หน้า: [1]

ประกาศผล 10 ทีวีที่ดีที่สุดประจำปี 2015 - 2016 VIDEOPHILE LCDTVTHAILAND AWARD

  • Dear_sir
  • Executive Editor
  • LCD TV member
  • *
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • กระทู้: 105
  • ดูรายละเอียด เว็บไซต์

 Yes


ทีมงาน LCDTVTHAILAND และนิตยสารเครื่องเสียงและภาพชั้นนำอย่าง Audiophile/Videophile ได้ร่วมกันตัดสินรางวัล VIDEOPHILE LCDTVTHAILAND AWARDS ซึ่งเป็นรางวัลที่มอบให้กับ "ทีวีที่ดีที่สุด" ประจำปี 2015-2016 ที่โดดเด่นในแต่ละด้าน ในปีนี้ทีวีความละเอียด 4K หรือ Ultra HD ทำราคาจนผู้บริโภคสามารถจับต้องกันได้มากขึ้น นอกจากเรื่องภาพแล้วในปีนี้ผู้ผลิตต่างแข่งขันกันในเรื่องของระบบปฏิบัติการด้วย เรียกได้ว่ายกโฉมกันใหม่แทบทุกแบรนด์
 
และสิ่งที่ทีมงานอยากจะบอกต่อผู้อ่านทุกท่านก็คือหน้าที่ของทีวีคือการถ่ายทอดเรื่องราว อารมณ์และความรู้สึกของคอนเทนต์หรือหนังไปสู่ผู้รับชม หาก "ทีวีมีคุณภาพดี" ก็ย่อมสามารถถ่ายทอดข้อมูลเหล่านั้นไปยังผู้รับชมได้ถูกต้องครบถ้วน 100% ดั่งที่ผู้กำกับต้องการจะสื่อ อย่างไรก็ตามงบประมาณในการเลือกซื้อทีวีของแต่ละท่านก็ย่อมไม่เท่ากัน ฉะนั้นทางทีมงานจึงมีการจัดแบ่งรางวัลในแต่ละสาขาให้สอดรับกับช่วงงบประมาณที่แตกต่างกัน รวมไปถึงยังมีการเพิ่มประเภทรางวัลใหม่เข้ามาด้วยเพื่อให้สอดคล้องกับการพัฒนาของทีวีในปัจจุบัน ดูสรุปรางวัลในปีนีี้ทั้งหมดได้เลย




อ่านรีวิว 65EG960T
http://www.lcdtvthailand.com/review_detail.php?id=1246
ดูวิดีโอทดสอบความดำของ OLED TV
http://www.lcdtvthailand.com/topic_detail.php?id=1242

Best of The Best TV Award : LG EG960T
LG EG960T คือ 4K OLED TV รุ่นท็อปที่สุดของ LG ในปีนี้ นับว่าเป็นครั้งแรกของจอ OLED ที่มีความละเอียดแบบ 4K Ultra HD โดดเด่นด้วยโครงสร้าง Self Lighting ซึ่งเม็ดพิกเซลสามารถกำเนิดแสงได้ด้วยตัวเอง จึงสามารถ “แสดงสีดำได้ดำสนิท 100%” ดั่งในอุดมคติ ถึงขั้นอุปกรณ์ตรวจวัดที่ใช้ในการทดสอบไม่สามารถวัดค่าความสว่างได้แม้แต่นิดเดียว ส่งผลให้ค่าคอนทราสต์เป็น “ค่าอนันต์” อย่างแท้จริง มิใช่สเป็คค่าคอนทราสต์ทางการตลาดที่เกินจริงอีกต่อไป ต่างจาก LED TV ทั่วไปที่ยังต้องใช้ Backlight ในการกำเนิดแสงอยู่ จึงทำให้มีแสงลอดออกมาตลอดเวลาที่แสดงภาพ ส่งผลไม่สามารถแสดงสีดำที่ดำสนิท 100% ได้ ด้วยระดับความดำที่ทำได้อย่างสุดขั้วจึงช่วยให้มิติภาพมีความลุ่มลึกขึ้น อีกทั้งยังช่วยยกระดับสีสันของตัวละครและวัตถุสดอิ่มและวาววับขึ้นอีกระดับ ส่วนมุมมองด้านข้างก็เข้าขั้นดีเลิศ สีสันยังสดสวยแม้ว่าจะมองในมุมเฉียงมาก จัดว่ามีมุมมองรับชมกว้างถึง 180 องศา ให้ความสมบูรณ์แบบในเรื่องภาพแบบ A-B-C ทั้ง Angle = มุมมอง / Black Level = ระดับความดำ / Color = สีสัน หากตั้งชนเปรียบเทียบกับ LED TV ทุกตัวในท้องตลาด ณ ตอนนี้ LG EG960T ให้ภาพทีดีกว่าในทุกประตู ยกระดับคุณภาพของภาพให้ดีทะลุชีดจำกัดเดิมไปจนหมดสิ้น หากมีข้อติก็เพียงเรื่องเดียวที่ยังไม่รองรับภาพแบบ HDR ส่วนเรื่องปลีกย่อยอย่างดีไซน์ก็เป็น Curved Screen จอโค้งที่มีความบางเฉียบที่สุด พร้อมขาตั้งคริสตัลใสแบบ Floating Stand ทำให้ทีวีดูเหมือนลอยอยู่บนอากาศจริง ระบบ Smart TV ก็เป็นแนวหน้าในวงการด้วย webOS 2.0 พร้อม Magic Remote ที่ใช้ในการควบคุม หากถามว่าทีวีที่เป็น "ที่สุดของที่สุด" ในปี 2015 นี้ LG 4K OLED TV รุ่น 65EG960T คือตัวแรกและตัวเดียวเท่านั้นที่ผลุบเข้ามาในใจ และขอฟันธงให้ว่าเทคโนโลยีจอ OLED ในตอนนี้กำลังเป็นทั้ง "ปัจจุบัน" และ"อนาคต" ของวงการทีวีอย่างแน่นอน


คุณนาวี อินทรสังขนาวิน บรรณาธิการบริหาร นิตยสารออดิโอไฟล์ วีดีโอไฟล์
มอบรางวัล BEST OF THE BEST TV AWARD
ให้กับ คุณนิพนธ์ วงษ์แสงอรุณศรี ผู้อำนวยการการตลาด บริษัท แอลจี อิเล็กทรอนิกส์ ประเทศไทย จํากัด






Editors Choice Award : Samsung JS9500
รางวัล Editor’s Choice คือรางวัลที่ทีมงาน LCDTVTHAILAND ตั้งใจมอบให้ทีวีรุ่นที่ “โดนใจพวกเราที่สุด” ในปีนั้นๆ ส่วนในปีนี้ทีมงานเลือก Samsung JS9500 เป็นหนึ่งในดวงใจด้วยเหตุผลที่ว่าเจ้า JS9500 แทบเป็นทีวีตัวเดียวในท้องตลาดที่รองรับการเล่นคอนเทนต์แบบ HDR หรือ High Dynamic Range อย่างสมบูรณ์ ตอนที่ทาง Samsung ส่ง 78JS9500 มาทดสอบ ทีมงานก็ตั้งธงว่า HDR คงไม่สร้างความต่างให้กับภาพมากมายนัก แต่ทว่าพอได้ลองทดสอบจริงระหว่าง HDR VS Non-HDR ก็ได้รับรู้ว่า "มันต่างกันสุดขั้ว" ทั้งระดับความดำ ความเอิบอิ่มของสี มิติภาพ และความลุ่มลึก จากการทดสอบเทียบกันตัวต่อตัว JS9500 : Full LED มี HDR ก็ยังทำได้ดีกว่า JS9000 : Edge LED ที่มี HDR เหมือนกันไปไกลเลยด้วยซ้ำ เนื่องด้วยโครงสร้างหลอดไฟแบบ Full LED วางหลอดไว้เต็มจอทำให้สามารถทำ Local Dimming เป็นโซนๆได้อย่างอิสระกว่า จึงส่งผลให้สามารถแสดงความดำได้ดำสงัดกว่า และด้วยจำนวนหลอดไฟ LED ที่เยอะกว่าทำให้มันสามารถระเบิดพลังความสว่างได้มากกว่าพวก Edge LED ถึง 2 เท่า เช่นนี้เองทำให้ทีมงาน LCDTVTHAILAND ไม่รอช้า รีบติดต่อทาง Samsung เพื่อขอยืม Samsung 78JS9500 มาสาธิตในงานบรรยายประจำปีของเว็บในงานเครื่องเสียง TAV Show 2015 เมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา เพราะถือว่าเป็นเทคโลยีใหม่ล่าสุดที่ยังไม่เคยจัดแสดงที่ไหนมาก่อน ควรคู่กับการบรรยายให้ความรู้อย่างยิ่ง ซึ่งการสาธิตเล่นคอนเทนต์ HDR แท้ผ่าน SUHD TV : JS9500 ที่รองรับ HDR ก็สร้างความประทับใจให้กับผู้ร่วมเข้าฟังบรรยายเป็นจำนวนมาก ที่สำคัญดีกรี “ความต่าง” ระหว่างภาพ HDR VS Non-HDR มันดันมีมากกว่าภาพ 4K UHD VS Full HD ซะด้วย เป็นการพิสูจน์ทฤษฏีเรื่อง “หัวใจของคุณภาพของภาพ” ตามหลักการของ ISF สถาบันมาตรฐานภาพระดับโลกว่า Resolution สำคัญ แต่ Dynamic Range นั้นสำคัญยิ่งกว่า

*** ปัจจุบันยังไม่มีคอนเทนต์ที่เป็นหนัง 4K HDR แท้ มีแต่คลิปตัวอย่างเท่านั้น คงต้องรออีกซัก 2-3 ปี กว่าจะเข้ามาเป็นมาตรฐานอย่างจริงจัง
*** อนึ่งเทคโนโลยีจอภาพล่าสุดอย่าง OLED TV ปี 2015  ถือเป็นสุดยอดเทคโนโลยีจอภาพในปัจจุบัน แต่เป็นที่น่าเสียดายว่ารุ่นที่มีขายในไทยในปีนี้ยังไม่รองรับ HDR


คุณวีรเกียรติ จิรัฐการุณธ์ (Roman) เจ้าของเว็บไซต์ LCDTVTHAILAND
มอบรางวัล Editors Choice Award
ให้กับคุณอัศวิน ชูสถาพรกุล ผู้จัดการอาวุโสธุรกิจภาพและเสียง บริษัท ไทยซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ จำกัด



Best 4K LED TV Award : Samsung JS9500
Samsung JS9500 ขนาดใหญ่ 78” คือ LED TV ที่ดีสุดเท่าที่ Samsung เคยผลิตออกมาจำหน่าย โดย Samsung ตั้งชื่อ LED TV รุ่นท็อปในปีนี้ว่า SUHD ซึ่งหมายถึง “อีกขั้นที่ดีกว่า UHD TV ทั่วไป” ด้วยการผสมผสานเทคโนโลยี Quantum Dot – Nano Crystal ที่ช่วยขยายขอบเขตการแสดงเฉดสีให้กว้างขึ้น ตลอดจนยกระดับความสว่างและความมืดให้ทะลุเกินขีดจำกัดเดิมที่ LED TV เคยทำได้ ด้วยโครงสร้างการจัดเรียงหลอดแบ็คไลท์เต็มหลังจอแบบ Full LED ทำให้ตัวเครื่องสามารถทำ Local Dimming หรือการเปิด-หรี่-ปิด หลอดไฟเป็นโซนแปรผันตามความมืด-ความสว่างของฉาก จึงสามารถสร้างที่ดำที่ดำสนิทและระดับความสว่างที่สูงกว่า LED TV ทั่วไปถึง 2 เท่า คุณภาพของการดิมไฟเป็นโซนถือว่าเนียนกว่า Full LED ของค่ายอื่นในปีก่อนๆ อีกฟีเจอร์ที่โดดเด่นที่สุดคือความสามารถในการเล่นคอนเทนต์แบบ HDR หรือ High Dynamic Range ที่กล่าวได้ว่าแทบเป็นเจ้าเดียวที่สามารถทำได้ในปี 2015 นี้ จากไฟล์ทดสอบเรื่อง Life of Pie และ Exodus แบบ 4K HDR แท้ คุณภาพของภาพทั้งความดำ สีสัน และมิติภาพให้ทิ้งขาดคอนเทนต์แบบธรรมดาไปอย่างสิ้นเชิง ทีมงานได้พิสูจน์เรื่องนี้ให้เป็นที่ประจักษ์ต่อผู้เข้าร่วมงานบรรยายประจำปีที่จัดขึ้นในงานแสดงเครื่องเสียง TAV Show 2015 ข้อจำกัดเพียงจุดเดียวของ JS9500 คือเรื่องมุมมองของภาพ หากจะให้ดีที่สุดต้องนั่งชมตรงกลางจอเท่านั้น ในส่วนของดีไซน์ตัวเครื่องเป็นจอโค้ง Curved TV พร้อมกรอบโลหะสีเงินดูหรูหราสวยงาม อัดแน่นด้วยฟีเจอร์สมาร์ทๆอย่างคับคั่ง เชื่อว่าคงไม่มีผู้ใช้งานท่านไหนได้ลองใช้หมดทุกฟีเจอร์เป็นแน่แท้ เพียงแค่เสียดายว่าในประเทศไทยมีมีจำหน่ายแค่ขนาด 78” เท่านั้น ซึ่งระดับราคาถือว่าค่อนข้างสูงลิ่วตามขนาดของมัน สรุปได้ว่า Samsung JS9500 เป็น 4K LED TV ระดับไฮเอ็นด์ที่ดีที่สุดในชั่วโมงนี้ ควรคู่กับรางวัล Best 4K LED TV อย่างไร้คู่ต่อกร


คุณนาวี อินทรสังขนาวิน บรรณาธิการบริหาร นิตยสารออดิโอไฟล์ วีดีโอไฟล์
มอบรางวัล Best 4K LED TV Award
ให้กับคุณอัศวิน ชูสถาพรกุล ผู้จัดการอาวุโสธุรกิจภาพและเสียง บริษัท ไทยซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ จำกัด



อ่านรีวิว 48JU6400
http://www.lcdtvthailand.com/review_detail.php?id=932

Best Value 4K LED TV Award : Samsung JU6400
Samsung JU6400 เป็น 4K LED TV รุ่นประหยัดของ Samsung ที่สร้างความเซอร์ไพรซ์ในเรื่องคุณภาพของภาพให้ทีมงานเป็นอย่างมาก ภาพ 2 มิติให้สีสันสวยเป็นธรรมชาติ โมชั่นภาพเคลื่อนไหวอยู่ในเกณฑ์ลื่นไหลไร้การสะดุดโดยแทบไม่ต้องพึ่งการเปิดใช้งานฟังก์ชั่นแทรกเฟรมภาพอย่าง Motion Plus ส่วนการเล่นคอนเทนต์ความละเอียด 4K ก็ทำได้ดี มิติภาพลึกขึ้นเป็นกองหากเทียบกับ Full HD อีกอย่างที่ซูฮกให้คือเรื่องการอัพสเกลคอนเทนต์ความละเอียด Full HD ให้เป็น 4K UHD ภาพที่ได้มีความคมชัด สะอาด เนียนตา โดยรวมเรื่องภาพทำได้ “ดีกว่า” 4K UHD TV รุ่นเริ่มต้นจากค่ายอื่นและรุ่นปีที่แล้วแบบมีนัยยะสำคัญ ส่วนด้านอื่นก็ถือว่าครบเครื่องทั้ง Smart TV แบบ Tizen OS ซึ่งมาพร้อมกับแอพพลิเคชั่นทั้งไทยและเทศมากมาย พร้อมลูกเล่นการเชื่อมต่อ Smart Phone เข้ากับ Smart TV และส่งคอนเทนต์จากมือถือไปเล่นบนจอทีวีได้ จำนวนช่องต่อ HDMI ถึง 4 ช่อง ก็ใจป้ำให้แบบไม่มีกั๊ก โดยรวมถือเป็น 4K LED TV รุ่นเริ่มต้นที่ให้ความคุ้มค่าสูงสุดในปีนี้ จึงขอมอบรางวัล Best Value 4K LED TV ให้กับ Samsung JU6400 UHD TV ไปครอง


คุณนาวี อินทรสังขนาวิน บรรณาธิการบริหาร นิตยสารออดิโอไฟล์ วีดีโอไฟล์
มอบรางวัล Best Value 4K LED TV Award
ให้กับคุณอัศวิน ชูสถาพรกุล ผู้จัดการอาวุโสธุรกิจภาพและเสียง บริษัท ไทยซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ จำกัด
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มกราคม 25, 2016, 10:53:51 am โดย Dear_sir »
บันทึกการเข้า
  • Dear_sir
  • Executive Editor
  • LCD TV member
  • *
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • กระทู้: 105
  • ดูรายละเอียด เว็บไซต์

 หื่น


อ่านรีวิว Sony 50W800C
http://www.lcdtvthailand.com/review_detail.php?id=1026
ดูวิดีโอรีวิว Sony 50W800C
https://www.youtube.com/watch?v=XBiHjJVFB0E

Best Full HD LED TV Award : Sony W800C
Sony W800C คือ Full HD LED TV ที่กล้ารวบรวมทุกคุณสมบัติและลูกเล่นที่มักจะใส่มาเฉพาะทีวีรุ่นท็อป คุณภาพของภาพจัดว่าอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน ถือว่าสูสีกับ Full HD ตัวท็อปของค่ายอื่น มีโหมดภาพสำเร็จรูปให้เลือกใช้งานแม็ตช์ชิ่งกับประเภทคอนเทนต์ที่รับชมอย่างหลากหลาย แต่ทีเด็ดที่โดดเด่นเหนือกว่าค่ายอื่นเลยคือ ฟีเจอร์ลูกเล่นที่จัดเต็มให้ไม่แพ้ทีวีตัวท็อปราคาสูงลิ่ว ทั้งเรื่องของระบบ Smart TV แบบ Android 5.0 ที่มาพลิกโฉมทั้งคุณภาพและปริมาณของแอพพลิเคชั่นให้แซงหน้า Smart TV ค่ายอื่นภายในพริบตา แถมยังเชื่อมต่อ GamePad และคอนโทรลเลอร์ของ PS4 แบบไร้สายเพื่อใช้เล่นเกมส์ได้อีกด้วย ลูกเล่นภาพ 3 มิติแบบ Active ก็มิได้ตัดทิ้ง สังเกตได้ว่าทีวีที่มีความละเอียด Full HD แทบไม่มีฟังก์ชั่นภาพ 3 มิติหลงเหลือแล้ว  ส่วนตัวเครื่องมีดีไซน์แบบ Minimalist ขอบบางเฉียบได้ใจผสมผสานกับขาตั้งที่สวยเพรียวเข้ากันดี Sony W800C เป็น Full HD TV ที่ใจดีไม่มีกั๊ก มีอะไรก็ให้หมดด้วยคุณสมบัติทั้งหมดดังกล่าวจึงทำให้ Sony W800C เป็น Full HD LED TV ดีที่สุดในปีนี้และคว้ารางวัล Best Full HD LED TV Award ในปีนี้ไปครอง




อ่านรีวิว LG 55LF630T
http://www.lcdtvthailand.com/review_detail.php?id=846

Best Midrange Full HD LED TV Award : LG LF630T
LG รุ่น LF630T เป็น Full HD LED TV ตัวท็อปสุดของ LG ในไลน์อัพ Full HD TV ปีนี้ LF630T ใช้จอ IPS ทำให้สีสันมีความอิ่มเข้มและมีมุมมองการับชมที่กว้างกว่าจอประเภทอื่น คุณภาพของภาพ 2 มิติทั้งก่อนและหลังปรับภาพอยู่ในเกณฑ์ดีปานกลาง มีโหมดภาพสำเร็จรูปหลากแบบให้เลือกใช้มากมายจึงเหมาะมากสำหรับมือใหม่ ยิ่งไปกว่านั้นยังมีโหมดภาพ Expert (ISFccc) ที่รองรับการปรับภาพขั้นสูงสำหรับมือโปรอีกด้วย ส่วนที่ชื่นชอบเป็นพิเศษคือ ระบบปฏิบัติการ webOS 2.0 ที่อัพเกรดมาจากเวอร์ชั่น 1.0 เมื่อปีที่แล้ว ปรับปรุงเรื่องความเร็วในการบู๊ทเครื่อง การตอบสนองที่ฉับไวขึ้นและการปรับอินเตอร์เฟซบางจุดเพื่อให้ใช้งานได้สะดวกขึ้น แอพพลิเคชั่นจำพวกวีดีโอคอนเทนต์ก็ทยอยเข้ามาเติมอย่างไม่ขาดสาย ลูกเล่นการเชื่อมต่อกับโทรศัพท์มือถือก็ครบครัน สรุปได้ว่าเป็นทีวีความละเอียด Full HD ระดับกลางที่ให้ความคุ้มค่าสูงมาก รองรับการใช้งานหลากรูปแบบ จึงขอมอบรางวัล Best Midrange Full HD TV ประจำปี 2015-2016 ไปครอง




อ่านรีวิว Toshiba 50L2550VT
http://www.lcdtvthailand.com/review_detail.php?id=1069
ดูวิดีโอรีวิว Toshiba 50L2550VT
https://www.youtube.com/watch?v=nLFM-VeT-bs

Best Value Full HD LED TV Award : Toshiba L2550VT
L2550VT เป็น Full HD TV รุ่นเริ่มต้นของ Toshiba ทีมงานให้คำจำกัดความว่า “ถูกและดี” กล่าวคือเป็นดิจิตอลทีวีแบบปกติ ไม่มีฟังก์ชั่น Smart TV เล่นอินเตอร์เน็ตแต่อย่างใด ทว่าได้พกฟีเจอร์เด็ดที่ “ได้ใช้จริง” ในชีวิตประจำวันมาไว้อย่างมากมาย ไม่ว่าจะเป็นโหมด Intelligent Scene Optimizer หรือโหมดภาพและเสียงสำเร็จรูปที่เราสามารถเลือกใช้ให้แมตช์กับประเภทคอนเทนต์ที่รับชมอยู่ อาทิ โหมดภาพยนตร์ โหมดฟุตบอล โหมดเกมส์ และโหมด PC ไว้ต่อคอมพิวเตอร์ เป็นต้น รวมถึงฟีเจอร์ PVR หรือ Personal Video Recording สามารถบันทึกรายการช่องดิจิตอลทีวีได้ ไม่ว่าจะเป็นการกดบันทึกสดๆทันทีหรือตั้งเวลาบันทึกล่วงหน้า เพียงแค่เสียบ USB Flash Drive หรือ External Harddisk เข้าช่องต่อ USB ด้านข้างเครื่องเพื่อใช้เป็นหน่วยความจำเท่านั้น เชื่อว่าอรรถประโยชน์ข้างต้นบางท่านใช้งานบ่อยกว่าพวก Smart TV เสียด้วยซ้ำ ดังนี้ทีมงานขอฟันธงให้ว่า Toshiba L2550VT เป็น Full HD LED TV ระดับกลางตางรางที่ให้คุณค่าสูงสุดในช่วงราคานี้ จึงคว้ารางวัล Best Value Full HD TV ไปครอง




Best Budget Full HD LED TV Award : TCL S3800
เมื่อกวาดมองทีวีทุกแบรนด์ในตลาด แล้วเทียบความคุ้มค่าในด้านต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องภาพ ขนาดหน้าจอ ฟีเจอร์การทำงานต่างๆ ต่อ "งบประมาณที่จำกัด" ซีรีส์ที่มาวินที่สุดคงไม่พ้น S3800 จากแบรนด์ TCL หลักฐานชี้ชัดสำคัญเมื่อซีรีส์นี้ได้รางวัล Best Budget Full HD TV ก็คงต้องพิจารณาในเรื่องของ "ราคาเป็นหลัก" ในรุ่นที่ทีมงานจับมารีวิวเป็นรุ่นขนาด 55 นิ้ว ที่มีราคากลางซึ่งเป็นราคาเปิดตัวที่ 21,900 บาท ซึ่งมองไปแล้วในตลาดราคาเท่านี้คงยากที่จะได้ขนาด 55 นิ้วอย่างแน่นอน นอกจากขนาดหน้าจอแล้วรุ่นนี้ยังมีฟีเจอร์เรื่องของ "Smart TV" พ่วงเข้ามาด้วย แม้จะใช้งานได้อย่างจำกัดทว่าแอพพลิเคชั่นต่างๆ ที่ให้มาจัดได้ว่าใช้งานได้อย่างครอบคลุม ทั้ง Web Browser, YouTube, TV Online, Facebook นอกจากนี้แล้วตัวเครื่องบิลท์อินดิจิตอลทีวีจูนเนอร์ในตัวทำให้ผู้ใช้สามารถดูดิจิตอลทีวีได้เลยโดยไม่ต้องพึ่งกล่อง DVB-T2 Set Top Box ส่วนเรื่องของสไตล์ภาพคงต้องเรียนตามตรงว่าอยู่ในเกณฑ์ธรรมดาตามซีรีส์รุ่นประหยัดทั่วไป สีไม่ได้จี๊ดจ๊าดดึงดูด รายละเอียดในที่มืดขาดเล็กน้อย แต่ภาพเคลื่อนไหวอยู่ในระดับใช้ได้ โดยรวมแล้วไม่ขี้เหร่ สรุปแล้วทีมงานให้คำจำกัดความว่า TCL S3800  "งบน้อยสุด...แต่ได้เยอะสุด" จึงขอมอบางวัล Best Budget Full HD TV ให้ไปครอง




อ่านรีวิว Sharp 50UE630X
http://www.lcdtvthailand.com/review_detail.php?id=1118
ดูวิดีโอรีวิว Sharp 50UE630X
https://www.youtube.com/watch?v=1mW0rwr6ryQ


อ่านรีวิว Sony 65X9300C
http://www.lcdtvthailand.com/review_detail.php?id=1075

Best Smart TV Award : Sony & Sharp Android TV
Android TV ในปี 2015 เป็นเวอร์ชั่น 5.0 (หรือ 5.x ขึ้นไป) ถูกยกให้เป็น “Game Changer” หรือตัวพลิกเกมในวงการ Smart TV อย่างแท้จริง เพราะแอพพลิเคชั่นเป็นแอพส์สำหรับ “เล่นบนทีวีโดยเฉพาะ” ทำให้การแสดงผลภาพของแอพส์เหล่านี้เต็มจอสวยงาม ขจัดปัญหาเรื่องแอพส์ขยะที่มักเกิดขึ้นจากการแปลงระบบ Android บนมือถือมาลงบนทีวีเฉกเช่น Android TV และ Android Box ในปีก่อนๆไปเสียจนหมดสิ้น แอพส์เกมส์ก็เปี่ยมไปด้วยคุณภาพและกราฟฟิกที่สวยงามอย่างพวกเกมส์แข่งรถ Asphault 8 , Walking Dead หรือแม้กระทั่งเกมที่สามารถเล่นพร้อมกันได้หลายคนอย่างเกม Bomb Squad ยิ่งไปกว่านั้นเราสามารถใช้ GamePad ของ PS4, XboX หรือ ASUS ในกาเล่นเกมส์เหล่านั้นได้อีกด้วย โดยเชื่อมต่อได้สูงสุดจำนวน 4 อันผ่านการซิงค์ไร้สายด้วย Bluetooth ต่างจาก Smart TV ค่ายอื่นที่เกมส์นั้นเป็นเพียงแอพส์ไม้ประดับเท่านั้น นอกจากนี้คำว่า Android TV ยังรวมถึงบริการ Online Content ของ Google โดยตรงเอง ไม่ว่าจะเป็นวีดีโอคอนเทนต์เช่า-ซื้อหนังออนไลน์หรือพวกเพลงจาก Google Music ช่วยสร้างความครบครันทุกมิติคอนเทนต์ ที่สำคัญการ Android TV ของทั้งคู่สามารถเล่น YouTube ความละเอียดแบบ 4K แท้ได้เป็นเจ้าแรกในวงการด้วย ส่งผลให้ Sony ไม่ว่าจะเป็นรุ่น W800C, X8500C, S8500C, X9000C, X9300C  และ  Sharp รุ่น UE630X  ที่ร่วมจับมือกับ Google ในปีนี้ได้รับผลพลอยได้ไปเต็มๆทั้งเรื่อง“คุณภาพและปริมาณ” ของแอพส์ที่มาแรงแซงโค้ง Smart TV ทุกเจ้าในทันที ขอบอกว่าปริมาณแอพส์จะยิ่งมีเยอะขึ้นไปอีกเพราะ Android OS มันเป็น “ระบบเปิด” ต้อนรับนักพัฒนาแอพส์ใหม่เสมอ หากแอพส์คุณภาพดีจริง ก็จะถูกคัดสรรมาลง Android TV เช่นนี้ ส่วนการใช้งานจริงอาจจะมีหน่วงเป็นบางจังหวะตามประสาของระบบใหม่แกะกล่อง สรุปได้ว่า Android TV ในปีนี้ถือเป็นก้าวแรกที่สำคัญในการพลิกโฉมวงการ Smart TV สอดรับกับคำกล่าวของ Tim Cook - CEO ของ Apple ที่ว่า “The Future of TV is Content"




อ่านรีวิว Sony 65X9000C
http://www.lcdtvthailand.com/review_detail.php?id=1136
ดูวิดีโอรีวิว Sony X9000C
https://www.youtube.com/watch?v=NBwYdZgVrAM

Best Design : Sony X9000C
Sony ยังคงชั้นเชิงผู้นำด้านการสร้างสรรค์นวัตกรรมไว้ได้อย่างสมศักดิ์ศรีด้วยการนำเสนอ 4K LED TV ที่บางที่สุดในโลก! ไม่น่าเชื่อว่า LED TV จะมาถึงจุดที่ความบางเกือบจะเท่าเหรียญสิบ เทียบชั้น OLED TV ที่เคยทำจอภาพได้บางที่สุดเลยทีเดียว ห่างกันก็เพียงหายใจรดต้นคอ แค่ 4 มม. เท่านั้น หากอ้างอิงช่วงเวลาปัจจุบัน X9000C อาจจะบางกว่า OLED TV รุ่นใหม่หลายๆรุ่นเสียอีก อย่างไรก็ดีปัจจัยการออกแบบที่เอื้อต่อการใช้งานของ X9000C ไม่ได้มีแค่ความบาง นับเป็นทีวีเพียงรุ่นเดียวที่แถมขาแขวนผนังมาพร้อมสรรพ ขาที่แถมมาก็ไม่ธรรมดาเพราะออกแบบมาโดยเฉพาะ เมื่อแขวนแล้วทีวีแทบจะแนบชิดกับผนังดูแล้วสวยงามกลมกลืน ขณะเดียวกันเมื่อรับชมภาพบนจอจะเหมือนลอยออกมาให้ความรู้สึกตื่นตา แต่ที่เด็ดคือโครงสร้างขาแขวนนี้ออกแบบให้สามารถแหงนทีวีขึ้นเพื่อเสียบต่อสายสัญญาณได้สะดวก ไม่ต้องมุดหัวหรือสอดมือเข้าไปในซอกหลืบด้านหลังซึ่งทำได้ไม่ถนัด เสียบถูกช่องบ้างไม่ถูกช่องบ้าง นอกจากนี้ในส่วนของขาตั้งสำหรับวางทีวีบนชั้นยังปรับตำแหน่งติดตั้งได้ จะติดไว้ที่ขอบจอซึ่งดูสวยดี หรือจะเขยิบเข้ามาตรงกลางเพื่อประหยัดพื้นที่ก็ได้ (สำหรับวางบนชั้นทีวีที่มีขนาดความกว้างไม่มาก) ทั้งหมดที่กล่าวมาเป็นความโดดเด่นด้านดีไซน์ของ X9000C ที่หามีผู้เปรียบเทียบได้ไม่ในปีนี้

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ธันวาคม 16, 2015, 02:14:26 pm โดย Dear_sir »
บันทึกการเข้า
  • Dear_sir
  • Executive Editor
  • LCD TV member
  • *
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • กระทู้: 105
  • ดูรายละเอียด เว็บไซต์

 กระโดด




อ่านรีวิว Acer H7550ST
http://www.lcdtvthailand.com/review_detail.php?id=836
งานบรรยาย Acer H7550ST
http://www.lcdtvthailand.com/topic_detail.php?id=1020
ดูวิดีโองานบรรยาย Acer H7550ST
https://www.youtube.com/watch?v=mfs4ba2yW3s

Best Projector Award : Acer H7550ST
Acer H7550ST เป็นโปรเจ็กเตอร์แบบ Short Throw ที่มีความละเอียดภาพ Native อยู่ที่ 1920x1080 สามารถฉายภาพได้ใกล้สุดเพียง 1.5 เมตร : ภาพขนาด 100 นิ้ว ซึ่งถ้าเทียบขนาดภาพกับทีวีด้วยกันแล้วถือว่าประหยัดงบกว่ากันเยอะมาก แถมยังได้แนวภาพสไตล์โรงภาพยนตร์ที่ทีวีไม่ว่าจะทำอย่างไรก็ให้ไม่ได้ สามารถสู้แสงสว่างจากภายนอกได้พอสมควรเนื่องจากหลอดภาพมีความสว่างสูง 3,000 Lumens อุณหภูมิสีภาพก็อยู่ในเกณฑ์ดี รายละเอียดภาพในที่มืดไม่ถูกบดบัง แถมยังสามาถรับสัญญาณภาพผ่านสัญญาณไร้สายได้ (ใช้อุปกรณ์เสริม) ช่วยสร้างความสะดวกสบายไม่ต้องเดินสาย HDMI คุณภาพของภาพโดยรวมดีขึ้นจากรุ่น H7532BD ปีที่แล้วแบบก้าวกระโดด นอกจากภาพสองมิติแล้วรุ่นนี้ยังรองรับการแสดงภาพ 3 มิติอยู่ด้วย โดยใช้เทคโนโลยีการแสดงภาพแบบ Active 3D โดยคุณภาพภาพ 3 มิติอยู่ในเกณฑ์ดีเยี่ยม สามารถเชื่อมต่อแว่น 3D Active ดูพร้อมกันได้หลายสิบอัน นอกจากนี้ภายในตัวเครื่องยังติดตั้งลำโพงขนาด 10W ระบบเสียง DTS Surround มาให้ด้วย จากที่ลองฟังในสถานการณ์จริงที่เป็นห้องปิด ถือว่าให้เสียงคุณภาพดีใช้ได้น่าฟังเลยทีเดียว และยังไม่หมดเพียงเท่านี้ Acer H7550ST ยังมีฟีเจอร์เรื่องอินเทอร์เน็ตใส่มาให้ด้วยถึงแม้จะใช้งานได้ไม่เต็มที่นักแต่ก็ดีกว่าไม่มี สรุปว่า Acer H7550ST จัดเป็นโปรเจ็กเตอร์ที่เจนจัดเรื่องภาพ ครอบคลุมการใช้งาน เหมาะแล้วกับรางวัล Best Projector Award ในปีนี้




อ่านรีวิว Epson EB-1430Wi
http://www.lcdtvthailand.com/review_detail.php?id=832

Best Interactive Projector Award : Epson EB-1430Wi
นับแต่ Apple ปฏิวัติโทรศัพท์มือถือด้วยการทำให้ปุ่มหายไปแล้วใช้วิธีสัมผัสหน้าจอ จากนั้นโลกก็เปลี่ยนแปลงรูปแบบการควบคุมอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ไปเป็นแบบ Touch Control... และบัดนี้ "โปรเจ็คเตอร์" ก็รองรับระบบสัมผัสหน้าจอแล้วด้วย Epson EB-1430Wi (และลูกพี่ลูกน้อง EB-595Wi) แน่นอนเราจะได้ใช้ประโยชน์จากพื้นที่จอฉายใหญ่ยักษ์ถึง 100 นิ้ว ได้อย่างคุ้มค่ายิ่งกว่าแต่ก่อนหลายเท่าเลยทีเดียว จุดเด่นประการแรก คือ คุณสมบัติ Ultra Short Throw สามารถติดตั้งโปรเจ็คเตอร์ห่างจากจอรับภาพเพียงหนึ่งฟุตก็สามารถฉายภาพได้ใหญ่ถึง 100 นิ้ว! ผลพลอยได้จากตำแหน่งติดตั้งที่ใกล้จอรับภาพมากนี้ช่วยให้แสงของโปรเจ็คเตอร์ไม่แยงตาผู้นำเสนอ และลดทอนเงาของผู้นำเสนอที่จะบดบังภาพบนจอด้วย นอกจากนี้ยังมีขายึดพิเศษเป็นอุปกรณ์เสริมเพื่อให้สามารถติดตั้งโปรเจ็คเตอร์ให้ฉายภาพลงบนโต๊ะนอกเหนือจากการฉายบนจอรับภาพทั่วๆ ไป จุดเด่นประการที่สองที่ถือเป็นไฮไลท์ คือ ระบบอินเตอร์แอ็คทีฟอย่างการรองรับการสัมผัสควบคุมและขีดเขียนบนหน้าจอ ทำหน้าที่ดั่งไวท์บอร์ดอัจฉริยะได้ไหลลื่นทีเดียว และยังรองรับสัญญาณจากหลายแหล่ง ทั้งอินพุตสัญญาณภาพทั่วไป (HDMI, VGA, etc.) ไปจนถึง USB Display และระบบเน็ตเวิร์กผ่าน LAN และ Wi-Fi สามารถแชร์ภาพร่วมกับ PC และ Smart Devices พร้อมๆ กันหลายเครื่องได้ง่ายๆ ดังนี้ Epson EB-1430Wi จึงนับเป็นพรีเซนเทชั่นบวกกับมัลติมีเดียโปรเจ็คเตอร์ประจำปี 2015 ที่เข้ามาพลิกโฉมรูปแบบการนำเสนอผ่านจอฉายขนาดใหญ่ได้อย่างมีสีสันมากๆ




อ่านรีวิว Acer K138ST
http://www.lcdtvthailand.com/review_detail.php?id=1179

Best Value Projector Award  : Acer K138ST
Acer K138ST โปรเจ็คเตอร์ไซส์ "พกพา" รุ่นล่าสุดที่อัพเกรดกว่ารุ่นก่อนหน้าในทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นดีไซน์หน้าตาที่ใหม่ทันสมัยขึ้น จะหยิบขึ้นมาพรีเซ้นต์งานเมื่อไรก็ดูดีมีระดับ โหมดภาพสำเร็จรูปจากโรงงานก็ทำผลงานได้ผ่านฉลุย สามารถให้สีสันที่ค่อนข้างใกล้เคียงมาตรฐานอุตสาหกรรมภาพยนตร์แบบที่ไม่จำเป็นต้องตั้งค่าอะไรเพิ่มให้วุ่นวายสำหรับโหมด Movie ที่สำคัญคือ Acer ได้คิดค้นเอาฟีเจอร์ใหม่อย่าง LumiSense+ ที่จะช่วยปรับสีสันความสว่างของภาพโดยอิงจากสภาพแสงภายในห้องโดยอัตโนมัติ ส่วนเรื่องอายุการใช้งานนั้นหายห่วง เพราะแหล่งกำเนิดแสงของเครื่องนี้เป็นหลอด LED ถ้าจะให้เทียบความทนทาน ก็เข้าใกล้ทีวีไปทุกขณะ แต่ต่างกันที่เราจ่ายเงินเพียงสองหมื่นกว่าบาท แต่ได้จอใหญ่ระดับ 100 นิ้วมาดูที่บ้าน แถมยังพกไปไหนมาไหนได้อีกด้วย จัดว่าเป็นโปรเจกเตอร์ที่ให้ความคุ้มค่าสูงสุดในปีนี้




อ่านบทความเจาะลึก Pioneer BDP-LX88 ถึงญี่ปุ่น
http://www.lcdtvthailand.com/topic_detail.php?id=1212

Best Blu-ray Player Award : Pioneer BDP-LX88
BDP-LX88 นั้นไม่ธรรมดา อาจพูดได้ว่าเป็นยูนิเวอร์แซลเพลเยอร์ที่เด่นที่สุดในงบประมาณต่ำกว่าแสน ซึ่งพื้นฐานโครงสร้างระดับนี้ถ้าเป็นเมื่อก่อนต้องจ่ายมากกว่าเท่าตัวถึงจะได้ การแดมป์ตัวถังมั่นคงหนักแน่น กั้นส่วนภายในแยกวงจรดิจิทัล อะนาล็อก ภาคจ่ายไฟพร้อมชีลด์ป้องกันการรบกวนอย่างพิถีพิถัน แน่นอนว่าปลายทางที่จะได้รับ คือ คุณภาพของภาพและเสียงที่เด่นชัดมาก แม้ลูกเล่นปลีกย่อยจะน้อยนิด ไม่สามารถติดตั้งแอพฯ เพิ่มเติม หรือแม้แต่การรับชมคลิป YouTube ยังไม่รองรับปรับความละเอียดสูงได้ ประเด็นนี้จึงดูด้อยกว่า Blu-ray Player หรือ HD Player ทั่วไป แต่มันไม่ใช่สาระสำคัญใดๆ เลยสำหรับเพลเยอร์ระดับนี้ ขอให้มุ่งเป้าไปที่คุณภาพของภาพและเสียงเป็นหลักจะดีกว่า ซึ่ง LX88 ตอบสนองได้ไม่ตกหล่น เหมาะอย่างยิ่งสำหรับท่านที่ต้องการเพลเยอร์ที่ใช้งานได้ทั้งระบบโฮมเธียเตอร์และซิสเต็มฟังเพลง 2 แชนเนล นอกเหนือจากการเล่นแผ่น Blu-ray, DVD, SACD, CD ได้ยอดเยี่ยมแล้ว การเล่นไฟล์ Hi-res (รองรับ 24-bit/192kHz FLAC/WAV และ DSD64 .dsf/dff) ก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่เพิ่มความคุ้มได้มาก ดึงศักยภาพจาก ESS SABRE Reference Audio DAC ออกมาใช้ได้เต็มศักยภาพมากยิ่งขึ้น แต่ถ้าใส่ฟังก์ชั่น USB DAC มาด้วยจะเพอร์เฟ็กต์ จุดติติงเล็กน้อย คือ การตอบสนองที่ไม่ถึงกับรวดเร็วมากนักเมื่อเปรียบเทียบกับบลูเรย์เพลเยอร์ทั่วๆไป และบางครั้งอาจมีค้างบางจังหวะ แต่ถ้าใจเย็นสั่งการอย่างค่อยค่อยไปก็ไม่มีปัญหาใดๆ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มกราคม 26, 2017, 11:32:19 am โดย Dear_sir »
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]
กระโดดไป: