้องยกกองไปถ่ายทำที่ ตุนหวงเมืองโอเอซิสดินแดนกลางทะเลทรายโกบี
    เพื่อความสมจริงในแต่ละฉากการถ่ายทำเหล่านักแสดง ต้องอดทนฝ่าฟันอุปสรรคในเรื่องของอากาศที่ร้อนอบอ้าว
    ชุดเกราะเครื่องแต่งกายที่มีน้ำหนักมากรวมถึงระยะเวลาการถ่ายทำกินเวลาหลายเดือน โดยเฉลี่ยใช้เวลาในการถ่ายทำ 19 ชั่วโมงต่อวัน
4. แดเนียล ลี ผู้กำกับชาวฮ่องกงได้ใช้เวลาในการเริ่มเขียนบทหนังเมื่อประมาณเจ็ดปีก่อน โดยศึกษาข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับหน่วยรบคุ้มกัน
    และเข้าชมนิทรรศการในหัวข้อ สองจักรวรรดิอินทรีย์และมังกร  ที่ว่าด้วยเรื่องราวความสัมพันธ์ของโลกตะวันออกและโลกตะวันตก
    โดยนำข้อมูลที่ได้จากการศึกษาค้นคว้ามาดัดแปลงประยุกต์ใช้ในการกำกับหนังเรื่องนี้
5. นอกจากการเป็นดารานำในหนังเรื่องนี้ เฉินหลง ยังดำรงตำแหน่งเป็นผู้อำนวยการสร้าง และ ทำหน้าที่กำกับฉากแอ็คชั่นคิวบู๊ด้วยตัวเอง
    ถึงแม้วัยของพระเอกนักบู๊จะล่วงเลยไปถึงหกสิบปี แต่เขายังตั้งใจทุ่มเทในการแสดงฉากต่อสู้เสี่ยงอันตราย 
    เพื่อเพิ่มความเร้าใจในฉากการต่อสู้อันดุเดือด สร้างสรรค์ผลงานการแสดงที่ดีมีคุณภาพ

ปล.อย่าว่ากันนะครับ เพราะผมสรุปออกมาจากที่ชื่นชอบในผลงานเฉินหลงเท่านั้นเอง
เอาเป็นว่าเพื่อนๆมีความคิดเห็นเพิ่มเติมยังไงกันบ้าง ก็ช่วยคอมเม้นกันมานะครับ ...

สมาชิกหมายเลข 1973360 
17 กุมภาพันธ์ เวลา 18:31 น.




Dragon Blade ดาบมังกรฟัด (2015) [6.2] 1080p.127 min DTS Thai 5.1


>>>>>>>>>>>>>>>  Y  A  H  T  Z  E  E -  H  I  D  E  F  <<<<<<<<<<<<<<<


ผมรู้จัก Fleet of Time ครั้งแรกจากข่าวเล็กๆที่ว่า หนังรักเรื่องนี้ขึ้นอันดับ 1 ในประเทศจีน 2 สัปดาห์ซ้อน
เอาชนะ The Crossing Part 1 หนังฟอร์มยักษ์ทุนสูงที่ว่ากันว่าเป็นไททานิคฉบับเมืองจีนของ จอห์น วู
ได้แบบเหนือความคาดหมาย แถมยังติด 10 อันดับหนังจีนทำเงินสูงสุดปี 2014 ด้วย
หนังสร้างมาจากนิยายขายดีของ จิวเยหุย นักเขียนชาวจีน บอกเล่าเกี่ยวกับความรักของวัยรุ่นกลุ่มหนึ่งในจีนแผ่นดินใหญ่
ซึ่งเกิดขึ้นตั้งแต่ ปี1980 จนถึง ปี2000 ผลงานการกำกับของ จางอี้ไป๋ นำแสดงโดย เอ็ดดี้ เผิง
นักแสดงหนุ่มหล่อชาวไต้หวัน กับ หนีหนี่ นักแสดงสาวชาวจีน

เรื่องราวการเติบโตเป็นผู้ใหญ่ของกลุ่มเพื่อนสนิท 5 คน ระหว่างที่พวกเขาได้ใช้ชีวิตในโรงเรียน มหาวิทยาลัย
จนกระทั่งแต่งงาน โดยหนังโฟกัสไปที่ความสัมพันธ์ของ เฉินซวิ๋น กับ ฟานหุย สองหนุ่มสาวที่เป็นรักแรกของกันและกัน
พวกเขาฝันถึงชีวิตคู่อันเป็นนิรันดร์ ทว่าเมื่อเวลาผ่านไป ทั้งสองก็พบว่าหลายสิ่งหลายอย่างไม่ได้สวยงามอย่างที่เคยคาดหวัง

Fleet of Time คล้ายกับเป็น You Are the Apple of My Eye (หนังรักวัยรุ่นชื่อดังของไต้หวัน) เวอร์ชั่นจีน
เพียงแต่เรื่องนี้มีความหม่นเศร้ากว่า เนื้อหามีความเป็นหนัง Coming of age หรือ การการก้าวพ้นวัยเล็กๆ
นำเสนอรักแรกที่เติบโตไปพร้อมอายุตัวละคร บอกเล่าผ่านยุคสมัยที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของสังคมจีน (1980-2000)

ขณะเดียวกันหนังก็มีความ Nostalgia (การโหยหาอดีต) พอสมควร มีการนำวัฒนธรรมป็อปในยุคนั้นอย่างหนังสือการ์ตูน
และเพลงญี่ปุ่นมาล้อเลียน เป็นช่วงเวลาที่นักเรียนชายอ่านสแลมดั้ง เล่นบาส ส่วนนักเรียนหญิงก็จะคอยเอาเครื่องดื่มไปให้
หรือส่งข้อความผ่านเพจเจอร์หาหนุ่มที่แอบชอบ ครึ่งแรกจึงตลบอบอวลไปด้วยเรื่องราวป็อปปี้เลิฟใสๆราวกับฤดูใบไม้ผลิ
กระนั้นตั้งแต่ช่วงกลางถึงท้าย หนังพลิกกลับมาเล่าถึงความรักที่เป็นผู้ใหญ่มากขึ้น เกิดการ โกหก นอกใจ หึงหวง ผิดนัด
ไม่รักษาสัญญา โทนเรื่องค่อนข้างจริงจัง ตรึงเครียด เนื้อหาหนักเอาการ

มีการไทร์อินแฝงโฆษณาบ้างประปราย แต่ส่วนใหญ่จะเป็นแบรนด์จีนแท้ๆจึงไม่ทำให้คนดูรู้สึกรำคาญเท่าไหร่
ประเด็นการเปลี่ยนผ่านและเติบโตของสังคมจีนก็น่าสนใจ มีการพูดถึงการได้เป็นเจ้าภาพกีฬาโอลิมปิก
ฉากที่ตัวละครนั่งดูบอลโลกคู่บราซิล-จีน(แอบแขวะฟุตบอลชายจีนเบาๆ) รวมถึงฉายภาพสังคมคนรุ่นใหม่ของจีนที่อู้ฟู่หรูหรา
อาตี๋อาหมายเมื่อ20ปีก่อนทุกวันนี้กลายเป็นเจ้าของกิจการ นักธุรกิจ เศรษฐี
ในงานแต่งต้องส่งการ์ดเชิญไปให้เพื่อนๆจากหลายประเทศทั่วโลกให้บินกลับมาบ้านเกิด

ถ้าจะพูดถึงความสมจริง เอ็ดดี้ เผิง หน้าทันสมัยเกินไปหน่อย ไม่ได้ดูเด่นเฉพาะในกลุ่มเพื่อน แต่เด่นอยู่คนเดียวในเรื่อง ผิดกับ หนีหนี่
ที่ดูมีความเป็นจีนแท้ๆ แต่ในแง่การแสดงทั้งคู่ถือว่าสอบผ่าน เอ็ดดี้ มีเสน่ห์มัดใจสาวที่ล้นออกมานอกจอ ขณะที่ หนีหนี่
ถึงจะไม่ใช่ผู้หญิงที่สวยแบบพิมพ์นิยมเอเชีย (ส่วนตัวคิดว่าเพื่อนผู้หญิงอีกคนในกลุ่มสวยและน่าแย่งชิงกว่าอีก)
กระนั้นเธอก็ดูดีมีสไตล์เฉพาะตัว แถมยังแสดงซีนดราม่าได้น่าประทับใจมากๆ

สำหรับบางคน รักแรกอาจไม่ใช่สิ่งที่เป็นนิรันดร์ แต่ช่วงเวลาของมันต่างหากที่ยาวนานติดตรึงอยู่ในใจของเราทุกคนตลอดมา
ไม่ว่ามันจะเป็นช่วงเวลา สุขมากๆ หรือ เศร้าสุดๆ ก็ยากจะลืมไปจากความทรงจำทั้งนั้น

คะแนน 8/10

โดย นกไซเบอร์

เครดิต https://www.facebook.com/cyberbirdmovie




Fleet of Time คำตอบของใจ…คือใช่เธอ (2015) Chi 1080p.114 min AC3 Thai 2.0


>>>>>>>>>>>>>>>  Y  A  H  T  Z  E  E -  H  I  D  E  F  <<<<<<<<<<<<<<<


FOOSBALL มหัศจรรย์ ทีมเตะทะลุมิติ : ภาพแจ่ม ตลกโอเค เนื้อเรื่อง...(เอิ่ม)

1) ดูเพราะตัวอย่างหนังน่าสนุก แต่ดูแล้ว ก็สนุกแบบเป็นชิ้นๆ ไม่ปะติดปะต่อกัน ความประทับใจต่อหนัง ก็มีบ้าง แต่ต้องมองข้ามเส้นเรื่องและเหตุผลจริงๆ
2) คุณภาพภาพ สีสดใส สไตล์ pixar ยุคกลางมากๆ ดีไซน์ตัวละครคล้าย incredible หน่อยๆ ส่วนตัวงานสร้างถือว่าสอบผ่านครับ
3) ความสนุก ถ้าดูเป็นชิ้นๆ ฉากๆ ก็ฮาดูเพลินพอใช้เลยนะ ขำๆทั้งเรื่อง
4) ฉากสวยๆ มีเยอะอยู่ จะเหมาะสมกับเนื้อเรื่องมาก หรือเวอร์เกินเนื้อเรื่องไปบ้าง แต่ก็ถือว่าอลังการ เวอร์วัง ตื่นตาดี
5) ชอบฉาก foosball โต๊ะเกมฟูตบอลต้นเรื่องมาก ทำให้โต๊ะหมุนๆธรรมดาๆ ดูเวอร์และตื่นเต้นได้ดีมากๆ
     ผมไม่เคยเล่นโต๊ะแบบนี้มาก่อนยังไม่คิดเลยว่ามันจะน่าสนุกได้ขนาดนั้น
6) ชอบภาพโพลารอยด์ กลางเรื่อง คือดูเหมือนจริงมากเลย ฉากพรีเซนต์นักบอลก็โอเค
7) เหตุผลเรื่อง...มีปัญหาสุดๆครับ คือด้วยความพยายามเวอร์ พยายามขายฉาก ขายไอเดีย ขายมุขตลก เส้นเรื่องที่เรื่องบอกเล่าแบบ...
    คือเหมือนเมายามากๆ ขนาดเด็กๆดูยังได้ยินเสียงเด็กถามแม่เป็นระยะๆว่ามาได้ไงเลย ผู้ใหญ่อย่างผมก็ได้แต่ทำใจมองข้ามหาความสนุกไปเรื่อยๆ
8) คาดว่าหนังจะสร้างเพื่อ 3 มิติโดยเฉพาะ จึงมีฉากปาของใส่จอเยอะมากๆ อะไรๆก็ปาออกมานอกจอเสมอๆ ก็ตลกดีไปอีกแบบ
    (ที่ไม่ชอบ ก็คุณยายแตงห้อย อะไรมันจะ 3D ขนาดนั้น เฮ่อออ)
9) บทสรุปท้ายเรื่อง แบบว่า...สะท้อนสังคมเกิ๊น ยังไงเอเจนต์ ก็อยู่ตลอดกาลกว่านักบอล
     (จริงๆทั้งเรื่อง จะมีอะไรสะท้อนใจนิดๆตลอด อย่างพระเอกที่เก่งแต่เล่นโต๊ะบอลมาตั้งแต่เด็ก
     โดยไม่ยอมทำอะไรเพิ่ม พอโตมาเจอนักบอลที่โด่งดัง มันชวนเจ็บจี๊ดสะท้อนใจจริงๆ)
10) ดูฆ่าเวลาได้ พาเด็กๆมาดูก็โอเค สนุกพอใช้ (แต่ต้องทำใจกับเหตุผลเรื่องนิดนึงนะ)

******************************
จาก คุณ choord   
9 พฤษภาคม เวลา 22:40 น.
สงสัยหรืออยากพูดคุยทักทาย เจอะกันได้ที่นี่เลยครับ https://www.facebook.com/choord.k




Foosball มหัศจรรย์ทีมเตะทะลุมิติ (2015) 1080p.97 min AC3 Thai 2.0

 
>>>>>>>>>>>>>>>  Y  A  H  T  Z  E  E -  H  I  D  E  F  <<<<<<<<<<<<<<<


Lost River - ยิ่งเล่นหนังแบบไหนบ่อย คาแรคเตอร์ของคนแสดงก็จะกลืนอารมณ์หนังแบบนั้นมาด้วย

ผมมีความเชื่อส่วนตัวว่า คนเราเมื่อได้ทำอะไรเหมือนเดิม หรือคล้ายๆ เดิมบ่อยเข้าๆ คนๆ นั้นจะซึมซับสิ่งที่ถูกย้ำคิดย้ำทำ
จนกลายเป็นคาแรคเตอร์และความคิดติดตัวไปเลย สำหรับรีวิวนี้ผมกำลังพูดถึงนักแสดงสุดติสท์อย่าง Ryan Gosling
ที่พักหลังมาเล่นแต่หนังแนวอาร์ตๆ ดาร์คๆ เยอะพอสมควร ถ้าไล่หนังหลายเรื่องหลังที่เขาแสดงมา

ตั้งแต่ Drive, Gangster Squad, The Place Beyond the Pines, มาถึง Only God Forgive
เรียกว่าหนังมันออกแนวดาร์คทั้งสี่เรื่องเลยทีเดียว ทำให้ผมไม่แปลกใจเลยที่ Ryan Gosling
จะเขียนบทและทำหนังเรื่องนี้ออกมาได้อึมครึมขนาดนี้

Lost River กล่าวถึงเมืองแห่งหนึ่งในสหรัฐอเมริกา เมืองที่เศรษฐกิจล่มสลาย คนตกงานและหมดอาลัยตายอยาก
บิลลี่ (คริสติน่า เฮนดริกส์) เป็นคุณแม่เลี้ยงเดี่ยวที่มีลูกชายถึง 2 คนต้องดูแล
ทั้งที่เธอเองก็ไม่ใช่คนแกร่งพอที่จะแบกรับปัญหาขนาดนี้ได้ตามลำพัง
หนังจะโฟกัสไปที่ โบนส์ (เอียน เดอ แคสเทคเกอร์) ลูกชายคนโตของเธอที่ต้องดูแลน้องระหว่างที่แม่ไม่อยู่
และการใช้ชีวิตในเมืองของเด็กหนุ่มเลือดร้อน ที่เปรียบเหมือนการเดินอยู่ในขุมนรก

หนังเดินเรื่องค่อนข้างเป็นเส้นตรง ไม่มีคดเคี้ยวเลี้ยวลด แต่แบ่งเป็นการบอกเล่าผ่านสองตัวละคร
คือตัวแม่ บิลลี่ และตัวลูกชาย โบนส์ ซึ่งอาจจะดูเล่าได้ทื่อๆ แข็งๆ ไปหน่อย แต่สิ่งที่น่าสนใจของหนังคือความดาร์ค
ที่ทำออกมาได้ดีและน่าขนลุก หนังดูหลอนตลอดทั้งเรื่อง ทั้งๆ ที่ไม่มีอะไรที่มันน่ากลัวเลยแม้แต่น้อย
แต่ด้วยงานภาพ สีสันที่เอามาใช้ในแต่ละฉาก รวมไปถึงเสียงดนตรีประกอบ
มันช่างปลุกความหวาดระแวงในตัวคนเราได้พอสมควรเลย

ซึ่งงานคล้ายๆกันแบบนี้ เราเห็นจากหนังอย่าง Drive และ Only God Forgive มาแล้ว
เลยทำให้เมื่อได้ชื่อว่า Ryan เป็นคนกำกับ ยิ่งไม่แปลกใจเลยที่อารมณ์ของหนังออกมาได้ขนาดนี้
โดยเฉพาะช่วงท้ายของหนังที่กระชับตัดบทได้ดี ดึงความน่าสนใจของหนังออกมาได้เยอะ
หลังจากหนังเล่าเรื่องทื่อๆ มาตั้งแต่ต้นเรื่อง

จริงๆ แล้วหัวใจของหนังเรื่องนี้ไม่ได้อยู่ที่เนื้อหาสาระอะไรเท่าไหร่ แต่อยากให้คนที่สนใจหนังเรื่องนี้
ลองเข้าไปดูการพัฒนาของ Ryan Gosling จากนักแสดง ไปสู่คนเขียนบท ผู้กำกับ และโปรดิเซอร์
ซึ่งอย่างที่ผมบอกว่า หนังบ่งบอกคาแรคเตอร์และความเป็น Ryan ได้อย่างดี ทำให้ผมคิดว่า
หรือเป็นเพราะหนังเรื่องหลังๆ ของเขาเป็นแนวนี้เกือบจะทั้งหมด เขาเลยซึมซับความดาร์คเอาไว้
และปล่อยของออกมาได้เยี่ยมขนาดนี้ ถึงแม้หนังจะไม่ได้ดีเลิศมากมายก็ตาม

พูดคุยติชมเพิ่มเติมได้ที่นี่.. https://www.facebook.com/DooNangGunMai

จากคุณ ekka_eak 
16 พฤษภาคม เวลา 19:20 น.




Lost River ฝันร้าย เมืองร้าง (2014) [5.8] 1080p.95 min Eng DTS AC3 Thai 2.0

 
>>>>>>>>>>>>>>>  Y  A  H  T  Z  E  E -  H  I  D  E  F  <<<<<<<<<<<<<<<


วันนี้เพิ่งไปดูมาสดๆร้อนๆ เลยอยากจะมาเขียนรีวิว + อวย ออกตัวก่อนว่าเป็นแฟนหนังเรื่องนี้


-ตัวละครทุกตัวแสดงดีมาก ซึ้งในมิตรภาพของเพื่อน โดยเฉพาะฉาก..
ภาคนี้รู้สึกว่าบทนิวท์ดูดรอปลงไปมาก คงจะไปเด่นในภาคสุดท้าย ส่วนมินโฮ บทเด่นมากและหล่อมาก บทแอคชั่นทำให้ดูดีขึ้นไปอีก
ตัวละครส่วนมากก็มาจากภาคแรก โทมัส มินโฮ นิวท์ เทเรซ่า ฟรายเพน วินสตัน และตัวละครใหม่ อริส เบรนดา ฮอร์เก้ ไอ้หน้าหนูแจนสัน โทมัส
เรารู้สึกว่าไร้สเน่ห์และมักจะโดนเพื่อนๆแย่งซีนไปซะส่วนมาก

-CG ทำได้ดีมาก ทั้งทะเลทราย ฟ้าผ่า ตึกร้าง และอีกมากมาย โดยเฉพาะเมืองที่ล่มสลาย เห็นแล้วหดหู่ใจแปลกๆ
-บทอ่อน เนื้อเรื่องมีการเฉลยปมต่างๆเพียงเล็กน้อย อดีตโทมัสเทเรซ่านิดๆหน่อยๆ ส่วนมากหมดไปกับการวิ่งหนี แอคชั่น เดินทาง
เอาชีวิตรอดจากสิ่งต่างๆ ทั้งฝูงแคร้ง ที่พาลให้นึกถึงซอมบี้ใน The Walking Dead และพวกวิคเก็ต ขอบอกว่าไอ้หน้าหนูนี่น่าหมั่นไส้มาก
 
-ตัวละครอริสมีการบอกแค่ว่าเป็นผู้ชายคนเดียวในวงกตผู้หญิง เช่นเดียวกับเทเรซ่า
-บทเทเรซ่าง่อยมาก มันไม่อิน มันไม่ปังว่านี่เป็นเหตุผลที่ทำแบบนั้นนะ
-ภาคนี้แตกต่างจากภาคแรกอย่างมาก ถ้าภาคแรกเน้นปริศนา ความสงสัยต่างๆในเขาวงกต ภาคนี้จะเน้นแอคชั่น ความตื่นเต้นค่ะ
-ดูพากย์ไทยมา รู้สึกขัดหูชื่อตัวละคร 'ฮอร์เก้' แต่พวกย์ไทยพากย์เป็น 'ฮอร์เฮ' ส่วนเสียงนิวท์น่ารักเหมือนหน้าตามาก ชอบค่ะ
-เป็นหนังที่ทำต่างจากหนังสือเยอะมากถึงมากที่สุด สำหรับแฟนหนังสืออาจจะผิดหวัง แทบจะกลายเป็นอีกเรื่องนึงเลย
 แต่ก็ยังมีความสนุก มันส์ ตื่นเต้น เอาใจช่วยตัวละคร จุดนี้ทำได้ดีกว่าในหนังสือมาก
-ในแง่ของหนัง คนอาจชอบในความตื่นเต้น แต่ในแง่ของหนังที่สร้างจากหนังสือ ถือว่าไม่ค่อยอิงหนังสือซักเท่าไหร่
-สุดท้ายประโยคเด็ดของเรื่องนี้ที่ว่า 'วิคเก็ตนั้นดี' ก็ไม่ได้ถูกนำมาใช้ในตอนจบของหนัง ซึ่งเป็นสิ่งที่เราเสียดายมาก

เนื่องจากอ่านหนังสือมา เลยอยากจะบอกความต่างคร่าวๆระหว่างหนังกับหนังสือ ..
สรุปรวมให้ 9/10 หักคะแนนที่บางอย่างไม่น่าตัดจากหนังสือเลย

สมาชิกหมายเลข 1498208 
17 กันยายน เวลา 20:45 น




Maze Runner The Scorch Trials สมรภูมิมอดไหม้ (2015) [6.6] 1080p.132 min AC3 Thai 2.0
 

>>>>>>>>>>>>>>>  Y  A  H  T  Z  E  E -  H  I  D  E  F  <<<<<<<<<<<<<<<


ผ่านไปเพียง 3 ปี หนังเรื่องนี้ก็มีภาคต่อ ‘Ted 2 หมีไม่แอ๊บ แสบได้อีก 2′
ออกมาให้ผู้คนที่ชื่นชอบกับความเกรียนของมันให้ได้ฮากันอีกครั้ง

ด้วยทีมงานที่แทบจะเป็นทีมเดิม นักแสดงแตกต่างออกไปบ้างเมื่อภาคนี้ไม่มี Mila Kunis แต่ได้ Amanda Seyfried มาทดแทน
และเจ้าหมีเท็ดยังคงเป็น Seth MacFarlane คนเดิม ที่พ่วงทั้งหน้าที่คนเขียนบทและคนกำกับหนังเข้ามาด้วย

เมื่อหมีที่ซี้กับคนอย่าง จอห์น เบ็นเน็ตต์ (Mark Wahlberg) กำลังได้เวลามีชีวิตคู่ของตัวเอง
เขาจึงแต่งงานกันในโบสถ์ต่อหน้าพระเจ้า แต่ใช่ว่าเป็นหมีแล้วชีวิตคู่จะราบรื่นต่างจากมนุษย์ทั่วไป
ความระหองระแหงกันของคู่ชีวิตต่างสายพันธุ์ดำเนินมาถึงจุดที่ต้องมีโซ่ทองคล้องใจเพื่อให้ชีวิตครอบครัวยังคงไปได้ต่อ
มันจึงดำเนินไปถึงการหาน้ำเชื้อมาผสม ไปๆ มาๆ กฏหมายไม่ได้รับว่าเขาเป็นมนุษย์
จนต้องพึ่งทนายซึ่งนั่นทำให้จอนนี่ได้ไปเจอนางเอก Amanda Seyfried ในที่สุด

แล้วเรื่องราวก็ไปเรื่อยๆ สอดแทรกด้วยมุกจิกกัดหนังมากมาย จิกกัดแม้กระทั่งวงการทีวี ฮากัน...แตก...แตนจนไม่รู้จะยังไง
ซับไตเติลไทยเป็นด้านที่ต้องชื่นชมเพราะว่าเขาปรับบริบทให้เข้ากับคนไทย จนคนฟังซาวด์แทร็กไม่ออกก็ขำกลิ้งไปกับมุขได้

ป.ล. เตือนพ่อแม่ที่มีลูกน้อย ควรรู้ว่านี่เป็นหนังหมีที่มีเนื้อหาผู้ใหญ่มากๆ หมีทั้งพี้ยา พูดจาหยาบ
และอะไรต่อมิอะไรอีกมากมาย จึงไม่ควรพาลูกไปดูอย่างยิ่งจ้าา

Ted 2 | http://bit.ly/1DwMsgX
 
จากคุณ -djP@T-   
23 กรกฎาคม เวลา 12:58 น.




Ted 2 หมีไม่แอ๊บ แสบได้อีก 2 (2015) [6.5] 1080p.115 min AC3 Thai 2.0 Uncensor

 
>>>>>>>>>>>>>>>  Y  A  H  T  Z  E  E -  H  I  D  E  F  <<<<<<<<<<<<<<<


The Boy Next Door คือหนังสูตรคู่รักโรคจิตตามหึงโหดแบบ Fatal Attraction และ Swimfan ครับ

แคลร์ (Jennifer Lopez) จับได้ว่าสามี (John Corbett) มีคนอื่น เลยพาลูกชาย (Ian Nelson) ย้ายมาอยู่ที่ใหม่
ซึ่งที่บ้านใหม่นี้เธอได้พบกับหนุ่มข้างบ้านสุดหล่อล่ำ โนอาห์ แซนด์บอน (Ryan Guzman)
แน่นอนครับว่าโนอาห์ดูนิสัยดี เป็นสุภาพบุรุษมากๆ จนแคลร์อดไม่ได้ที่จะสนใจหนุ่มคนนี้

แต่ถึงจุดหนึ่งเธอก็ได้รู้ว่า สุดหล่อคนนี้อันตรายกว่าที่คิด
หนังดูได้เรื่อยๆ ครับ เป็นสูตรที่พอเดาได้ ช่วงต้นก็ออกแนวรักร้อนๆ (มีฉากร้อนกลางๆ พอประมาณหนึ่งฉาก)
ก่อนที่จะเข้าโหมดระทึกขวัญในครึ่งหลัง ซึ่งหนังก็ไม่ถึงกับเด็ดหรือน่าจดจำครับ แต่ก็ไม่ได้เลวร้ายจนน่าเบื่อ

ทว่าหากเทียบกับผลงานอื่นๆ ของผู้กำกับ Rob Cohen อย่าง XXX, The Fast and the Furious, Dragonheart,
Daylight และ Alex Cross แล้ว เรื่องนี้ก็ถือว่าสนุกน้อยกว่าหนังเหล่านั้นพอสมควรครับ

ผมว่าหนังเหมาะสำหรับแฟนๆ J Lo นะครับ แล้วก็คนที่ชอบหนุ่ม Guzman หรือไม่ก็ชอบหนังแนวระทึกขวัญสไตล์นี้
ขอเพียงไม่คาดหวังในความระทึกมากจนเกินไป ก็น่าจะพอเพลินกับหนังได้ ส่วนผมนั้นรู้สึกออกแนวเรื่อยๆ เฉยๆ ครับ

ในแง่สาระ ก็สอนใจคนก่อนจะปล่อยตัวปล่อยใจทำอะไรลงไป โดยเฉพาะคนที่เรายังไม่รู้จักดีพอ
(เพราะขนาดบางคนรู้จักดีแล้ว ก็ยังมีหลืบมุมซ่อนเร้นเลยครับ)

สำหรับด้านแง่รายได้แล้ว หนังประสบความสำเร็จครับ เพราะลงทุนเพียง $4 ล้าน และโกยกลับมา $50 ล้านจากทั่วโลก
เรียกว่าเป็นการทำหนังแบบเพลย์เซฟอยู่เหมือนกัน ลงทุนไม่มาก โอกาสกำไรก็มาก

คะแนนความชอบ 5.5/10 ครับ

รีวิวโดย หมื่นทิพ
http://www.facebook.com/10000tip
View all posts by 10000tip




The Boy Next Door รักอำมหิต หนุ่มจิตข้างบ้าน (2015) [4.6] 1080p.91 min DTS Thai 5.1

 
>>>>>>>>>>>>>>>  Y  A  H  T  Z  E  E -  H  I  D  E  F  <<<<<<<<<<<<<<<


หลังจากที่ดู The Man from U.N.C.L.E. เราวิจารณ์หนังไม่เป็นนะ แต่อยากบอกว่า

มันสนุกมากกกก ออกจากโรงมาแทบจะเดินไปซื้อตั๋วอีกรอบ แต่แฟนห้ามไว้
เราเลยบอกว่างั้นพรุ่งนี้มาดูอีกรอบ แฟนเราก็เข้าใจ แต่ก็เตือนว่า
"คนขายตั๋วเค้าจะจำหน้าได้นะ ไม่อายหรอ ดูหลายรอบ"  555
เลยเปลี่ยนเป็นไว้ดูอีกรอบวันเสาร์ละกัน ทิ้งระยะให้คนขายตั๋วลืมๆ หน้าไปก่อน

คือพระเอกเท่มากๆๆ ทั้งสองคนเลย เลือกไม่ถูก มัดรวมกันมาเลยค่ะ ฮ่าๆๆ
นางเอกก็สวย ตัวเล็ก ชอบฉากที่เต้นแกล้งพระเอกก็เต้นได้น่ารักแบบกวนๆ ดี (พูดถึงนางเอกแค่นี้พอ เราอิจฉา)
พระเอกเก่งและฉลาดโดยที่ไม่ต้องบู๊พร่ำเพรื่อ ไม่วินาสสันตะโร
แต่หนังไม่น่าเบื่อเลย มีดีเทลกวนๆ ของพระเอก ทำให้หนังสนุก การเล่าเรื่องของหนังดีมาก
บุคลิกท่าทางของพระเอกทั้ง 2 คน ดูน่ามองไปหมด ฮ่าๆๆ น่าหลงไหลอะ คอสตูมเสื้อผ้าได้เท่สุดๆ

ขอสรุปโดยความเห็นส่วนตัวว่า เป็นหนังที่คิดว่าเหมาะสมที่จะดูซ้ำสัก2รอบ อย่างต่ำ ฮ่าๆๆ
เหมาะแก่การเซฟรูปโปสเตอร์หนังจากในเน็ตแล้วเอาไปปริ้นขนาดA1 แปะไว้บนกำแพงที่หัวเตียง
แล้วปริ้นขนาด A5 ใส่กรอบไว้บนโต๊ะทำงานที่ออฟฟิศ

ปล. เจอวิญญาณหญิงสาวมานั่งข้างๆ ตอนดูหนังด้วย เราไม่กล้าหันไปมองตรงๆ เพราะแสบตาจากแสงไฟที่ส่องใต้คางของนาง
ปล2. เพิ่งเคยตั้งกระทู้ชื่นชมหนัง (หนักไปทางพระเอก) เป็นครั้งแรกค่ะ

จากคุณ lovewindy 
12 สิงหาคม เวลา 19:55 น.




The Man from U.N.C.L.E. คู่ดุไร้ปรานี (2015) [7.4] 1080p.116 min AC3 Thai 2.0

 
>>>>>>>>>>>>>>>  Y  A  H  T  Z  E  E -  H  I  D  E  F  <<<<<<<<<<<<<<<


The Transporter Refueled – คนระห่ำคว่ำนรก

ภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นภาคที่ 4 ของภาพยนตร์ชุด Transporter ซึ่ง 3 ภาคแรก นำแสดงโดย Jason Statham
ซึ่งตอนนี้ย้ายค่ายเรียบร้อยแล้ว ถึงแม้ว่าภาพยนตร์ชุดเรื่องนี้จะไม่ดังเท่ากับภาพยนตร์ชุดที่เจสันย้ายไปเล่นด้วย
แต่ต้องยอมรับว่า Transporter ค่อนข้างน่าดูและน่าติดตามภาคต่อๆไปอยู่ไม่น้อย

มาภาคนี้ เมื่อมีการเปลี่ยนตัวละคร สิ่งนึงที่ต้องยอมรับคือการเปรียบเทียบกับภาคก่อนๆ …
Ed Skrein ไม่หล่อ และเท่ห์ไม่พอจะเป็นคนส่งของจริงๆ เป็นคนที่มีเสน่ห์ไม่พอที่จะเป็นคนส่งของ
ความดุดันก็ไม่เท่าเจสัน ความเท่ก็ไม่ได้ครึ่ง เสน่ห์ไม่ต้องพูดถึงเลย แม้ว่าเค้าจะเล่นฉากบู๊ได้ดี แต่ฉากบู๊ในเรื่องนี้
ก็ไม่น่าสนใจอย่างมาก ถึงขนาดที่เชื่อได้ว่ามีคนหาวใส่ไม่มากก็น้อย

เริ่มต้นพูดถึงตัวละครไปแล้ว งั้นขอพูดถึงตัวละครให้เสร็จไปก่อนเลยแล้วกันนะ …
ตัวชูรสของเรื่องนี้เลยคือความสวยของนางเอกสาว Loan Chabanol ที่คงทำให้หนุ่มๆหายเซ็งได้บ้าง
เพราะนางค่อนข้างจรัสและสวยเข้าขั้น แม้ว่านางจะอยู่ในทีมนางฟ้าชาลี มีอีกสามสาวช่วยกันทำงาน
ทว่าอีกสามสาวไม่ได้สะสวยจนน่าสนใจ เพื่อนๆของนางดูธรรมดาเกินไปจริงๆ

อีกคนที่ทำให้เรื่องนี้ดูดีขึ้นคือ Ray Stevenson ในบทพ่อพระเอก ซึ่งเล่นได้ดีมาก แม้คนรอบข้างภายในหนัง
จะเล่นเหมือนเล่นขายของ แต่ลุงคนนี้ก็ยังเล่นได้เนี้ยบไม่มีที่ติจริงๆ …เอาจริงๆมีเสน่ห์กว่าพระเอกอีกนะ
บทของเรื่องค่อนข้างอ่อน แม้จะช่วยกันเขียนบทถึงสามคน นั้นอาจจะเป็นข้อเสียที่ทำให้เนื้อเรื่อง
ดูผิดเพื้อนไปจากสามภาคก่อนก็เป็นไปได้ …นี้มันหนังคนส่งของนะเฮ่ย ไม่ใช่หนังคุณฆ่าหมาผม นะเฮ่ย >< …

เมนของหนังเรื่องนี้กลายเป็นหนังแก้แค้นไปได้ยังไงกัน …เปลี่ยนชื่อเป็น คนจองเวร ดีมั้ยครับ …
แล้วจุดที่เชื่อมพระเอกกับตัวร้ายก็มีเฉลยที่ไม่ชวนตื่นเต้นและน่าสนใจอะไรเลย
ฉากและโลเคชั่นถือว่าดีและน่าสนใจ …พระเอกอีกอย่างของภาพยนตร์เรื่องนี้คือรถ …
ประสบความสำเร็จไปมากกว่าหนังซะอีก

จนไม่แน่ใจว่านี้เป็นโฆษณารถที่ยาวที่สุดตั้งแต่มีโฆษณาเกิดขึ้นบนโลกใบนี้รึป่าว …
คนที่ไปดูด้วยจากที่กำลังคิดจะซื้อเบนซ์ปลายปีนี้ ก็หันมาให้ความสนใจออดี้ไปซะงั้น

เรื่องนี้เอาไป 65 คะแนน

จากคุณ Ninja36   
6 กันยายน เวลา 11:13 น.




The Transporter Refueled คนระห่ำคว่ำนรก (2015) [4.9] 1080p.96 min AC3 Thai 2.0


>>>>>>>>>>>>>>>  Y  A  H  T  Z  E  E -  H  I  D  E  F  <<<<<<<<<<<<<<<


Zhong Kui : Snow Girl and the Dark Crystal...จงขุย ศึกเทพฤทธิ์พิชิตมาร

กำกับโดย : Peter Pau(ปีเตอร์ เปา) , Zhao Tianyu (จ้าวเทียนอีว์)
นำแสดงโดย : Chen Kun (เฉินคุน) (จากหนังเรื่องตี๋เหรินเจี๋ย ผจญกับดักเทพมังกร / โปเยโปโลเย / มู่หลาน) ,
Li Bing Bing (หลี่ปิงปิง) (จากหนัง Transformers : Age of Extinction , Resident Evil : Retribution )
ประเภท : แอ็คชั่น-แฟนตาซี
วันที่เข้าฉาย 19 ก.พ. 2558
ความยาว : 118 นาที
เรื่องย่อ
- ทุกๆพันปีของวันที่ 15 กรกฎาคม เมื่อพระจันทร์เต็มดวง ทุกชีวิตจะข้ามภพผ่านการจุติใหม่
นรกเกิดความปั่นป่วนวุ่นวาย เมื่อจู่ๆของสำคัญอย่าง “ผลึกดำ” ถูกขโมยไปจากนรก
ทำให้เหล่าปีศาจจึงออกตามหาผลึกดำที่ถูกขโมยไปที่โลกมนุษย์

 จงขุยได้รับมอบหน้าที่ให้ปกป้องผลึกดำ “อาจารย์จาง” เห็นถึงความสามารถของ“จงขุย”
จึงมอบพลังอันยิ่งใหญ่เพื่อให้ “จงขุย” เอาไว้ปราบเหล่ามารทั้ง 3 ภพ (สวรรค์ โลก และ นรก)

 แต่การจะปราบเหล่าปีศาจนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย “จงขุย” ต้องฝึกฝนพลังของตัวเองให้แข็งแกร่งกว่าปีศาจ 
แถมยังต้องรับหน้าที่ในการปกป้อง “ผลึกดำ” ก่อนที่จะถูกปีศาจแย่งชิงกลับไปยังนรกอีกครั้งหนึ่ง

 การไล่ล่าตามหา “ผลึกดำ” ในครั้งนี้ ทำให้ “จงขุย” ได้พบกับ “ปีศาจหิมะ” ทั้งสองต่างตกหลุมรักกันอย่างไม่รู้ตัว
เลยต้องลุ้นกันว่า สุดท้ายแล้ว“จงขุย”จะตัดสินใจเลือกระหว่าง “การปกป้องโลกมนุษย์” หรือ “ความรัก”

ข้อมูลหนัง
“จงขุย ศึกเทพฤทธิ์พิชิตมาร” ภาพยนตร์ แอ็คชั่น-แฟนตาซี สร้างจากนิทานพื้นบ้านของจีน
ตั้งแต่สมัยจักรพรรดิถังเสวียนจง ในราชวงศ์ถัง (ค.ศ.712 ถึง ค.ศ.756)
ถูกหยิบมาสร้างเป็นหนังชุดทางทีวีที่ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี

-  เป็นภาพยนตร์ร่วมทุนสร้างระหว่าง จีน, ออสเตรเลีย และสหรัฐฯ ด้วยทุนสร้างสูงถึง 1,000 พันล้านบาท
ให้สะเทือนวงการหนังเอเชียอีกครั้ง

-  พร้อมทีมสเปเชียลเอฟเฟกต์สุดตระการตาจาก Studio Weta Workshop 
ที่เคยฝากผลงานไว้ในภาพยนตร์ไตรภาคชื่อดังอย่าง The Lord of the Rings

-  “ปีเตอร์ เปา” ตากล้องเจ้าของรางวัล ออสการ์ถ่ายภาพยอดเยี่ยม จากภาพยนตร์
Crouching Tiger, Hidden Dragon มาร่วมนั่งแท่นกำกับในภาพยนตร์เรื่องนี้

-  ผลงานจาก 2 นักแสดงสุดฮอต นำโดยพระเอกหนุ่ม เฉินคุน (จาก Mulan: Rise of a Warrior มู่หลาน วรีสตรีโลกจารึก)
และ นางเอกสาว หลีปิงปิง (จากผลงานโกอินเตอร์ Transformers: Age of Extinction ภาค 4: มหาวิบัติยุคสุญพันธุ์
และ Resident Evil: Retribution ผีชีวะ 5 สงครามไวรัสล้างนรก)

-  เริ่มเปิดฉายตรุษจีนที่ผ่านมา ติดอันดับ 3 ของหนังทำเงิน กวาดรายได้เปิดฉายไปกว่า 192 ล้านหยวน
เกือบๆหนึ่งพันล้านบาท  (ระยะเวลา 19-22 กุมภาพันธ์)

คัดลอกจาก.. http://chill89.fm/
ชิลชวนไปชม "Zhong Kui : Snow Girl and the Dark Crystal...จงขุย ศึกเทพฤทธิ์พิชิตมาร"




Zhong Kui จงขุย ศึกเทพฤทธิ์พิชิตมาร (2015) [5.1] Chi 1080p.118 min AC3 Thai 2.0


>>>>>>>>>>>>>>>  Y  A  H  T  Z  E  E -  H  I  D  E  F  <<<<<<<<<<<<<<<


บันทึกการเข้า
  • Yahtzee
  • Full LED TV member
  • ****
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • กระทู้: 1,636
  • รับบริการลงหนัง Hi-Def GB ละ 50 สตางค์
  • ดูรายละเอียด อีเมล์






นำไฟล์รายการมาสั่งซื้อฮาร์ดดิสก์ที่ yahtzee_hidef

 ลด 100 บาท 1 ครั้ง นะครับ


บันทึกการเข้า
  • Yahtzee
  • Full LED TV member
  • ****
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • กระทู้: 1,636
  • รับบริการลงหนัง Hi-Def GB ละ 50 สตางค์
  • ดูรายละเอียด อีเมล์




ทิวทัศน์เมืองเดลฟท์ (View of Delft 1659-1660) พ.ศ. 2202-2203
ปัจจุบันตั้งแสดงอยู่ที่
พิพิธภัณฑสถานศิลปะเมาริตส์เฮยส์ (Mauritshuis) ในเดอะเฮก ประเทศเนเธอร์แลนด์

โยฮันเนิส ไรเนียส์โซน เฟอร์เมร์ (ดัตช์: Johannes Reynierszoon Vermeer)
หรือ โยฮัน เฟอร์เมร์ (Johan Vermeer; 31 ตุลาคม พ.ศ. 2175 - 15 ธันวาคม พ.ศ. 2218)




ถนนสายเล็ก (The Little Street 1657-58)
ปัจจุบันตั้งแสดงอยู่ที่
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ อัมสเตอร์ดัม, อัมสเตอร์ดัม ประเทศเนเธอร์แลนด์

เป็นจิตรกรชาวดัตช์ มีผลงานในด้านศิลปะบาโรก มักวาดภาพที่แสดงถึงชีวิตประจำวันธรรมดาของคน
เขาใช้ชีวิตอยู่ในเมืองเดลฟท์ และเป็นจิตรกรที่ประสบความสำเร็จพอสมควรในเมืองของเขา
แต่ว่าไม่ได้ร่ำรวยเป็นพิเศษเพราะสร้างผลงานค่อนข้างน้อย



สตรีกับสร้อยไข่มุก (Woman with a Pearl Necklace ..1662-64 )
ปัจจุบันตั้งแสดงอยู่ที่
เกอแมลเดอกาเลอรี, เบอร์ลิน

เฟอร์เมร์ถูกลืมไปกว่าสองร้อยปี และกลับมามีชื่อเสียงอีกครั้ง
เมื่อนักวิจารณ์ศิลปะชื่อ ตอเร-เบือร์เกอร์ (Thoré-Bürger) เขียนบทความระบุภาพ 66 ภาพว่าเป็นของเขา
(แต่มีเพียง 35 ภาพที่เป็นที่ยอมรับอย่างแน่นอนว่าเป็นของเขาในปัจจุบัน)



สตรีกับแก้วไวน์ (The Girl with the Wineglass .. ราว ค.ศ. 1659)
ปัจจุบันตั้งแสดงอยู่ที่
พิพิธภัณฑสถานแฮร์โซค อันโทน อุลริช, เบราน์ชไวค์

ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาชื่อเสียงของเฟอร์เมร์ก็เริ่มโด่งดังขึ้น ได้รับการยกย่องว่าเป็นจิตรกรที่ยิ่งใหญ่ที่สุดคนหนึ่ง
ในสมัยยุคทองของเนเธอร์แลนด์ และเป็นที่ยอมรับในเรื่องเทคนิคการใช้แสงในผลงานของเขา




สตรีกับเหยือกน้ำ (Woman with a Water Jug .. 1660-62)
ปัจจุบันตั้งแสดงอยู่ที่
พิพิธภัณฑ์เมโทรโปลิตัน, นครนิวยอร์ก

ผลงานที่มีชื่อเสียงได้แก่ สาวใส่ต่างหูมุก ซึ่งเป็นภาพที่รู้จักกันในชื่อ "โมนาลีซาจากทางเหนือ"

เทรซี เชวาเลียร์ (Tracy Chevalier)
เขียนนวนิยายประวัติศาสตร์ชื่อเดียวกันในปี ค.ศ. 1999
โดยสร้างตัวละคร สิ่งแวดล้อม และเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่นำมาสู่ภาพวาดของเฟอร์เมร์

นวนิยายได้รับการสร้างเป็นภาพยนตร์ในชื่อเดียวกันในปี ค.ศ. 2003
และต่อมาเป็นละครในปี ค.ศ. 2008


จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙





Girl with a Pearl Earring สาวใส่ต่างหูมุก (2003) [7.0] 720p.100 min DTS 5.1 Sub
Biography, Drama, Romance
Director: Peter Webber
Scarlett Johansson, Colin Firth, Tom Wilkinson


เห็นชื่อ และปกหนังเรื่องนี้ ทำให้ผ่านไปดูเรื่องอื่น ๆ ที่สนุก มันส์ ๆ ซะหลายเรื่อง
วันหยุดยาวที่ผ่านมา ลองเปิดดูอย่างตั้งใจ กะว่าน่าจะลองเสียเวลาดูสักครึ่งชั่วโมง

ดูหนังแนวนี้ เนื้อหาการแสดง คงไม่ตื่นเต้นระทึกขวัญ แบบ Lucy สวยพิฆาต
หรือ Captain America: The Winter Soldier ที่นางเอกเรื่องนี้แสดงเป็น
Natasha Romanoff / Black Widow
ทั้งสองเรื่อง เธอบู๊ระห่ำ ระทึกเดือดพล่าน ยกขาเตะ-ถีบเหล่าร้ายวินาศสันตะโร

แต่ สาวใส่ต่างหูมุก เรื่องนี้ Scarlett Johansson เธอเรียบร้อยมาก
ไม่มีบทโลดโผนโจนทะยาน มีบทให้เธอวิ่งนิดหน่อย ก็วิ่งหยอกเย้ากับแฟนหนุ่ม
ยกขาเตะ-ถีบไม่มีให้เห็นทั้งเรื่อง ยกขา กอดก่ายกับหนุ่มก็มีน้อยมาก ๆ แทบไม่ได้ลุ้นเลย

เป็นหนังที่ดีมาก ๆ เรื่องหนึ่งครับ ความพิถีพิถัน ในการใส่รายละเอียดของฉาก ตัวละคร
เสื้อผ้าอาภรณ์ ชุดที่สวมใส่  อุปกรณ์ เครื่องมิอ เครื่องใช้ในการประกอบอาชีพ-การจัดเลี้ยง
ยานพาหนะ ที่ใช้ติดต่อสื่อสาร ถนนหนทาง ตลาดสด การค้า-ขาย ในยุค พ.ศ. 2200
ดูได้เพลิดเพลิน จนจบเรื่องอย่างไม่รู้ตัว .. สำหรับผม โชคดีมากครับ ที่ได้ดูหนังเรื่องนี้.

Yahtzee 8/5/2015

บันทึกการเข้า
  • kstryder
  • New member
  • *
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • กระทู้: 3
  • ดูรายละเอียด อีเมล์

ดูครั้งแรกตอนเด็ก กลัวมาก ชื่อเรื่อง คืนโหดผีนรก

Evil Dead 1981 ภาค 1
https://youtu.be/coGH4OaR9hc

Evil Dead 1987 ภาค 2 ชื่อเรื่องผีอมตะ
https://youtu.be/XPOYmHqWeJE

2 ภาคนี้ ดูเกิน 3 รอบ
ตอนเด็กดูครั้งเดียว พอโตแล้วหามาดู รู้สึกตลก
แต่ดูซ้ำอีกหลายครั้ง ( เลยมองข้าม EFFECT ไป กับบรรยากาศ อยู่กัน 2 คน เริ่มอินกับตัวเรื่อง เริ่มรู้สึกน่ากลัว)

ภาค3 เคยดูตอนเด็ก แล้วก็ เพิ่งหาดูได้อีกครั้งไม่นานนี้
Army of Darkness 1992 ภาค 3 ชื่อเรื่องกองพันทหารซี่โครง
https://youtu.be/rQ2r5DcubOg

Evil Dead (2013) ดูในโรงภาพยนต์
https://youtu.be/BHDJm1D2ELw

ที่ประทับใจที่สุด และไม่เคยนึกฝันว่าจะมี ดีใจมากที่มีให้ดู + เทคโนฯ การสร้างภาพยนต์ ในปัจจุบัน ชอบมาก

Ash VS Evil Dead



ครับ ความประทับใจในวัยเด็ก คือ ความทรงจำที่มีคุณค่าของการใช้ชีวิตที่ผ่านมา




.. กรุงเทพ 2500 ..

น่าจะมีสมาชิกหลายท่านในเว็บนี้ ทราบดีว่า
ชายหาบกระบุงซ้ายสุดในภาพ ประกอบอาชีพอะไร

เมื่อตอนเด็กวัยประถม แถวบ้านผมยังมีบริการครับ




ผมพยายามนึกเท่าไหร่ก็นึกไม่ออกครับ แต่ภาพมันคุ้นมากจริงๆ ช่วยเฉลยด้วยครับ
บันทึกการเข้า
  • Yahtzee
  • Full LED TV member
  • ****
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • กระทู้: 1,636
  • รับบริการลงหนัง Hi-Def GB ละ 50 สตางค์
  • ดูรายละเอียด อีเมล์

ขอเล่าเท่าที่จำได้นะครับ .. อาจคลาดเคลื่อนไปบ้าง
ก็ต้องขอท่านผู้มีประสบการณ์โดยตรง
ทักท้วง หรือ เพิ่มเติมด้วยครับ


การประกอบอาชีพของชายในภาพ จะแต่งกายประมาณนี้เลยครับ
ไม่เหมาะสำหรับผู้ที่ใส่สูท หรือ ผูกไท เน้นเสื้อผ้าเก่าซอมซ่อ สมถะ

จะมีอุปกรณ์ ไม้คานแบบไม้พลอง หาบกระบุงสองใบ หน้า-หลัง
บนขอบกระบุงทั้งสอง วางด้วยกะละมังอลูมิเนียมเก่า ๆ โทรม ๆ
ภายในกระบุง จะมีตาชั่ง (แบบใช้มือ) ตามภาพ



เมื่อหาบกระบุงผ่านหน้าบ้านที่มีผู้คน จะตะโกนเรียกร้องให้มาใช้บริการว่า
"มีขวกมาขาย" .. ไม่ได้พิมพ์ผิดนะครับ เสียง ขวก ชัดเจนมาก ๆ
มาทุกครั้ง ก็ร้องแบบนี้ทุกที นานเป็นปี ก็ร้องเหมือนเดิม ไม่เคยผิดจากนี้

ถ้าพี่สาวผมจะใช้บริการ ก็ต้องวิ่งไปหน้าบ้าน ตะโกนเรียก "แปะ แปะ แวะก่อนจ้า"

สมัยนั้น ขวดน้ำปลา ขวดน้ำส้มสายชู จะใช้ขวดเหล้าแม่โขง-กวางทอง มาบรรจุขาย
ขวดกลม เป็นขวดที่ขายได้ราคาดีที่สุด ขวดแบน ก็ขายได้ แต่ได้ราคาไม่ค่อยดี
ขวดเบียร์ ขวดซีอิ๊ว ซึ่งเป็นขวดสีชา ราคาจะแย่ที่สุด .. แต่ก็ยังดีที่แปะยังรับซื้อ

ถ้ามีหนังสือพิมพ์ เหล็ก ทองแดง ทองเหลือง อลูมิเนียม พลาสติค แป๊ะก็รับซื้อ
ราคาโลละเท่าไหร่ แป๊ะจะบอกก่อนเพื่อให้ตัดสินใจ .. ถ้าอยากขายก็หยิบมากอง
เมื่อวางกองของที่ต้องการขายเรียบร้อบแล้ว แป๊ะก็จะคัดเลือกตามที่แป๊ะต้องการ

ขวดไหนมีบิ่นที่ปากขวด มีร้าว ก็จะคัดแยกออก ไม่รับซื้อ
ขวดไหนที่รับซื้อได้ มีน้ำหรืออะไรที่ค้างในขวด ก็จะถามก่อนว่าไม่เอาแล้วนะ
แล้วแป๊ะก็ยกขวดเททิ้ง

บางทีเจอขวดน้ำมันก๊าด น้ำมันสน ก็จะบอกให้เราเก็บไว้ ถ้าเราไม่เอาจริง ๆ
แป๊ะก็จะหาจุกปิดให้แน่น คิดราคาขวด แล้วเก็บไว้ใช้เอง

หนังสือพิมพ์ก็จะมัดรวมกัน เกี่ยวตาชั่งเพื่อดูน้ำหนัก 
เศษเหล็ก เศษทองแดง เศษทองเหลือง ชั่งแต่ละอย่างได้เท่าไหร่
ก็จะจดใส่สมุดเล็ก ๆ ของแป๊ะไว้
นับจำนวนขวด คิดจำนวนน้ำหนัก คูณราคาแต่ละอย่าง  แล้วรวมเป็นเงินจ่ายทันที

ที่จริงลักษณะบริการแบบนี้
แป๊ะแกรับซื้อขวด รับซื้อของเก่า รับซื้อเศษโลหะ เศษพลาสติค

แต่เราเรียกแกจนติดปากว่า..
"เจ็กขายขวด" ครับ


บันทึกการเข้า
  • Yahtzee
  • Full LED TV member
  • ****
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • กระทู้: 1,636
  • รับบริการลงหนัง Hi-Def GB ละ 50 สตางค์
  • ดูรายละเอียด อีเมล์


หนังเรื่องนี้ฝรั่งชอบเอามาฉายเสมอ ๆ ในช่วงวันคริสต์มาส
เป็นหนังเรื่องโปรดของสปิลเบิร์กด้วย
(เขาว่างั้น)


ภาพยนตร์ ที่แฟร้งค์ คาปรา ผู้กำกับบอกว่าชอบมากที่สุดตั้งแต่สร้างและกำกับภาพยนตร์มา
ผู้แสดงนำ เป็นดารา ที่เป็นขวัญใจของชาวอเมริกันตลอดกาล และมักจะได้รับบทเป็นผู้ชายธรรมดาๆ แบบนี้เสมอ
เป็นภาพยนตร์ ในหัวใจของสตีเฟ่น สปีลเบิร์ก ทุกครั้งที่สตีเฟ่น สปีลเบิร์กจะสร้างหนังเรื่องใหม่
                      จะต้องเอาหนังเรื่องนี้มาเปิดดู 2 รอบ เพื่อสร้างแรงบันดาลใจ และกำลังใจก่อนเสมอ
ภาพยนตร์เรื่อง Back To The Future สตีเฟ่น สปีลเบิร์ก ลอกฉากย้อนยุคมาจากหนังเรื่องนี้

****************************************************************

สมัยที่ยังอยู่ในรั้วสถาบันการศึกษา ผมจำได้ว่าปีแรกๆ ตัวเองยังมองโลกในแง่ดี ไม่ถึงกับเห็นโลกเป็นสีลูกกวาด
แต่ก็ไม่ขมุกขมัวเหมือนปัจจุบัน ตอนนั้นผมยังเชื่อสนิทใจตามหนังสือที่อ่านว่า มนุษย์ทุกผู้คนเกี่ยวข้องโยงใยกันด้วยกลไกแควนตั้ม  
ก่อนจะเลือนๆ เหลือแต่ ความคิดที่ว่าโลกที่กำลังเหยียบ หามีอะไรมากไปกว่าโลกแห่งทุนนิยมเสรี  ตัวเรามันก็แค่มนุษย์ตัวเล็กๆ
ปากกัดพออิ่ม ตีนถีบพื้นไปทำงานตรงเวลา  พลางคิดว่า มนุษย์มิได้ข้องเกี่ยวกันสักเท่าไรหรอก จิตร่วมสากล เป็นแค่นิยายหลอกเด็ก
ไม่ให้รู้สึกสิ้นหวังหดหู่ไปกับชีวิตปัจจุบันเกินงาม

อา…ยังดีที่ไม่ได้คิดอย่างนี้ทุกวัน วันไหนไม่แย่เกินไป ยังพอคิดได้ว่า บางทีสายสัมพันธ์ของมนุษย์ยังอยู่ อยู่ที่นั่น ที่ไหนสักแห่ง
การเลือกเชื่อหรือไม่เชื่อของผม หามีความหมายอะไรไม่

ที่ผมกลับมาคิดอย่างนี้ได้เป็นบางครั้งคราวก็เพราะการได้ดูหนังดี ๆ สักเรื่อง…วันนี้ ตอนนี้  
ผมได้คิดอย่างมนุษย์ที่หลงอยู่ในโลกอุดมคติอันไกลโพ้นอีกครั้งเพราะได้ดู It’s A Wonderful Life ของ แฟรงค์ คาปรา

It’s A Wonderful Life เล่าเรื่องของความสัมพันธ์ของมนุษย์ที่แยกออกจากกันไม่ได้ ได้อย่างสนุกงดงาม น่าคิดทีเดียวว่า
หากไม่มีตัวตนของเราอยู่ในโลกที่เคยวิ่งเล่นมาก่อน เหตุการณ์ในโลกจะเปลี่ยนผันไปเพียงไร

It’s A Wonderful Life ให้อิทธิพลกับหนังอีกหลายเรื่องโดยเฉพาะหนังอย่าง Back to The Future
แม้โดยชั้นเชิงในการเล่าเรื่องระหว่างหนังสองเรื่องนี้ หรือเรื่องอื่นๆ ที่มีเนื้อเรื่องคล้ายคลึงกัน จะต่างกันอยู่หลายขุม
เพราะคาปราเล่าเรื่องง่ายๆ ของชีวิตมนุษย์ตัวเล็กๆ แสนธรรมดาได้อยู่หมัด โดยไม่ต้องพึ่งพาเทคนิคละลานตาอะไรเลย

อาจจะจริง ที่ชีวิตมนุษย์เรียงร้อยกันโดยไม่ต้องอาศัยข้อพิสูจน์ หลักคิด หรือความเชื่อใดๆ จะคิดอย่างไร ดีๆ
หรือว่าร้ายๆ มืดสนิทแทรกไปในระหว่างวันไหนๆ การเรียงร้อยก็คงไม่สั่นคลอน หนังเรื่องนี้พอจะทำให้อุ่นใจว่า
พรุ่งนี้ ออกไปเบียดกันอยู่ในรถเมล์ไปทำงาน ก็ใช่จะไร้ความหมายเสียทีเดียว
อา…ในโลกจริงๆ ลองไม่ไปหลายๆ วันดูสิ มีความหมายมากกว่าแน่นอน

It’s A Wonderful Life

1946, 129 นาที

กำกับภาพยนตร์โดย Frank Capra
นำแสดงโดย: James Stewart

คัดบางตอนจาก.. บทความโดย ธเนศน์ นุ่นมัน

----------------------------------------------------------------------

หิมะเทียมใน It's a Wonderful Life. ทีแรกฝ่ายเอฟเฟคตั้งใจว่าจะใช้คอนเฟลกมาโปรยปรายเป็นสายหิมะ
แต่ยกเลิกไปเพราะเวลาคอนเฟลกตกกระทบกันจะเกิดเสียงดัง จึงเปลี่ยนมาใช้ฟองเคมีที่ใช้สำหรับดับไฟ สบู่ และน้ำ แทน
ซึ่งมีการใช้เป็นจำนวนมากถึง 6000 แกลลอนเลยทีเดียว

เอฟเฟคหิมะปลอมทำให้คว้ารางวัลเอฟเฟคยอดเยี่ยมจากโมชั่นพิคเจอร์ (ซึ่งทีมงานถ่ายทำกันในหน้าร้อน)

บทจอร์จ เบลี่ย์ เป็นบทที่เจมส์ สจ๊วตกล่าวว่าถูกใจเค้ามากที่สุด
นายพอร์ตเตอร์ รับบทโดย ไลโอเนล แบรี่มอร์ ซึ่งเป็นพี่ชายของ จอห์น แบรี่มอร์ (ปู่ของดรูว แบรี่มอร์)



ประทับใจประโยคนึง ตอนก่อนจบ
เทวดาคลาเรนซ์ทิ้งข้อความไว้ให้จอร์ชว่า

จำไว้นะ " ผู้มีมิตร ไม่มีวันล้มเหลว "





ทั้งหมดจากในเน็ตครับ.



« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤษภาคม 05, 2016, 07:40:49 pm โดย Yahtzee »
บันทึกการเข้า
  • Yahtzee
  • Full LED TV member
  • ****
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • กระทู้: 1,636
  • รับบริการลงหนัง Hi-Def GB ละ 50 สตางค์
  • ดูรายละเอียด อีเมล์










บันทึกการเข้า
  • Yahtzee
  • Full LED TV member
  • ****
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • กระทู้: 1,636
  • รับบริการลงหนัง Hi-Def GB ละ 50 สตางค์
  • ดูรายละเอียด อีเมล์




Iron Man มหาประลัยคนเกราะเหล็ก (2008) [7.9] FullHD 1080p.126 min Eng DTS Thai 5.1

Elon Musk หรือ มัสก์ เป็นบุคคลต้นแบบของ Tony Starks พระเอกในภาพยนตร์เรื่อง Iron Man
โดยก่อนที่จะทำการสร้างภาพยนตร์เรื่องนี้นั้น Jon Favreau ผู้อำนวยการสร้าง Iron Man
ได้ส่ง Robert Downey, Jr. ผู้รับบทเป็น Tony Starks ในภาพยนตร์ ไปใช้เวลาอยู่กับ มัสก์
ที่โรงงานของ SpaceX ซึ่งเป็นโรงงานผลิตจรวดที่มัสก์เป็นผู้ก่อตั้งขึ้น
เพื่อให้ Robert เรียนรู้บุคลิกของมัสก์เพื่อนำมาใช้ในบทบาทของ Iron Man

และนั่นเป็นที่มาของฉายา “the real life Iron Man”
ที่สื่อมักจะใช้ขนานนามมัสก์อยู่เสมอ

มัสก์ มีดีอะไรถึงขนาดทำให้ผู้อำนวยการสร้างภาพยนตร์ยักษ์ใหญ่จาก Marvel
เชื่อว่าเขาควรจะเป็นต้นแบบของฮีโร่ที่เจ๋งที่สุดของค่าย เรามาลองหาคำตอบกันครับ

มัสก์เกิดในประเทศแอฟริกาใต้ ในปี 1971 มัสก์มีประสบการณ์ที่เลวร้ายในช่วงวัยเด็ก
ทั้งครอบครัวและในโรงเรียน แต่ก็เหมือนกับชีวประวัติของอัจฉริยะคนอื่นๆ
มัสก์เป็นคนที่ชอบศึกษาเรียนรู้ด้วยตัวเองตั้งแต่อายุยังน้อย
มัสก์อ่านหนังสือเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ ถึงวันละ 10 ชม. ตั้งแต่ชั้นประถม
มัสก์ได้เขียนวีดีโอเกมชิ้นแรกในชีวิตชื่อว่า Blastar
และขายให้กับนิตยสารคอมพิวเตอร์ในราคา $500 (หรือคิดเป็น $1,200 หลังปรับอัตราเงินเฟ้อ)
ในขณะที่อายุเพียงแค่ 12 ปีเท่านั้น

มัสก์ไม่ได้ชื่นชอบชีวิตในแอฟริกาใต้เท่าไหร่ และย้ายไปที่แคนาดาขณะอายุได้ 17 ปี
เพราะว่าแม่เป็นคนเชื้อสายแคนาเดียน ก่อนที่จะย้ายไปที่ USA
ในอีก 2-3 ปีถัดมา ผ่านโควตานักเรียนแลกเปลี่ยนของ University of Pennsylvania

ในระหว่างที่กำลังศึกษาอยู่นั้น มัสก์จะคิดเสมอว่าเขาต้องการอะไรในชีวิต
โดยเริ่มต้นจาก “อะไรที่จะกระทบอนาคตของมวลมนุษยชาติมากที่สุด”
และสิ่งที่เขาคิดได้ก็มี 5 เรื่อง ประกอบไปด้วย
1. อินเตอร์เน็ต
2. พลังงานทดแทน
3. การท่องอวกาศ และการอาศัยอยู่บนดาวดวงอื่นๆ (ด้วยสงสัยว่ามนุษย์จะสามารถดำรงเผ่าพันธุ์อยู่บนโลกได้ตลอดไปจริงหรือ?)
4. สมองกลอัจฉริยะ (artificial intelligence) และ
5. การเขียนพันธุกรรมของมนุษย์ขึ้นมาใหม่

แต่ด้วยความที่ไม่แน่ใจว่าข้อ 4 และ 5 จะส่งผลดีในเชิงบวกกับสังคมโลกหรือไม่
ในขณะที่ข้อ 3 เองก็ดูจะเกินกำลังไปสำหรับเขาในตอนนั้น
ทำให้มัสก์ให้ความสนใจกับ 2 ข้อแรกมากกว่า

ทีแรกมัสก์เรียนต่อปริญญาเอกที่ Stanford เกี่ยวกับ วัตถุเก็บประจุพลังงานแรงสูง (high energy density capacitors)
หรือก็คือเทคโนโลยีที่ทำให้แบตเตอร์รี่มีประสิทธิภาพสูงขึ้น ซึ่งเป็นหัวใจของการพัฒนาพลังงานทดแทน
และการเกิดขึ้นของรถยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้า แต่หลังจากลงเรียนไปได้แค่ 2 วัน
มัสก์กลับกลัวว่าจะตกเทรนด์ “อินเตอร์เน็ตเปลี่ยนโลก” เขาจึงตัดสินใจดรอปเรียนจากการเรียนปริญญาเอกที่ Stanford
และเริ่มต้นธุรกิจอินเตอร์เน็ตกับพี่ชายของเขา

มัสก์ก่อตั้งบริษัท Zip2 ขึ้น ซึ่งเป็นเว็บไซต์ที่คล้ายกับ Google Maps ผสมกับ Yelp
(คล้ายๆ เว็บ วงใน ของไทย แต่มีธุรกิจหลากหลายประเภท)
อย่าลืมว่าเรากำลังพูดถึงปี 1995 ซึ่งเป็นปีที่อินเตอร์เน็ตยังไม่บูม
บริษัทอย่าง Amazon และ eBay เพิ่งเริ่มก่อตั้ง ส่วน Google ยังไม่เกิด




Iron Man 2 มหาประลัยคนเกราะเหล็ก 2 (2010) [7.1] FullHD 1080p.124 min Eng DTS Thai 5.1


ในขณะที่แจ็ค หม่าก็กำลังลำบากกับการทำให้ประเทศจีนรู้จักคำว่าอินเตอร์เน็ต
ซึ่งมัสก์เองก็ยากที่จะโน้มน้าวให้นักธุรกิจในยุคนั้นเข้าใจถึงความสำคัญของอินเตอร์เน็ตเช่นกัน
นักธุรกิจบางคนถึงกับบอกว่าการโฆษณาบนอินเตอร์เป็นสิ่ง “โง่เง่าที่สุดที่เคยได้ยินมา”
แต่อีกไม่กี่ปีถัดมาลูกค้าก็เริ่มเพิ่มจำนวนขึ้น อินเตอร์เน็ตเริ่มบูม
ก่อนที่ Zip2 จะถูก Compaq ซื้อไปในราคา $307 ล้าน
ตัวมัสก์ทำเงินได้ถึง $22 ล้าน ในวัย 27 ปี

มัสก์ยังคงสนใจในธุรกิจอินเตอร์เน็ต เขามีไอเดียจะสร้างธนาคารออนไลน์
ซึ่งเป็นไอเดียที่ถือว่าแปลกประหลาดมากในยุคสมัยนั้น
(ลองคิดย้อนกลับไปดูว่าใครบ้างจะกล้าให้เลขบัตรเครดิตกับเว็บไซต์ออนไลน์?)
มัสก์ก่อตั้งบริษัท X.com ซึ่งเผอิญทำธุรกิจคล้ายกันกับบริษัท Confinity
ซึ่งก่อตั้งโดย Peter Thiel และ Max Levchin ทำให้เกิดการแข่งขันกันอย่างรุนแรง
จนท้ายที่สุดทั้งสองก็รวมบริษัทกัน และกลายมาเป็น PayPal ในปัจจุบัน

ทว่ากลับเกิดความขัดแย้งกันบ่อยครั้ง กระทั่งรุนแรงมากยิ่งขึ้นในช่วงปลายปี 2000
ในขณะที่มัสก์กำลังไปฮันนีมูนกับภรรยา บริษัทกลับตั้งให้ Thiel ขึ้นเป็น CEO แทนเขา
แต่แทนที่มัสก์จะตอบโต้ด้วยวิธีการรุนแรงอย่างการขอลาออกหรือการขายหุ้นทั้งหมด

มัสก์กลับรับมือกับมันได้ดีกว่านั้น แม้ว่าเขาจะไม่เห็นด้วยกับการกระทำของทีมผู้บริหาร
แต่เขาก็เข้าใจได้ว่าทำไมพวกเขาถึงตัดสินใจแบบนั้น มัสก์ยังคงเป็นผู้บริหารระดับสูงของบริษัท
และยังคงเป็นผู้ถือหุ้นอยู่ ก่อนที่จะบริษัทจะถูกขายให้กับ eBay ในปี 2002
ด้วยมูลค่า $1,500 ล้าน มัสก์ซึ่งเป็นผู้ที่ถือหุ้นมากที่สุดทำเงินได้ $180 ล้านหลังหักภาษี

ในตอนนี้มัสก์เป็นเศรษฐีแล้ว แต่แทนที่เขาจะเลือกใช้ชีวิตอย่างสุขสบายเหมือนเศรษฐีบางคน
เขากลับยังคงมุ่งมั่นที่จะเปลี่ยนโลกของเราให้น่าอยู่ยิ่งขึ้น มัสก์ลงทุนด้วยเงินถึง $100 ล้าน
ก่อตั้งบริษัทผลิตจรวดชื่อ SpaceX โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อปฏิวัติโครงสร้างค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปอวกาศ
เพื่อจะให้มนุษย์ไปขยายอาณานิคมบนดาวอังคารอย่างน้อย 1 ล้านคน ใน 100 ปีข้างหน้า

มัสก์มีความกังวลในประเด็นหนึ่งเกี่ยวกับการดำรงอยู่ของมนุษยชาติ
เขาตั้งคำถามว่า หากการเกิดขึ้นของสิ่งมีชีวิตที่มีสติปัญญาแบบมนุษย์นั้นเป็นสิ่งที่ยากจะเกิดขึ้นในจักรวาลแล้ว
(เหตุที่ทำให้เชื่อได้เช่นนั้น เพราะยังไม่พบหลักฐานว่ามีสิ่งมีชีวิตอื่นอาศัยอยู่บนดาวเคราะห์อื่น)
อาจตีความได้ว่า สภาวะแวดล้อมของโลกที่เหมาะสมที่จะให้มนุษย์อาศัยอยู่นั้น
ไม่ใช่สภาวะแวดล้อมที่จีรังยั่งยืน มนุษย์จึงควรที่ขยายเผ่าพันธุ์ไปอาศัยอยู่ในดาวเคราะห์ดวงอื่นๆ
(Multi-Planetary Expansion) เพื่อป้องกันการสูญสิ้นเผ่าพันธุ์

มักส์ยังให้ความสนใจกับเรื่องของพลังงานทดแทน
ด้วยข้อเท็จจริงที่ว่าหากเราใช้พลังงานปิโตรเลียมต่อไปอีกในลักษณะนี้
ภายในปี 2100 อุณหภูมิโลกจะสูงขึ้น 5 องศา
ซึ่งจะส่งผลให้น้ำแข็งละลาย และน้ำจะท่วมทวีปทางตอนเหนือของโลก
 
และในปี 2004 นั้นเอง เขาเห็นโอกาสในธุรกิจที่เขาให้ความสนใจตั้งแต่ในวัยเรียน
นั่นคือธุรกิจพลังงานทดแทน และเทคโนโลยีแบตเตอร์รี่
มัสก์ลงทุนเงินส่วนตัวของ $70 ล้าน ในบริษัท Tesla
ซึ่งก่อตั้งขึ้นเพื่อปฏิวัติอุตสาหกรรมรถยนต์ ด้วยการสร้างรถยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้า
เพื่อให้โลกได้ใช้พลังงานได้อย่างยั่งยืนยิ่งขึ้น 

มัสก์ลงทุนกับโปรเจคต์ใหม่นี้ทั้งที่รู้ว่า
บริษัทรถยนต์สัญชาติอเมริกาแห่งสุดท้ายที่ประสบความสำเร็จคือ Chrysler ซึ่งก่อตั้งในปี 1925
และรู้ทั้งรู้ว่าไม่เคยมีบริษัทไหนในโลกที่ก่อตั้งบริษัทรถยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าได้สำเร็จมาก่อน

ทั้งสองแนวคิดเป็น Vision ที่ไม่ธรรมดาเลยจริงมั้ยครับ?




Iron Man 3 มหาประลัยคนเกราะเหล็ก 3 (2013) [7.5] FullHD 1080p.130 min Eng DTS Thai 5.1


ในปี 2008 ทั้ง SpaceX และ Tesla เกือบจะไปไม่รอด SpaceX ล้มเหลวในการปล่อยจรวดถึง 3 ครั้ง
และเหลือเงินทุนพอที่จะปล่อยจรวดได้อีกแค่ครั้งเดียวเท่านั้น แต่แล้วปาฏิหาริย์ก็เกิดขึ้น

SpaceX ประสบความสำเร็จในการปล่อยจรวดครั้งที่ 4 โดยสมบูรรณ์
องค์กรแห่งหนึ่งก็เริ่มเห็นความสำคัญของ SpaceX และเสี่ยงลงทุนกับ Spacex ด้วยเงิน $1,600 ล้าน
องค์กรแห่งนั้นก็คือ NASA ในขณะที่บริษัท Tesla เองก็ประสบวิกฤติด้านการเงินอย่างรุนแรง
และเสี่ยงที่จะล้มละลายอยู่นั้นเอง บริษัทได้รับเงินลงทุนเพิ่มจากบริษัท Daimler ผู้ผลิตรถยนต์ Mercedes Benz
เป็นเงิน $50 ล้าน ทั้ง 2 บริษัท ต่างก็รอดตายอย่างหวุดหวิด

หลังจากความล้มเหลวในการปล่อยจรวด 3 ครั้งแรกของ SpaceX นั้น
บริษัทก็ปล่อยจรวดสำเร็จตลอด 20 ครั้งถัดมา NASA กลายมาเป็นลูกค้าขาประจำของ SpaceX
ในขณะนี้ SpaceX กำลังศึกษาถึงการสร้างกระสวยอวกาศที่โดยสารคนไปบนดาวอังคารได้ถึง 100 คนในครั้งเดียว
หากคิดตามมูลค่าเงินลงทุนครั้งล่าสุดจาก Google และ Fidelity แล้ว SpaceX มีมูลค่าถึง $12,000 ล้าน

ในขณะที่ Tesla เองก็ประสบความสำเร็จเช่นกัน รถยนต์ Tesla รุ่น Model S
ได้รับการวิจารณ์จาก Consumer Reports ถึง 103 คะแนน จากคะแนนเต็ม 100 คะแนน

(Consumer Reports คือนิตยสารที่ได้รับความเชื่อถือในการทดสอบทาง Labs และการ survey ความคิดเห็นของผู้บริโภค
โดย Consumer Reports จะไม่รับเงินใดๆ ทั้งสิ้นจากเจ้าของสินค้าที่นำมาทำการทดสอบ)
ซึ่งนับเป็นคะแนนที่สูงที่สุดเป็นประวัติการณ์ (ปัจจุบัน Consumer Reports ได้พิจารณาเกณฑ์การให้คะแนนใหม่)
นอกจากนี้ยังเป็นรถยนต์ที่ได้คะแนนด้านความปลอดภัยสูงที่สุด

ในปัจจุบันนี้ Tesla กำลังผลิตรถยนต์ขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าราคาประหยัดรุ่น Model 3
ซึ่งคาดการณ์ว่าจะมีราคาอยู่ที่ประมาณ $35,000 ในปัจจุบัน Tesla มีขนาด Market cap. ที่ $30,000 ล้าน
และกำลังจะสร้างโรงงานผลิตแบตเตอร์รี่ประเภทลิเทียมไอออน (lithium-ion battery) ขนาดใหญ่ที่สุดในโลก
ชื่อ “Gigafactory”

จะมีสักกี่คนที่จะถูกหยิบคาแรคเตอร์ของเขาไปเป็นต้นแบบให้กับฮี่โร่ภาพยนตร์
จะมีสักกี่คนที่สามารถสร้างบริษัท Start up ได้หลายต่อหลายแห่งโดยที่ประสบความสำเร็จในทุกครั้ง
จะมีสักกี่คนที่สามารถสร้างบริษัทจรวดที่ NASA สนใจร่วมธุรกิจด้วย
จะมีสักกี่คนที่พร้อมจะเป็นศัตรูกับบริษัทรถยนต์น้ำมัน และบริษัทปิโตรเลียมทั่วทั้งโลก เพื่อเปลี่ยนโลกของเราให้น่าอยู่ยิ่งขึ้น

และเป็นไปได้หรือที่ทั้งหมดที่ว่ามานั้นจะเกิดขึ้นกับคนเพียงคนเดียว
และทั้งหมดนี้คือเรื่องราวส่วนเล็กๆ ของ

Elon Musk ตำนานของอัจฉริยบุคคลที่ยังมีชีวิต

ขอขอบคุณบทความของเว็บไซต์
Waitbuywhy ตอน Elon Musk: The World’s Raddest Man และ Tim Urban ผู้เขียนบทความมา ณ ทีนี้ด้วยครับ
http://waitbutwhy.com/2015/05/elon-musk-the-worlds-raddest-man.html

ขออนุญาตตัดลอกบางตอน จาก..
คุณ Marsz .. pantip.com
9 มกราคม 2559 .. 10.00 น.

บันทึกการเข้า
  • Yahtzee
  • Full LED TV member
  • ****
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • กระทู้: 1,636
  • รับบริการลงหนัง Hi-Def GB ละ 50 สตางค์
  • ดูรายละเอียด อีเมล์

ท่านสมาชิกท่านนี้ สั่งซื้อรายการหนัง Sep 2015 เมื่อเดือนกันยายน ปีที่แล้ว
แต่นำรายการหนัง มาสั่งซื้อเดือน มกราคม นี่เองครับ

และเมื่อได้รับสินค้า .. ก็เมล์ให้ข้อคิด และ สิ่งดี ๆ ที่ตรงใจผู้ให้บริการเป็นที่สุด
ขออนุญาตนำมาตอบในกระทู้ เพื่อให้ท่านสมาชิกที่ชอบดูหนังได้อ่าน
และเผื่อมีบางท่านที่มีความรู้ได้แนะนำ หรือมีข้อท้วงติงเพิ่มเติมครับ

-----------------------------------------




1. ที่จริงผมเคยทำปกเฉพาะหนัง Full Rip ได้ขนาดไฟล์ 23 MB กว่า ๆ
ปรากฎว่าส่งเมล์ไม่ผ่านครับ ทั้ง ๆ ที่ไม่ถึง 25 MB เลยลองเอาบางปกออก
เหลือ 20 MB จะส่งเมล์ได้สบาย ๆ

เมื่อแรก ๆ ก็ใช้ Cloud Box ครับ แบบว่ามีปกโชว์ทุกเรื่อง
แต่ก็มีปัญหาที่ผู้เปิดต้องสมัคร Cloud Box ด้วย

ผมว่า Excel นี่เวิร์คสุด ชื่อหนังโชว์ 5 เรื่อง = 1 MB
หนัง 5,000 เรื่อง = 1 GB โดยประมาณ

ติดขัดอยู่ที่ จะฝากไฟล์ไว้ที่ Cloud ไหนดี
ลูกค้าสมัครเปิดใช้งานไฟล์เลือกหนังได้ฟรี และไม่ยุ่งยากอ่ะครับ

ไฟล์ตัวอย่างที่แนบให้ทางเมล์
คือไฟล์ Full Rip ขนาดไฟล์ 19 MB กว่า ๆ (เพราะตัดปกหนังชมพูออก)
ต้องโหลดลงคอม PC อย่างเดียวนะครับ
เปิดในมือถือ จะไม่เห็นปก คำนวนพื้นที่ก็ไม่ได้ด้วย

ในคอม PC ใช้ Excel 2007 ขึ้นไป เปิดดูได้หมดครับ





บันทึกการเข้า
  • Yahtzee
  • Full LED TV member
  • ****
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • กระทู้: 1,636
  • รับบริการลงหนัง Hi-Def GB ละ 50 สตางค์
  • ดูรายละเอียด อีเมล์





Max แม็กซ์ สี่ขาผู้กล้าหาญ (2015) [6.8] 1080p.111 min DTS Thai 2.0

Belgian Malinois
สุนัขพันธุ์มาลินอยส์ (Malinois) ยอดห้าว แห่งเบลเยี่ยม
"ฉันไม่ใช่เยอรมันเช็พเพอด"  น่าจะเป็นคำขวัญของพันธุ์นี้  เพราะบ่อยครั้งที่ถูกเข้าใจผิด เพราะคนมักไม่รู้จัก และแยกแยะผิดพลาด
Malinois เป็นสุนัขที่มีความสมดุลดี รูปร่างยาวและสูงเท่ากัน (เป็นสี่เหลี่ยมจตุรัส) นี่เป็นข้อแตกต่างประการหนึ่งจากเยอรมันเช็พเพอด 
ซึ่งมีโครงสร้างยาวกว่า และมีเส้นหลังที่ลาดลง  มีคอ  และศีรษะสง่า 

Malinois แลดูดีมีสกุลทุกกระเบียดนิ้ว และให้ความรู้สึกประทับใจในพลัง  ที่ประกอบด้วยความตื่นตัว  และแข็งแรง  มีกล้ามเนื้อสมบูรณ์ดี 
แม้ทั้ง 2 เพศจะแสดงพลังนี้ แต่เพศเมียก็ดูเป็นหญิงมากกว่าเพศผู้สูง 24-26 นิ้ว   เพศเมียสูง 22-24 นิ้ว
ลูกตา  เป็นรูปเม็ดอัลมอนด์ สีน้ำตาล และขอบดำ  Malinois เป็นพันธุ์มีความมั่นคง แลดูฉลาด แสดงออกถึงความตื่นตัว และตั้งใจ
หูเล็ก  และตั้งแสดงลักษณะอยากรู้อยากเห็น หูมีรูปทรงดีเกือบเป็นสามเหลี่ยมด้านเท่า
หูตก  หูคล้ายสุนัขกลุ่ม Hound หรือตั้งไม่เต็มที่จะถูกคัดทิ้ง

ส่วนบนของกระโหลก  จะแบน Stop ปานกลาง จมูกดำ ท่อนปากค่อนข้างเรียว โดยไม่ต้องตัดเล็มขน   
ปากมีความยาวพอ ๆ กับช่วงกระโหลก  แนวราบของท่อนปาก และหัวตอนบน แลดูขนานกัน ริมฝีปากเป็นสีดำสนิท
และปิดบังฟันที่มีการสบแบบกรรไกร  การสบฟันแบบ Overshot หรือ Undershotและฟันขาดหายไปถือเป็นข้อบกพร่อง

สี  เป็นอีกอย่างหนึ่งที่แตกต่างจากพันธุ์ เยอรมันเช็พเพอด ( GermanShepherd Dog ) ซึ่งเป็นสีน้ำตาลดำ
Malinois จะมีสีเหลืองปนเทา  สีน้ำตาลจนถึงมะฮอกกานี และบริเวณแนวหลังจะมีปลายขนสีดำ หน้ากาก และหูดำ
และด้านล่างของลำตัว หางและหลังจะมีสีอ่อนกว่าแต่จะไม่อ่อนจนดูซีดจาง ให้มีแต้มสีขาวได้เฉพาะบริเวณปลายนิ้ว
และ/หรือเป็นจุดเล็กที่บริเวณอก นอกจากสีขนที่ทนทานสภาพอากาศได้ มีลักษณะสั้น  แข็ง และตรง มีขนชั้นในแน่น
จะสั้นจนเกรียนบริเวณศรีษะ หูและขาท่อนล่าง   แต่ขนจะยาวขึ้นบริเวณคอ หางด้านหลังของขา

Malinois จะเคลื่อนไหวด้วยการย่างก้าวที่ราบเรียบ และเป็นอิสระมากกว่าการก้าวพุ่งไปอย่างแรง
จากที่เป็นสุนัขต้อนสัตว์จึงมีแนวโน้มจะเคลื่อนที่เป็นวงกว้างๆ มากกว่าจะเป็นเส้นตรง
อุปนิสัย คือสิ่งที่สำคัญที่สุดของ Malinois จะต้องมีบุคลิกที่สม่ำเสมอตรงตามหน้าที่ จะต้องไม่กลัวหรือก้าวร้าว 
แต่ต้องมีความมั่นใจ อาจไม่วางใจคนแปลกหน้า   อันเป็นผลจากสายพันธุ์เมื่อใช้อารักขา    แต่จะต้องรักเจ้าของ

Malinois ที่มีอุปนิสัยเหมาะสม จะมีนิสัยปกป้องโดยธรรมชาติ  แม้ไม่เคยถูกยั่วยุมาก่อน 
มันจะตอบสนองอย่างรวดเร็วต่อคำสั่ง   และกระหายที่จะทำงาน

เบลเยี่ยม มาลีนอยส์ เป็นสุนัขอารักขาที่ได้รับความนิยมอย่างกว้างขวาง เป็นสุนัขที่มีความฉลาด ว่องไว อดทน
เป็นสุนัขที่มีแรงขับสูงมาก มีข้อดีของเยอรมันเช็พเพอด อยู่ในตัวทุกประการ เพราะมีสายพันธุ์ใกล้เคียงกัน
แข็งแรงสามารถปรับตัวได้กับทุกสภาพแวดล้อม รักเจ้าของ และใช้เป็นสุนัขฝึกอารักขาได้ดีมาก
 
สุนัขสายพันธุ์นี้ เป็นที่นิยมในวงการสุนัขอารักขาทั่วโลก ลักษณะนิสัย ความสามารถในสายเลือด
เป็นที่รู้จักดีในวงการราชการตำรวจ ทหารสุนัขทั่วโลก ปัจจุบันทีประชาชน ผู้สนใจทั้งในและต่างประเทศ
หันมาให้ความสนใจเลี้ยงสุนัขพันธุ์นี้กันมาก

อย่างไรก็ตาม  สุนัขสายพันธุ์นี้ มีพลัง(แรง)สูงมาก ไม่ชอบอยู่นิ่ง เหมือนโดเบอร์แมน
รักเจ้าของและฉลาดไม่แพ้สายพันธุ์เยอรมันเช็พเพอด ฉลาดว่องไว
ใครก็ตามมีไว้ ควรส่งฝึกเชื่อฟังคำสั่ง และให้เขาสามารถใช้แรงขับให้เกิดประโยชน์
ดีกว่าที่จะปล่อยปะละเลย ให้เขาใช้แรงขับที่เขามีอยู่เหลือล้น ไปในทางที่ไม่เหมาะสม

ขอขอบคุณข้อมูลจาก : โรงเรียนฝึกสุนัข ชุท(SchH)
The Malinois ของ Kim D.R.Dearth
โดย : หมอไพบูลย์ ( พ.ต.ไพบูลย์  ยามัสเสถียร ประธานกรรมการบริหาร สสยท. )


DDDDDDDDDDDDDDDDDDDDDDDDDDDDDDDDDDDDD





The Little Prince เจ้าชายน้อย (2015) [7.8] 1080p.108 min DTS AC3 Thai 2.0

...... Little Prince หนังเล่าถึง เด็กสาวคนหนึ่งที่ถูก แม่ จัดระเบียบชีวิตให้อย่างเคร่งครัดว่า ชีวิตวันๆนึงต้องทำอะไรบ้าง
แต่ไม่รู้ว่ามันเป็นสิ่งที่เธอต้องการจริงๆหรือเปล่า จนวันหนึ่งเธอได้พบกับปู่นักบินข้างบ้านที่เคยพบกับเจ้าชายน้อย
แล้วได้เล่าเรื่องราวให้เธอได้รับรู้ จนนำพาเธอไปสู่โลกใบใหม่ที่เธอไม่เคยสัมผัสมาก่อน ...

....... โอ้ยยยยยยยยยยยย ให้ตายเถอะริบบิ้น หนังดีงามสุดๆ ดูไปน้ำตาไหลไป เพราะใกล้จะสิ้นเดือนแล้วมีรายจ่ายรออยู่เพียบ ไม่ใช่ละ 555555
หนังสามารถนำเอาเรื่องราวในหนังสือที่มั่นใจได้เลยว่าคนอ่านรอบแรก งง แทบทุกคนกับสิ่งที่หนังสือต้องการจะนำเสนอจริงๆ

( มีคนเคยบอกใว้ว่า หนังสือเล่มนี้มีสิ่งมหัศจรรย์อยู่อย่างนึงก็คือ หากเราทิ้งช่วงการอ่าน ซัก 5 ปี กลับมาอ่านอีกครั้งนึง
ความหมายที่เราเคยรับรู้ หรือมุมมองของเราต่อหนังสือเล่มนี้จะเปลี่ยนไปเรื่อยๆ เราจะตีความเนื้อหาของมันเปลี่ยนไปจากการที่เราโตขึ้นนั้นเอง )

 แต่หนังเรื่องนี้ โอ้วววว โหววว ทำให้คนดูเข้าใจง่าย ดูสนุก แฝงข้อคิดเต็มไปหมด เด็ก 7 ขวบดูต้องคิดแบบนี้ โตมาหน่อย
เด็ก 10 ขวบดูต้องคิดอีกแบบนึง วัยรุ่นขึ้นมาหน่อย 18-19 ก็คิดอีกแบบนึง ผู้ใหญ่ 25 ขึ้นไปก็ต้องคิดอีกแบบนึง
หนังมันมีเสน่ห์ของมันจริงๆ ตั้งแต่ต้นเรื่อง ยันจบเรื่องหนังสร้างความสุขแบบเต็มเปี่ยม
ไม่ว่าคุณจะเคยอ่านหนังสือ หรือ ไม่เคยอ่านหนังสือมาก่อน รับรองว่ายังไงก็มีความสุขกับหนังเรื่องนี้ ...

.....สิ่งที่ทำให้หนังดูเพลินก็คือ ภาพน่ารักมาก นำภาพแบบ 3D ที่เราเห็นในแอนนิเมชั่นทั่วไปมาผสมกับงานภาพแบบ Stop motion
เพื่อคงใว้ให้มันดูเป็นเจ้าชายน้อยในหนังสือมากที่สุด ทำให้คนที่รักหนังสือเล่มนี้ ยังไงก็ต้องรักเรื่องนี้ไปด้วย

... เคยคิดใว้ว่ายังไงปีนี้ Inside out ชนะเลิศกวาดเรียบหมดรางวัลหนังแอนนิเมชั่น แต่พอได้ดู บักน้อย เรื่องนี้แล้ว
โอ้วโหวววว Inside out คือไร ไม่รู้จัก เราเคยรู้จักกันด้วยหรอ อย่า อย่า 5555555555 พูดเล่นนะครับ
ผมก็รัก Inside out พอๆกับเรื่องนี้เหมือนกัน แต่เรื่องนี้เพิ่งดูจบไง อารมณ์มันเลยพลุ่งพล่าน เข้าใจกันหน่อย 5555555555
แต่ปลายปี มี the good dinosaur อาจเป็นไดโนเสาร์มืด ( คล้ายๆม้ามืด แต่ตัวใหญ่กว่า ) วิ่งมาเอารางวัลนี้ไปครองก็ได้
รอดูกันต่อไป แต่ชั่วโมงนี้ Little Prince ชนะเลิศศศศ ....

..... สรุปเลย เป็นหนังที่สวยงามมมมากก ใครมีลูกสาวลูกชาย วัยที่กำลังนั่งดูหนังแล้วไม่ไปรบกวนคนอื่นได้
แนะนำให้พาไปดูครับ เด็กอาจสนุกสนานกับหนังในแบบของเด็ก ส่วนคุณที่เป็นผู้ใหญ่แล้วก็จะสนุกกับเนื้อหาของมันในแบบของผู้ใหญ่
แนะนำเลยครับเรื่องนี้ ถ้ามีลูกหลายคน ไปดูวันพุธก็ได้ครับ จะได้ประหยัดเงินมาอีกหน่อย ฮาาา ...

ปล. หากวันข้างหน้ามีคนถามผมว่า ชอบหนังเรื่องไหนที่สุดในชีวิต ผมคงตอบคำตอบเดิมๆคือเรื่อง เพื่อนสนิท
หากเขาถามเหตุผล ผมก็จะเพิ่มเหตุผลไปอีกข้อนึงว่าผมชอบเจ้าชายน้อย
แต่ถ้าหากเขาถามว่าถ้าไม่ใช่หนังไทยหละ ชอบเรื่องอะไรมากที่สุด
ผมว่าพวกคุณคงรู้คำตอบนะครับว่า ผมจะตอบว่าหนังเรื่องอะไร ....

https://www.facebook.com/TheaterGangster?ref=hl
   
คัดบางตอนจากข้อความ คุณ เจียงใหม่ฮ้อนขนาด  (pantip.com)
26 ตุลาคม 2558 เวลา 23:47 น.



บันทึกการเข้า
  • Yahtzee
  • Full LED TV member
  • ****
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • กระทู้: 1,636
  • รับบริการลงหนัง Hi-Def GB ละ 50 สตางค์
  • ดูรายละเอียด อีเมล์


นิทานประกอบ การเรียนบริหารธุรกิจ ป.เอก
••• (ฉบับคลายเครียด) •••
                     

๑. เกิดไฟใหม้ที่โรงอาบน้ำหญิง
กลุ่มหญิงเปลือยล่อนจ้อนวิ่งหนีเอาตัวรอด ออกมาบนท้องถนน
ตาแก่คนหนึ่งตะโกนฮาป่า

บรรดาหญิงเปลือยนึกขึ้นได้ จึงพยายามใช้มือปกปิด
แต่จุดล่อแหลมมีอยู่ หลายจุด จึงต่างจ้าละหวั่นทำอะไรไม่ถูก
ตาแก่ตะโกนบอก
 
“ ปิดใบหน้าก็พอ ข้างล่างมันเหมือนกันหมด ” 

นิทานเรื่องนี้ให้แนวคิดว่า
ในภาวะฉุกเฉินไม่อาจทำอะไรให้รอบคอบทุกด้าน จับจุดสำคัญ ก็พอ





๒. สาวใหญ่แจ้งความกับตำรวจ..
“ ดิฉันเสียบกระเป๋าเงินไว้ในยกทรง ในรถไฟใต้ดิน เบียดเสียดจนถูกหนุ่มหล่อล้วงกระเป๋าไป ”

- ตำรวจขมวดคิ้ว..
“ ล้วงในจุดล่อแหลมขนาดนี้ คุณไม่รู้สึกตัวเลยหรือ? ”

- สาวใหญ่ค่อยตอบอย่างเหนียมอาย..

“ ก็ไม่นึกว่าเขาตั้งใจจะล้วงกระเป๋านี่คะ ”

นิทานเรื่องนี้ให้แนวคิดว่า
การทำให้ลูกค้าตกอยู่ในภาวะเคลิบเคลิ้มพอใจที่จะถูกรีดเงิน เป็นชั้นเชิงสูงสุด ทางธุรกิจ



.................................

บันทึกการเข้า
  • Yahtzee
  • Full LED TV member
  • ****
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • กระทู้: 1,636
  • รับบริการลงหนัง Hi-Def GB ละ 50 สตางค์
  • ดูรายละเอียด อีเมล์


๓. บริษัทติดข้อความเหนือโถปัสสาวะ..
“ก้าวเข้าไปอีกนิด ใกล้ชิดอารยธรรม”
แต่บนพื้นก็ไม่วายมีฉี่เรี่ยราดเฉอะแฉะ
 
- บริษัทศึกษาบทเรียนอย่างจริงจัง แล้วปรับแผนใหม่ดังนี้..
“ ฉี่ไม่ตรงเป้าโถ..แสดงว่าของคุณอ่อน "
" ฉี่เล็ดก่อนถึงโถ..แสดงว่าของคุณสั้น ”

ผลปรากฏว่าพื้นสะอาดกว่าเดิมเยอะทีเดียว 

นิทานเรื่องนี้ให้แนวคิดว่า
การให้คำแนะนำแก่ลูกค้า ต้องเป็นรูปธรรม และแทงถูกใจดำ





๔. วันหนึ่ง เลขานุการสาวตีหน้าขึงขังกับผู้จัดการ
 “ ผู้จัดการ ดิฉันตั้งท้องอ่ะ ”
 
ผู้จัดการได้ยินดังนั้น ยังคงก้มหน้าอ่านเอกสาร แล้วตีหน้าตายพูดว่า..
 “ ผมทำหมันตั้งนานแล้ว ”

เลขานุการสาวตะลึงอยู่ชั่วขณะ แล้วยิ้มให้ผู้จัดการ..
“ ดิฉันพูดเล่นจ้ะ.!! ”

ผู้จัดการเงยหน้ามองเธอ..
“ ผมก็เหมือนกัน " ..พร้อมกับจิบน้ำชา
 
นิทานเรื่องนี้ให้แนวคิดว่า
คนที่อยู่ในสังเวียน ต้องไม่ตระหนกตกใจง่ายเมื่อเผชิญภาวะวิกฤต แม้มีปืนมาจ่อ ก็ตั้งตัวรับได้ 




-------------------------------------

บันทึกการเข้า
  • Yahtzee
  • Full LED TV member
  • ****
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • กระทู้: 1,636
  • รับบริการลงหนัง Hi-Def GB ละ 50 สตางค์
  • ดูรายละเอียด อีเมล์

๕. ชายหนุ่มไปขอลูกสาว
ว่าที่พ่อตาให้แต่ละคนแนะนำตัว..

- ก.บอกว่า..“ ผมมีเงิน ๑๐ ล้าน ” 
- ข.บอกว่า..“ ผมมีคฤหาสน์หรูมูลค่า ๒๐ ล้าน ”
 
- ว่าที่พ่อตาฟังแล้วรู้สึกพอใจ แล้วถาม ค.ว่ามีอะไร 

- ค.ตอบ..“ ผมไม่มีอะไรเลย..
มีแต่ลูกคนเดียว ที่อยู่ในท้องลูกสาวคุณ ”
 
- ก. กับ ข. ได้ยินแล้ว ก็ลาจากไป

นิทานเรื่องนี้ให้แนวคิดว่า
อำนาจแข่งขันไม่อยู่ที่กำลังทรัพย์
แต่อยู่ที่การจัดวางคนของเรา
ในตำแหน่งที่สำคัญ 





๖. เถ้าแก่เบื่อเมียลับเต็มทน
เพราะ เมียลับเริ่มแก่ตัว + จะขอค่าเลี้ยงดูก้อนใหญ่
เถ้าแก่คิดจะฆ่าปิดปาก

แต่ CFO เสนออุบายให้เถ้าแก่ออกทุนแสน
ส่งเมียลับไปเรียน Ex-MBA โดยอ้างเหตุผลเพื่อยกระดับวุฒิการศึกษา

ในห้องเรียนล้วนเป็นนักศึกษาระดับเถ้าแก่
ต่างหลงเสน่ห์นักศึกษาสาวเมียลับคนนี้
ไม่ช้าไม่นานเมียลับก็ไม่ขออยู่กับเถ้าแก่เก่าแล้ว
 
แถมยังให้เงินล้านแก่เถ้าแก่เก่าเป็นค่าปิดปากอีก
 
นิทานเรื่องนี้ให้แนวคิดว่า
การจัดการทรัพย์สินด้อยคุณภาพของธุรกิจ วิธีที่ดีที่สุดคือ
ย้อมแมวตกแต่ง แล้วแปลงทรัพย์สินให้เป็นทุน
ไม่ใช่ถือเป็นซากทิ้งไป หรือรอให้ย่อยสลายเอง...







บันทึกการเข้า
  • Yahtzee
  • Full LED TV member
  • ****
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • กระทู้: 1,636
  • รับบริการลงหนัง Hi-Def GB ละ 50 สตางค์
  • ดูรายละเอียด อีเมล์




หากกล่าวถึงภาพยนตร์อินเดียหรือ “หนังแขก” ภาพคุ้นชินของเราคือ
ฉากพระนางร้องเล่นเต้นรำ พระเอกวิ่งไล่ตามนางเอกขึ้นเขาลงห้วย
มีฉากบู๊ล้างผลาญที่สุดจะเกินบรรยาย

การชมภาพยนตร์อินเดียนับเป็น “ความบันเทิง” ราคาไม่แพงสำหรับชาวอินเดีย
และนับวันอุตสาหกรรมการทำหนังอินเดียจะยิ่งเติบโตขึ้นเรื่อยๆ

ดาราดังอินเดียได้รับการยอมรับจากตลาดหนังตะวันตกมากขึ้น เช่น
อมิตาภ พัจจัน (Amitabh Bachchan) อภิมหาซูปเปอร์สตาร์ของบอลลีวูด (Bollywood)
ที่ข้ามไปเล่นหนังฮอลลีวูด (Hollywood) เรื่อง The Great Gatsby (2013)
เวอร์ชั่นล่าสุดของบาซ เลอมานห์ (Baz Luhrmann)

ปี ๆ หนึ่งอุตสาหกรรมภาพยนตร์อินเดียสร้างรายได้ระดับหลักหมื่นล้านเหรียญสหรัฐเลยทีเดียว
(อ้างอิงข้อมูลจากวิกิพีเดีย)

ตัวเลขรายได้ไม่ใช่เรื่องเกินจริง
เพราะอุตสาหกรรมหนังอินเดียดึงดูดบุคลากรชั้นนำด้านภาพยนตร์มาจากทั่วทุกมุมโลกได้

ตลาดผู้ชมภาพยนตร์อินเดียมีทั้งในและต่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศแถบตะวันออกกลาง
แอฟริกา เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หรือแม้แต่ในสหรัฐอเมริกา

หนังอินเดียมักวางพล็อตเรื่องง่ายๆ ไม่ซับซ้อน แบ่งแยกตัวละครชัดเจน ไม่ต้องตีความกันมาก
แถมสร้างความบันเทิงจากฉากร้องเพลง เต้นรำ ที่กลายเป็น “ซิกเนเจอร์” ที่ยากนักจะหาใครเลียนแบบได้

บรรดา “ซุปตาร์” หนังอินเดียไม่ว่าจะเป็น
ชารุก ข่าน (Shahrukh Khan) หรือ คารีนา คาปูร์ (Kareena Kapoor)
ตำนานคู่พระนางแห่งบอลลีวูด ต่างมีทักษะร้องเล่นเต้นระบำชนิดเอกอุกันเลยทีเดียว


อย่างไรก็ดี อุตสาหกรรมภาพยนตร์อินเดียไม่ได้มี “บอลลีวูด” เพียงแห่งเดียว
หากแต่เมืองอื่นๆ ของอินเดียพยายามพัฒนาอุตสาหกรรมภาพยนตร์จนก้าวขึ้นมาเทียบบอลลีวูดบ้างแล้ว

ชื่อ “บอลลีวูด” เป็นชื่อที่ถูกตั้งให้คล้องจองกับเมืองมายา “ฮอลลีวูด” ในสหรัฐอเมริกา
ดินแดนที่ผลิตภาพยนตร์ส่งออกและเป็นแหล่งสะสม “ทุนวัฒนธรรม”
จนเติบโตเป็นอุตสาหกรรมสำคัญที่ขับเคลื่อนโลกในศตวรรษนี้

บอลลีวูดมีฐานที่มั่นอยู่ที่เมืองมุมไบ (Mumbai) หรือที่ชื่อเดิมเรียกว่าบอมเบย์
หนังบอลลีวูดจะใช้ภาษาฮินดีเป็นภาษาหลักในการดำเนินเรื่อง
ดังนั้น คนอินเดียจึงผูกพันกับหนังบอลลีวูดมาแต่อ้อนแต่ออก

นอกเหนือจากหนังภาษาฮินดีแล้ว ยังมีหนังอินเดียภาษาทมิฬ (Tamil Language)
ที่มีที่มั่นในโกดามบัคคัม (Kodambakkam) เมืองใกล้ๆ กับ
เชนไน (Chennai) เมืองหลวงของรัฐทมิฬนาดูล (Tamil Nadul)

ด้วยเหตุที่ศูนย์กลางการผลิตหนังอินเดียภาษาทมิฬตั้งอยู่ในเมืองโกดามบัคคัม
จึงเอาตัว K หน้าชื่อเมืองมาใช้เรียกพ้องกับบอลลีวูดว่า คอลลีวูด (Kollywood)

คนอินเดียดูหนังหลายภาษาตามภาษาถิ่นที่ตัวเองอยู่ นอกจากหนังฮินดี
หนังภาษาทมิฬแล้ว ยังมีหนังภาษาเตลูกู (Telugu) ซึ่งเป็นภาษาหลักทางตอนใต้ของอินเดีย

เมื่อกลางปีที่ผ่านมา มีการเปิดตัวหนังฟอร์มยักษ์ที่ใช้พล็อตเรื่องประวัติศาสตร์อินเดียโบราณ
เป็นโครงเรื่องหนังที่ว่านี้ ชื่อ Baahubali: The Beginni ng (2015)
ผลงานกำกับของ เอส เอส ราจามูลิ (S.S. Rajamouli) ผู้กำกับอินเดีย
ที่ได้รับงบประมาณมหาศาลถึง 18 ล้านดอลลาร์
เพื่อเนรมิตฉากต่างๆ ใน Baahubali ให้ดูยิ่งใหญ่อลังการ (ข้อมูลจากวิกิพีเดีย)



Bahubali The Beginning เปิดตำนานบาฮูบาลี (2015) [8.8] India 1080p.159 min Dolby 5.1 Sub

หนังเรื่องนี้เปิดตัวอย่างยอดเยี่ยม โกยรายได้ไปแล้วเกิน 91 ล้านเหรียญ
ส่วนหนึ่งได้รับการโปรโมตว่าเป็นหนังใช้ทุนสร้างมากที่สุดในประวัติศาสตร์ภาพยนตร์อินเดีย

อย่างไรก็ดี Baahubali: The Beginning ไม่ได้สร้างจากบอลลีวูด
หากแต่เป็นการสร้างและถ่ายทำภาพยนตร์ในเมืองไฮเดอราบัด (Hyderabad)
ฐานที่มั่นของหนังอินเดียทีใช้ภาษาเตลูกู

Baahubali: The Beginning หนังที่ใช้งบลงทุนสร้างมากที่สุดในอินเดีย
อีกหนึ่งผลงานสุดยอดของหนังภาษาเตลูกูหรือ Tollywood

ภาพยนตร์ที่ใช้ภาษาเตลูกู ซึ่งได้รับความนิยมในแถบตอนใต้ของอินเดีย
จึงมีชื่อเรียกว่า ตอลลีวูด (Tollywood) โดยตัว T มาจากอักษรตัวแรกของภาษาเตลูกู

น่าสนใจว่า ศูนย์กลางอุตสาหกรรมภาพยนตร์อินเดียนั้นไม่ผูกขาดอยู่แค่บอลลีวูดแห่งเดียวอีกต่อไปแล้ว
เพราะทั้งคอลลีวูดและตอลลีวูดเริ่มก้าวขึ้นมา “ทาบรัศมี” เนื่องจากมีกลุ่มผู้ชมกระจายกันอยู่ทั่วโลก
โดยส่วนใหญ่อยู่ในอินเดียตอนใต้ อาหรับ ตะวันออกกลาง แอฟริกา อาเซียน หรือแม้แต่สหรัฐอเมริกา

ความแตกต่างที่เห็นได้ชัดระหว่างหนังบอลลีวูดกับตอลลีวูด คือ รูปลักษณ์หน้าตาของดารานักแสดง
กลุ่มนักแสดงจากบอลลีวูดมีลักษณะกระเดียดไปทาง “แขกขาว” คล้ายดาราฝรั่ง ตัวใหญ่ จมูกโด่ง
ส่วนนักแสดงจากตอลลีวูดมีหน้าตาแบบชาวอินเดียพื้นเมืองหรือพวก “ดราวิเดียน” ซึ่งมีผิวเข้มกว่า

Baahubali: The Beginning สื่อให้เห็นถึงวิธีคิด วัฒนธรรม วิถีชีวิต ความเชื่อของชาวอินเดียตอนใต้
ขณะเดียวกัน ราจามูลิ ผู้กำกับ พยายามทำให้หนังเรื่องนี้ “ร่วมสมัย” โดยสอดแทรกแนวคิดสมัยใหม่เข้าไปในบท
เช่น การให้ Baahubali พระเอก ปฏิเสธการฆ่าสัตว์เพื่อบูชายัณห์ก่อนออกรบ

การสร้างหนังสงครามโดยเฉพาะหนังแนวอีพิคที่ว่าด้วยการยกย่องเชิดชูบรรพบุรุษของชนชาติตนเองนั้น
ผู้สร้างต้องระมัดระวังไม่ทำให้อีกชนชาติหนึ่งกลายเป็น “ผู้ร้าย” อย่างไม่มีเหตุผลในการก่อสงคราม
เพราะหนังแนวนี้ย่อมสร้างอารมณ์ร่วมและจุดกระแสชาตินิยมขึ้นได้ง่าย


สำหรับ Baahubali แล้ว ผู้สร้างหลีกเลี่ยงจุดเปราะบางนี้ออกไป และมุ่งเสนอไปที่วิถีชีวิตของชาวอินเดีย
ที่ผูกพันกับศาสนาฮินดู เทพเจ้า รวมทั้งสร้างคติความเชื่อเกี่ยวกับคุณธรรมการเป็นกษัตริย์ที่ดี
ที่ต้องเน้นเความเมตตามากกว่าความเด็ดขาดหรือมุ่งทำลายล้างเพียงอย่างเดียว

อย่างไรก็ตาม หนังอีพิคไม่ได้จบลงง่ายๆ
เพราะ Baahubali จะฉายตอนจบ หรือบทสรุป Baahubali: The Conclusion ในปีหน้า…

ซึ่งจะลงเอยอย่างไรนั้น คอหนังอินเดีย ห้ามพลาด


ที่มา: ไทยพับลิก้า, www.thaipublica.org


๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙

เป็นหนังที่ควรดูเป็นอย่างยิ่งครับ พลาดไม่ได้ด้วยประการทั้งปวง





บันทึกการเข้า
  • Yahtzee
  • Full LED TV member
  • ****
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • กระทู้: 1,636
  • รับบริการลงหนัง Hi-Def GB ละ 50 สตางค์
  • ดูรายละเอียด อีเมล์




จากหนังสือขายดีตลอดกาล ของ Chetan Bhagat
เรื่อง “ Five Point Someone : What not to do at  IIT  ”
ซึ่งตัวผู้เขียนเค้าก็เป็นศิษย์เก่าสถาบัน IIT (Indian Institutes of Technology) นี้แหละ
สถาบันที่ได้รับการขนานนามว่าเป็น MIT หรือ Harvard of India
เพราะสถาบันนี้ได้รับการจัดอันดับให้เป็น มหาลัยทางเทคโนโลยีอันดับ 3 ของโลกเลยนะ 

ด้วยความเป็นชั้นนำขนาดนี้ 
นักเรียนมันถึงได้แข่งขันกันเอาเป็นเอาตายเพื่อที่จะได้เข้าเรียน
แข่งขันกันสูงแค่ไหนเหรอ  ก้อเล่นรับ นศ. แค่ปีละ 200 คนเอง
แล้วเทียบกับประชากรอินเดียมากมายมหาศาลขนาดนั้น 

หลายปีแล้ว ที่เคยอ่านข่าว รัฐบาลอินเดียเค้าประกาศ จะทำให้อินเดียเป็น
มหาอำนาจของโลกทาง IT ให้ได้  ตอนนั้นยังคิดว่าเพ้อเจ้อ   เผลอแป๊บเดียว 
ตอนนี้อินเดียไปไกลมากกว่าที่ทุกคนประเมินไว้หลายเท่า   
ผู้บริหารบ้านเมืองเค้าช่วยกันพัฒนาชาติ แซงหน้าไทยไปอีกหนึ่งแล้ว

ด้วยยุทธศาสตร์การพัฒนาของอินเดียที่มุ่งหวังให้นักวิทยาศาสตร์ นักคอมพิวเตอร์ นักวิศวกรรม
เป็นตัวแปรสำคัญในการดีดตัวเองให้ทัดเทียมประเทศมหาอำนาจ   
ทำให้ทุกวันนี้ อินเดียผลิตแรงงานด้าน IT มากเป็นอันดับ 2ของโลก ติด 1ใน 6 ประเทศ
ที่มีเทคโนโลยีอวกาศชั้นสูง มีอุตสาหกรรมการผลิตยาที่ก้าวหน้าระดับโลก 

โดยเฉพาะโปรแกรมเมอร์ระดับโลก ๆ ก็คนอินเดียทั้งนั้นแหละ…
38% ของ จนท.ใน NASA เป็นคนอินเดีย
34%  microsoft เป็นคนอินเดีย
28% ของ IBM เป็นคนอินเดีย
17% ของ Intel ก็เป็นคนอินเดีย

เพราะที่อินเดียเค้ามีเปิดสอนเขียนโปรแกรมกันชนิดที่ว่าให้เป็น “เทพแห่งโปรแกรมเมอร์” เลย 
ด้วยหลักสูตร computer application  เพราะอินเดียหมายมั่นปั้นมือกับตลาด outsourcing
ด้านการผลิต 3D animation และ game มานานแล้ว ตอนนี้  Sony, Nvidia, Yahoo…etc. 
ย้ายยานแม่ไปลงที่อินเดียหมดแล้ว     

ด้านอุตสาหกรรมภาพยนตร์ก็แรงตามไปด้วย 
มีการสร้างสตูดิโอผลิตหนังใหญ่สุดลูกหูลูกตาถึง 3 สตูดิโอ หนึ่งในนั้นมี สตูติโอที่ใหญ่ที่สุดในโลกด้วย
คือ Ramoji Film City  ขนาด 4 พันกว่าไร่   การพัฒนาแบบก้าวกระโดดนี่แหละ 
สังคมอินเดียเลยชอบให้ลูกหลาน “ ลูกชายต้องเรียนวิศวะ & ลูกสาวต้องเรียนหมอ ”
ไม่งั้นจะไม่มีใครจะเอาไปเป็นคู่ครอง ไปเรียนอย่างอื่นเหรอถือว่าเป็นพวกเบอร์สอง
จะเรียนล้ำยุคไฮเทคแค่ไหนก็ช่างเถอะ แต่ยังมีที่ให้ระบบการแบ่งชั้นวรรณะแทรกซึมเข้าไปได้อยู่ดี 

ในระบบการศึกษาของอินเดียเอง เค้ามักจะเน้นท่องจำตำรา จำได้มากก็ได้เกรดดี
ครูชอบให้ตอบตามตำรา ดังนั้น เด็กอินเดียเลยความจำดีมากกก  เพราะท่องจำกันเป็นบ้าเป็นหลังนี่เอง
และด้วยการเรียนที่สุดกดดันนี้  ทำให้มีสถิติ คนอินเดียฆ่าตัวตาย 15 คน/ชม.
เพราะทนความกดดันความคาดหวังของครอบครัวไม่ไหว   นับวันการแข่งขันดูจะรุนแรงมากขึ้นเรื่อย ๆ
 




3 Idiots เพียงเรา..ที่เข้าใจ (2009) [8.5] India 720p.170 min DTS 5.1 Sub

 
หนังอินดี้สุดดังแห่งปี 2009 ….
หนัง 3 Idiots ที่นักวิจารณ์ทั่วโลกชมเป็นเสียงเดียวกัน imdb อวยให้ 8.3/10 …. 
Yahooให้เกรด A …การันตีด้วย 37 รางวัล จากหลายสถาบัน ตอนเข้าฉายนี่
ถล่ม box office เป็นประวัติศาสตร์ชาติ bollywood เลยทีเดียว
กวาดรายได้ไปเกือบ 85 ล้านบาท

ข่าวว่า Hollywood ซื้อไปรีเมค, โจวซิงฉือก็เอาไปรีเมค…….
หนังเค้าดีจริง เค้าไม่วิ่งข้ามภูเขากันแล้ว …ก็…แอบเต้นอยู่นิดนึง

หนัง 3 Idiots     เป็นเรื่องของเพื่อนรัก 3 คนที่เคยสัญญากันไว้สมัยเรียนว่า อีก 10 ปีข้างหน้า
จะมาพบกันวันที่ 5 กันยา เพื่อดูว่าใครประสบความสำเร็จในชีวิตมากกว่ากัน …..

แล้วหนังก็ตัดฉากย้อนกลับไป สมัยที่พวกเค้ายังเป็นนักศึกษาวิศวะ ในมหาลัยที่เข้ายากที่สุดในอินเดีย
(น่าจะหมายถึงIITแหละ แต่ในหนังเค้าเปลี่ยนชื่อ)  Rancho (พระเอก) เป็นคนที่ชอบประกอบข้าวของ
เครื่องกล เป็นตัวแทนนักเรียนประเภทหัวมาทางนี้อยู่แล้ว เรียนตามปรกติไม่ถึงกับต้องแข่งขันกับใคร
ใช้ชีวิตในมหาลัยสุดเหวี่ยงก้อยังได้ top เพราะหัวมันให้

นักแสดงที่มารับบท rancho นี่ก็เรียกได้ว่าเป็นดาราไอดอลของอินเดีย ประมาณ พี่เคน ธีรเดช บ้านเรา
นอกเหนือจากเป็นนักแสดงแล้ว Aamir Khan ยังเป็นโปรดิวเซอร์สร้างหนังที่ฮายิ่งกว่า 3 idiots
เรื่อง “Peepli Live” (อ่านรีวิว  Peepli Live)

เพื่อนสนิทคนที่ 2 คือ Raju เป็นคนยากจน ดั้นด้นสอบเข้าวิศวะเพราะอยากให้ชีวิตความเป็นอยู่ของครอบครัวดีขึ้น
จะได้มีเงินรักษาพ่อที่ป่วย และให้น้องสาวไปสู่ขอผู้ชายดีๆ คนที่3 คือ Fahan ชอบถ่ายรูป แต่พ่อบังคับให้เรียนวิศวะ
ช่วงชีวิตในมหาวิทยาลัย ทั้งสามคนต้องเจออุปสรรคมากมายแต่ก็มีเรื่องสนุกสนานในรั้วมหาลัยมากมายเช่นกัน
Rancho พระเอก ออกแนวหัวแข็งแต่มีหัวคิด แน่นอนว่าบรรดาอาจารย์หัวเก่าย่อมแอนตี้ Rancho

มีอยู่หลายฉากที่แสดงให้เห็นระบบการสอนที่ผิดพลาด
คือตอนที่อาจารย์ถามทุกคนในคลาสว่า ” M-A-C-H-I-N-E ” คืออะไร
Rancho ตอบว่า สิ่งที่ทำให้ชีวิตมนุษย์ง่ายขึ้น เช่นซิป
เพราะมีซิปเราเลยไม่ต้องถอดกางเกงเวลาฉี่ แค่รูดซิปขึ้นลง
ว่าแล้วพี่แกก้อรูดซิปโชว์ซะงั้น professor บอกว่า ถ้าอยากตอบง่ายๆ ก็ไปเรียนสายอาชีพไป๊
แล้วก้อไล่ Rancho ออกจากห้องเรียน 
Ranchoเดินออกไปแล้วเข้ามาใหม่ บอกว่า

“ผมลืมหยิบ...
Instruments that record analyse summarize organize debate and explain information
which are illustrative non-illustrative hardbound paperback jacketed non-jacketed
with forward introduction, table of contents, index that are indented for the enlightenment,
understanding enrichment enhancement and education of the human brain through
sensory root of vision…  sometimes leisure…ครับ”
Professor (งงเป็นไก่ตาแตก)  : แปลว่าอะไร??
Rancho  : book
Professor : แล้วทำไมไม่พูดว่าbook จะพูดให้ฟังยากทำไม?
Rancho :  ก้อพูดง่ายๆ แล้ว อาจารย์ไม่ถูกใจนี่ครับ..  55+

 ฉากที่ professor สั่งให้ออกมาสอนแทน  เขา เขียนคำๆ นึงบนกระดานแล้วให้เวลาทุกคน 1 นาทีให้หาความหมายของคำ
ทุกคนก้อหน้าก้มตาหาคำตอบในตำรากันใหญ่เลย สุดท้ายหาไม่เจอ เค้าเลยเฉลยว่า มันเป็นชื่อของอิเพื่อนสองคน Raju กับFahan
ที่ซ่อนอยู่ในคำนั้น Professor โมโหมากถามว่านี่เหรอคือเนื้อหาวิชาวิศวะ Racho ตอบว่า
” ผมไม่ได้สอนวิชาวิศวะ”  ผมสอน “วิธีการสอน “
….. ถ้าเรามัวแต่ท่องจำสิ่งที่คนอื่นคิดค้นไว้แล้วเพียงอย่างเดียว.. เราจะเก่งได้ยังไง ?
เพราะคนที่ฉลาดจนเกรดถึงเกียรตินิยมเอง กับ คนที่พยายามทุกอย่างเพื่อให้เกรดแตะถึงระดับเกียรตินิยม นั้นไม่เหมือนกัน
นักเรียนประเภทรีบเลือกโจทย์ง่ายก่อนใคร ๆ เพื่อจะได้ A วิชานั้น อย่างนาย Silencer (ในหนัง) ยากที่จะคิดสร้างสรรค์สิ่งใหม่จากศูนย์ ได้ …
ไม่ได้บอกว่าควรทิ้งหนังสือ การอ่านหนังสือคือวิธีการที่ดีในการติดอาวุธทางปัญญาอยู่แล้ว

แต่เราไม่สามารถฉลาดขึ้นได้ด้วยการอ่านจากตำราอย่างเดียว
เราต้องฝึกคิด ฝึกตั้งคำถามเอาเองบ้างและเรียนรู้โลกนอกวิชาการด้วย

ไม่ว่าคุณจะเรียนรู้ด้วยการท่องคำตอบฉลาดๆ ของคนอื่นแค่ไหนก็ไม่สู้ การสร้างคำถามฉลาดๆ ด้วยตัวเองได้
เพราะคำถามที่ฉลาดสามารถทำให้ผู้ฟังเกิดปัญญาได้แม้ไม่มีคำตอบ….

อย่าหวั่นไหว ถ้าคนอื่นหัวเราะเยาะเย้ย ตลกกับความคิดแปลกๆ ของคุณ แต่จงถามเขาว่า
ทุกอย่างที่พวกเขาใช้ในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็น มือถือ คอมพิวเตอร์ ATM รถยนต์ สวิทซ์เปิดปิดไฟ ตู้เย็น …
มันก็มาจากคนคิดนอกกรอบทั้งนั้น …งั้นคนที่ใช้ของจากสิ่งประดิษฐ์เหล่านั้นไม่บ้ากว่าหรือ?
ค่านิยมสอบได้เลขตัวเดียว ก็ไม่ได้ต่างอะไรกับสังคมไทย เมื่อ Rancho เอ่ยปากถามเพื่อนอย่างคนมองโลกขาดว่า ….
If you win,Will your knowledge increase? ….No,  just the pressure ”
 
ฉากเต้นของพระเอกกับนางเอกน่ารักดี ที่ล้อเลียนท่าเต้นในหนังอินเดียสมัยเชยๆ เอามาแปลงเป็นท่าเต้นแนวๆ
แต่ไม่ทิ้งเอกลักษณ์ของหนังแขก แต่ขอหักคะแนน 2 เรื่องคือ จะพูดฮินดูคำ อังกฤษคำไปทำไม เอาซักอย่างไม่ได้เหรอ
นี่พูดอังกฤษคำนึง แล้วพูดฮินดูสาดมา 3-4 ประโยค ซับ eng ก้อ มีบ้างไม่มีบ้าง
(อันที่จริง หนังทำขายต่างประเทศแบบนี้น่าจะทำ sub ให้ได้มาตรฐานเหมือนหนังเรื่อง The Pool ที่ถอดบทพูดฮินดู
ออกมาเป็นsubอังกฤษได้อย่างไม่บกพร่อง) 



ที่มา: คัดบางตอนจาก : http://1uponatime.com


๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙



เป็นหนังที่ควรดูเป็นอย่างยิ่งครับ พลาดไม่ได้ด้วยประการทั้งปวง





บันทึกการเข้า
  • Yahtzee
  • Full LED TV member
  • ****
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • กระทู้: 1,636
  • รับบริการลงหนัง Hi-Def GB ละ 50 สตางค์
  • ดูรายละเอียด อีเมล์


หนังยอดเยี่ยม Best Picture 2015 มาแล้วครับ

กังฟู แพนด้า 3 .. สนุกกว่า ภาคสอง

The Hateful Eight แปดพิโรธ โกรธแล้วฆ่า (2015)
หนังสามชั่วโมงกว่า ได้รางวัลดนตรีประกอบยอดเยี่ยม

เมื่อคินลองเปิดดู .. ดูรวดเดียวจนเลยครับ
หนังน่าติดตามทุกฉาก ทุกตอน




Kung Fu Panda 3 กังฟูแพนด้า 3 (2016) [7.6] 1080p.95 min AAC 2.0 Thai




Bridge of Spies จารชนเจรจาทมิฬ (2015) (1) [7.7] 1080p.142 min DTS 5.1 Thai 5.1




Gods of Egypt สงครามเทวดา (2016) [5.7] 1080p.127 min AAC 2.0 Thai           




Inside Out มหัศจรรย์ อารมณ์อลเวง (2015) (1) [8.4] 720p.94 min Dolby Thai 2.0




Ip Man 3 ยิปมัน 3 (2015) [7.6] 1080p.105 min AAC 2.0 Thai




Spotlight คนข่าวคลั่ง (2015) (2) [8.2] 1080p.128 min AAC 2.0 Sub




The 5th Wave อุบัติการณ์ล้างโลก (2016) [5.6] 720p.112 min AAC 2.0 Thai




The Hateful Eight แปดพิโรธ โกรธแล้วฆ่า (2015) (1) [8.0] 1080p.187 min AAC 2.0 Thai     




The Intern โก๋เก๋ากับบอสเก๋ไก๋ (2015) [7.2] 1080p.121 min DTS 5.1 Thai 5.1


ท่านลูกค้าเก่า
ใช้เมล์ที่แจ้งรหัส EMS ตอบกลับ
หรือ แจ้งชื่อ กับ เขต/อำเภอ ที่เคยส่ง
ติดต่อขอรายการหนังล่าสุดได้นะครับ

ท่านลูกค้าใหม่
แจ้งขนาดฮาร์ดดิสก์ (Int / Ext) ที่สนใจ
ติดต่อที่ yahtzee.list@gmail.com

ขอบริการเฉพาะท่านที่มั่นใจในความปลอดภัยนะครับ


๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙

บันทึกการเข้า
หน้า: 1 [2] 3 4
กระโดดไป: