หน้า: [1]

65 นิ้ว ระหว่าง Sony 65X9300D (2016) VS OLED 65EG960T ตัวไหนได้ภาพสวยกว่ากันครับ

  • monkey001
  • New member
  • *
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • กระทู้: 1
  • ดูรายละเอียด อีเมล์

65 นิ้ว ระหว่าง Sony 65X9300D (2016) VS OLED 65EG960T ตัวไหนได้ภาพสวยกว่ากันครับ
บันทึกการเข้า

ถ้าใช้งานในห้องที่มืดสนิท OLED ภาพกินขาด LED แทบจะทุกประตูเลยครับ

โดยเฉพาะความลึกของมิติ ยิ่งพวกฉากดวงดาวที่เป็นอวกาศ oled จะให้ภาพที่แสดงความลึกติ้นของมิติ

ระหว่างฉากหลังที่เป็นอวกาศอันมืดสนิท ตัดกับ วัตถุ ซึ่งก็คือดวงดาวอันเจิดจรัส ได้อย่างสมบูรณ์แบบ

LED เหมาะกับการใช้งานในสภาวะทั่วไปที่ไม่ได้คุมแสงไฟในห้องให้มืดสนิท

ต่อให้เป็น LED รุ่นทอป การใช้งานในห้องที่มืดสนิท พวกฉากมืดๆก็จะแสดงผลได้ไม่ดีนักครับ

เพราะ LED ไม่สามารถทำระดับสีดำให้ดำสนิทได้แบบ oled

แต่ X9300D จะได้เปรียบในเรื่องความสว่างสูงสุดของหน้าจอที่สว่างกว่า

มีขอบเขตสีที่กว้างกว่า 95% DCI P3 (EG960T ทำได้ 85%)

รองรับไฟล์ 4K HDR ผ่านทาง HDMI ได้ และสามารถทำความสว่างได้สูงสุดถึง 1000nit

ส่วน EG960T รองรับ 4K HDR ได้เฉพาะทาง USB เท่านั้น และทำความสว่างสูงสุดประมาณ 300nit

ถ้าเป็นไปได้อยากให้รอ oled รุ่น C6 ออกมาก่อนครับ อีกไม่กี่อาทิตย์ก็น่าจะเริ่มวางจำหน่ายแล้ว

C6 รุ่นนี้เป็นรุ่นต่อยอดจาก EG960T ซึ่ง C6 ดีไซน์จะเหมือน EG960T ตัวเดิม

แต่ประสิทธิภาพทุกด้านจะดีกว่าเดิม จะสามารถรองรับ HDR ผ่านทาง HDMI ได้แล้ว

แถมยังเป็น HDR ระบบ dolby vision เจ้าแรกด้วยครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤษภาคม 15, 2016, 03:41:29 pm โดย อีสาวอันตราย »
บันทึกการเข้า


ู^
^
^
ถ้าคุมแสงไฟในห้องให้มืดสนิทได้ ภาพ oled จะเหนือกว่า led
ยิ่งฉากมืดๆ ที่ต้องการความลึกของมิติoled ภาพจะยิ่งดี
ส่วน led จะแสดงให้เห็นจุดอ่อน ตามในรูปนี้เลยครับ


^
^
ตัวซ้าย คือ edge led with local dimming
ตัวกลาง คือ oled LG EG960T
ตัวขวา คือ edge led no local dimming

จะเห็นว่าความสงัดของวัตถุ led ในกรณีที่ปิดไฟห้องมืดสนิทจะทำได้ไม่ดีนัก


^
^
ตัวซ้าย คือ full led with local dimming
ตัวกลาง คือ edge led no local dimming
ตัวขวา คือ oled panasonic CZ950(ใช้panel เดียวกับ oled LG EG960T)

แม้แต่ full led ในรุ่นท๊อปอย่าง sony X9400C ,samsung JS9500 ก็ทำได้เต็มที่แต่ dimming เป็นโซนๆบล๊อคๆตามภาพครับ
ไม่สามารถเก็บรายละเอียดได้หมด เพราะไม่สามารถ dimming ได้ทุก pixel เหมือนกับ oled

ซึ่งระดับสีดำจำนั้นเป็นอย่างยิ่งสำหรับการดูหนังในห้องที่คุมแสงได้ เพราะทำให้มิติภาพดีขึ้นมายครับ


^
^
ภาพนี้เป็นการทดสอบ local dimming และ black level ของ X9300D
จากทางเวป www.digitalfernsehen.de
จะเห็นว่าระดับสีดำอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน edge led ทั่วไปครับ


^
^
ภาพนี้เป็นการทดสอบ screen uniformity ของ X9300D จากทาง Pixel Perfect TV
จะเห็นว่าถ้าไม่มีภาพบนจอก็จะเห็นอาการจอด่าง และแสงรั่วอย่างชัดเจน ซึ่งเป็นจุดด้อยของ led
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤษภาคม 15, 2016, 11:51:38 pm โดย อีสาวอันตราย »
บันทึกการเข้า
  • filmman
  • Edge LED TV member
  • ***
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • กระทู้: 658
  • ดูรายละเอียด อีเมล์

ถ้าจะซื้อด่วนผมเชียร์ Sony X9300D แต่ถ้าไม่รีบและอยากเปรียบเทียบชัดๆ
ระหว่าง LED HDR กับ OLED HDR รอ Oled รุ่นใหม่ของ LG พวก C6 B6 E6 G6 ก็ดีครับ
บันทึกการเข้า

X9300D ที่เชียงใหม่ของเข้าแล้วครับ

จะบอกว่าภาพที่ได้ไม่สมกับเป็นตัวท๊อปเลยครับ

ที่ร้านวางโชว์ไว้ติดกับ X9000C รุ่นรองปี 2015 (ใช้จอ IPS)

ผมเดินผ่านตอนแรกยังไม่ทันได้ดูชื่อรุ่น ผมก็นึกว่าเป็นรุ่น X8500D เพระาภาพนั้นสูสีกับ X9000C มาก

แต่พอดูชื่อรุ่นแล้วตกใจครับ เฮ้ย!!! มันคือ X9300D รุ่นทอป 2016

อย่างแรกที่เห็นคือ หน้าจอดูเหมือนจะเป็นแค่จอนิ่มVA ที่เคลือบfilter

แล้วมีแผ่นกระจกบางๆปิดทับอีกชั้น ไม่ได้ใช้ gorilla glass เหมือนรุ่นทอปปีที่ผ่านๆมาแล้ว

เมื่อเทียบกับรุ่นทอปปีก่อนๆจะเห็นว่า การลดแสงสะท้อนหน้าจอด้อยลงกว่าเดิม

เนื้อภาพดูไม่อิ่มเอิบ เม็ดสีดูเปื่อยๆหลวมๆ อ่อนระโหย ไม่เข้มข้นหนักแน่นเหมือนแต่ก่อนแล้ว

แต่โทนสีภาพโดยรวมจะดูเป็นธรรมชาติมากขึ้น ไม่ติดโทนdigitalแบบปี 2015 

และส่วนที่น่าชื่นชมคือ motion ที่ดูดีขึ้นกว่าปีก่อนๆชัดเจนครับ

ภาพเคลื่อนไหวมีความต่อเนื่องแบบธรรมชาติ ไร้อาการสั่นให้เห็น

ส่วนตัวผมว่าภาพไม่ค่อยโอเคเท่าไหร่เทียบกับงบประมาณที่จ่ายไป 55นิ้ว เกือบแปดหมื่น 65นิ้ว แสนเศษๆ

X9300C รุ่นทอปปี 2015 ยังดูดีกว่ามาก

ทั้งนี้ก็อาจเป็นเพราะ sony ประหยัดต้นทุนลดเกรด panel ลงจากปีก่อน

จึงทำให้ราคาขายเมื่อเทียบกับรุ่นทอปปีก่อนจึงถูกกว่ากันเกินห้าหมื่นทีเดียว

ย้อนกลับมาที่คำถามของเจ้าของกระทู้อีกครั้งที่ว่า X9300D กับ EG960T ตัวไหนภาพสวยกว่ากัน

ผมก็ยังยืนยันคำตอบเดิมแถมติดลบคะแนนให้กับ X9300D ในส่วนของการใช้งานเมื่อเปิดในสภาวะทั่วไปด้วยครับ
บันทึกการเข้า
  • koko00737
  • Edge LED TV member
  • ***
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • กระทู้: 509
  • ดูรายละเอียด อีเมล์

ถ้าเป็นคอเกมส์ ตัด oled ทิ้งเลยครับ

1. input lag ที่สูง
2. Vertical banding ที่เห็นได้ไม่ยากในการเล่นเกมส์ เพราะเราปรับมุมกล้องเอง เวลาที่เลื่อนไปมาก็มีโอกาศเห็นบ่อย
3. bad uniformit เห็นได้บ่อยเหมือนกัน เช่นผมเล่น uncharted 4 มีฉากเเสงน้อยเยอะอยู่เหมือนกัน
4. ir burn ภาพค้างหน้าจอได้ ถ้าเล่นเกมส์หนักๆ เกมส์ที่มีจุดเเสดงภาพจุดเดิมตลอดเวลา เช่นหลอดเลือด เเผนที่
5. เเสงรั่วไม่มีให้เห็นอยู่เเล้วใน led เพราะเกมส์มันเต็มจออยู่เเล้ว
6. ภาพที่ดำสนิท ไม่ได้ทำให้ภาพในเกมส์สวยขึ้นเท่าไร บางครั่งเหมือนภาพจะดำจมซะด้วยซ้ำ เพราะมันดำสนิทไป 55

ลองอ่านพวกรีวิวต่างประเทศดู มีรีวิวเเละบอร์ดคุยกันเรื่อง oled เยอะเหมือนกัน ส่วนใหญ่จะไม่ค่อยเเนะนำสำหรับเล่นเกมส์ ประเด็น ข้อ 2 กับ3 เจอกันเยอะ อาจสร้างความรำคานได้ อ่าๆ
บันทึกการเข้า
  • AutoHD
  • Flat TV member
  • *
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • กระทู้: 52
  • ดูรายละเอียด อีเมล์

x930d ราคาลงมาสัก75000 จะยังน่าซื้อไหมครับ
บันทึกการเข้า

x930d ราคาลงมาสัก75000 จะยังน่าซื้อไหมครับ
ความคุ้มค่าและความชอบแต่ละคนไม่เหมือนกัน ถ้าชอบก็ซื้อเลยครับ หื่น
บันทึกการเข้า

x930d ราคาลงมาสัก75000 จะยังน่าซื้อไหมครับ

อ้างอิงจาก sony shop

ราคาป้าย 82,990

จ่ายสด ลด 12% เหลือ 73,031.2 บาท

ไปตัดสินด้วยตาตัวเองเลยครับ ว่าคุณภาพที่ได้คุ้มกับเงินเจ็ดหมื่นกว่าบาทหรือไม่
บันทึกการเข้า
  • Zack
  • Edge LED TV member
  • ***
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • กระทู้: 226
  • ดูรายละเอียด อีเมล์

x930d ราคาลงมาสัก75000 จะยังน่าซื้อไหมครับ

อ้างอิงจาก sony shop

ราคาป้าย 82,990

จ่ายสด ลด 12% เหลือ 73,031.2 บาท

ไปตัดสินด้วยตาตัวเองเลยครับ ว่าคุณภาพที่ได้คุ้มกับเงินเจ็ดหมื่นกว่าบาทหรือไม่

Sony รอบนี้มันลดราคาได้ถูกกว่ารุ่น 9300C เยอะเลยแฮะ สงสัยต้นทุนผลิตจอถูกกว่าพอสมควร  กินขนม
บันทึกการเข้า

x930d ราคาลงมาสัก75000 จะยังน่าซื้อไหมครับ

อ้างอิงจาก sony shop

ราคาป้าย 82,990

จ่ายสด ลด 12% เหลือ 73,031.2 บาท

ไปตัดสินด้วยตาตัวเองเลยครับ ว่าคุณภาพที่ได้คุ้มกับเงินเจ็ดหมื่นกว่าบาทหรือไม่

Sony รอบนี้มันลดราคาได้ถูกกว่ารุ่น 9300C เยอะเลยแฮะ สงสัยต้นทุนผลิตจอถูกกว่าพอสมควร  กินขนม

ราคาปัจจุบัน อ้างอิงจาก sony shop

65X9300D ราคาป้าย 119,990 จ่ายสดลด 8% เหลือ 110,390 บาท

65X9300C ราคาป้าย 169,990 จ่ายสดลก 20% เหลือ 135,992 บาท

คิดดูละกันว่าทำไม sony ไม่กวาดสต๊อคลดราคารุ่นเก่าลง ให้ถูกกว่ารุ่นใหม่ทั้งๆที่รุ่นใหม่จะมาแทนที่ตัวเดิม

 ไม่พูด ไม่พูด ไม่พูด
บันทึกการเข้า

ถ้าไปเทียบดูรุ่นเก่าปี 2015 กับ รุ่นใหม่ปี 2016
x9300d กับ x9300c
x8500c กับ x8500d
จะรู้เลยครับ ว่า sony ลดต้นทุนหลายๆด้าน (จะเพิ่มมาแค่ HDR กับ ลูกเล่นนิดหน่อย) ราคาถึงทำได้ถูกลง แต่หลายๆอย่างพูดได้เลยว่าสู้รุ่นเก่าปี 2015 ไม่ได้เลย ทั้งเกรดจอ ชนิดของจอ ดีไซน์ ลำโพง และส่วน hardware ก็ต้องย่อส่วนลงทำให้บางขึ้น!ซึ่งไม่แน่ใจว่ามันจะดีขึ้นมั้ย?
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤษภาคม 22, 2016, 11:18:20 am โดย น้า sirota »
บันทึกการเข้า
  • AutoHD
  • Flat TV member
  • *
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • กระทู้: 52
  • ดูรายละเอียด อีเมล์

ช่วยชี้พิกัด ที่เชียงใหม่ทีครับ อยู่ต่างจังหวัด อยู่เชียงราย

หาราคาจริงยากมาก หรือแนะนำร้านที ที่ร่วมรายการได้ยิ่งดี
เห็นโบชัวเมื่อวาน
บันทึกการเข้า

ช่วยชี้พิกัด ที่เชียงใหม่ทีครับ อยู่ต่างจังหวัด อยู่เชียงราย

หาราคาจริงยากมาก หรือแนะนำร้านที ที่ร่วมรายการได้ยิ่งดี
เห็นโบชัวเมื่อวาน

สยามทีวีเขียงใหม่
บันทึกการเข้า
  • Da Vinci
  • Flat TV member
  • *
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • กระทู้: 42
  • ดูรายละเอียด

X9300D ที่เชียงใหม่ของเข้าแล้วครับ

จะบอกว่าภาพที่ได้ไม่สมกับเป็นตัวท๊อปเลยครับ

ที่ร้านวางโชว์ไว้ติดกับ X9000C รุ่นรองปี 2015 (ใช้จอ IPS)

ผมเดินผ่านตอนแรกยังไม่ทันได้ดูชื่อรุ่น ผมก็นึกว่าเป็นรุ่น X8500D เพระาภาพนั้นสูสีกับ X9000C มาก

แต่พอดูชื่อรุ่นแล้วตกใจครับ เฮ้ย!!! มันคือ X9300D รุ่นทอป 2016

อย่างแรกที่เห็นคือ หน้าจอดูเหมือนจะเป็นแค่จอนิ่มVA ที่เคลือบfilter

แล้วมีแผ่นกระจกบางๆปิดทับอีกชั้น ไม่ได้ใช้ gorilla glass เหมือนรุ่นทอปปีที่ผ่านๆมาแล้ว

เมื่อเทียบกับรุ่นทอปปีก่อนๆจะเห็นว่า การลดแสงสะท้อนหน้าจอด้อยลงกว่าเดิม

เนื้อภาพดูไม่อิ่มเอิบ เม็ดสีดูเปื่อยๆหลวมๆ อ่อนระโหย ไม่เข้มข้นหนักแน่นเหมือนแต่ก่อนแล้ว

แต่โทนสีภาพโดยรวมจะดูเป็นธรรมชาติมากขึ้น ไม่ติดโทนdigitalแบบปี 2015 

และส่วนที่น่าชื่นชมคือ motion ที่ดูดีขึ้นกว่าปีก่อนๆชัดเจนครับ

ภาพเคลื่อนไหวมีความต่อเนื่องแบบธรรมชาติ ไร้อาการสั่นให้เห็น

ส่วนตัวผมว่าภาพไม่ค่อยโอเคเท่าไหร่เทียบกับงบประมาณที่จ่ายไป 55นิ้ว เกือบแปดหมื่น 65นิ้ว แสนเศษๆ

X9300C รุ่นทอปปี 2015 ยังดูดีกว่ามาก

ทั้งนี้ก็อาจเป็นเพราะ sony ประหยัดต้นทุนลดเกรด panel ลงจากปีก่อน

จึงทำให้ราคาขายเมื่อเทียบกับรุ่นทอปปีก่อนจึงถูกกว่ากันเกินห้าหมื่นทีเดียว

ย้อนกลับมาที่คำถามของเจ้าของกระทู้อีกครั้งที่ว่า X9300D กับ EG960T ตัวไหนภาพสวยกว่ากัน

ผมก็ยังยืนยันคำตอบเดิมแถมติดลบคะแนนให้กับ X9300D ในส่วนของการใช้งานเมื่อเปิดในสภาวะทั่วไปด้วยครับ
ขอถามเป็นความรู้หน่อยครับ
จอ gorilla glass มีข้อดีข้อเสียยังไงบ้างครับ
แล้วทีวีของปี 2015 2016 มีรุ่นไหนใช้จอนี้บ้าง(เซลบอกตัวนู้นตัวนี้เป็นกอริลล่ากลาสด้วยนะ...ผมมึนน่ะกอริลล่าเต็มห้างเลย) ปาดเหงื่อ
บันทึกการเข้า


ขอถามเป็นความรู้หน่อยครับ
จอ gorilla glass มีข้อดีข้อเสียยังไงบ้างครับ
แล้วทีวีของปี 2015 2016 มีรุ่นไหนใช้จอนี้บ้าง(เซลบอกตัวนู้นตัวนี้เป็นกอริลล่ากลาสด้วยนะ...ผมมึนน่ะกอริลล่าเต็มห้างเลย) ปาดเหงื่อ



จอ gorilla glass ทาง sony มีชื่อเรียกของตัวเองว่า opticontrast panel
เป็นกระจกแผ่นเดียวปิดทับทั้งตัวจอรวมไปจนถึงกรอบจอด้วย

ข้อดี
- ทำให้ภาพดูใส สะอาดขึ้น contrastสูงขึ้น ส่งผลให้สีสันดูอิ่มเอิบและเนียนมากขึ้นด้วย
- ระดับสีดำ ดำสนิทกว่าเดิมสำหรับการใช้งานในห้องที่มีแสงไฟทั่วไป
- ช่วยลดแสงสะท้อนบนหน้าจอทีวี
- ป้องกันตัวpanel ไม่ให้ได้รับความเสียหาย
- ทำให้ตัวทีวีดูสวยงามขึ้น แลดูมีมูลค่าเพิ่มมากขึ้น

ข้อเสีย
- ระดับความสว่างลดลงเล็กน้อย
- รายละเอียดในส่วนเงาของภาพจะแลดูจมกว่าเดิม
- ราคาแพงกว่าจอทั่วไป

sony รุ่นที่ใช้ opticontrast panel
2011 - NX720, HX925
2012 - HX855, HX955
2013 - W954A, X9004A
2014 - X9000B, X9500B
2015 - X9000C, X9300C, X9400C
2016 - *X9300D???

*X9300D เป็นจอกระจกก็จริงแต่ดูแล้วคุณภาพยังไม่ใช่ opticontrast ทั้งความดำ การลดแสงสะท้อนยังทำได้ไม่ค่อยดี

https://www.youtube.com/watch?v=AnOj3YGItBo
^
^
คลิปทดสอบว่า gorilla glass มันเจ๋งจริงหรือ? ดูให้จบคลิปนะครับ

https://www.youtube.com/watch?v=5GTQ93kSwug
^
^
คลิปนี้เอาจอรุ่นปรกติเปิดเทียบกับจอ รุ่นopticontrast ให้ดู
แถมยังมีการเอาจอที่ครึ่งนึงเป็นจอปรกติกับอีกครึ่งเป็น opticontrast
ให้เห็นกันจะๆว่าถ้าจอธรรมดาเอามาใส่ opticontrast ภาพจะต่างแค่ไหน

....................




จอ ultra clear panel ของ samsung ก็จะมีคุณสมบัติลักษณะไปทางเดียวกัน
แต่จะดีกว่าตรงไม่มีปัญหาเรื่องความสว่าง และยังทำให้ภาพคมชัดขึ้นมากมาย
ดีไซน์ของ samsung จะเป็นการเคลือบกระจกที่เฉพาะpanel ไม่ได้เป็นแผ่นกระจกที่ปิดทับไปถึงกรอบจอแบบsony
จอชนิดนี้ปัจจุบันจะอยู่ใน series 7 บางรุ่น และ series 8 9 ทุกรุ่น

2012 - ES7100 ES7500 ES8000
2013 - F7100 F8000 F9000 UN85S9
2014 - H7000 H8000 HU8500 HU9000
2015 - JU7000 JU7500 JS8000 JS9000 JS9500
2016 - KS7500 KS9000

..........................



panasonic ก็เคยทำจอลักษณะเดียวกับ opticontrast panel ที่เป็นกระจกแผ่นเดียวปิดทับถึงกรอบจอ
ทาง panasonic เรียกว่า one sheet of glass คุณสมบัติก็มีลักษณะเดียวกัน
แต่จะมีข้อเสียมากกว่าตรงที่ความสว่างของหน้าจอลดลงมาก และจะเห็นภาพซ้อนเมื่อมองในมุมเยื้องด้านข้างมากกว่า 65 องศา
จอชนิดนี้อยู่ใน NEO plasma รุ่นสูงสุดของ ปี 2011- 2013 นั่นคือ VT30 VT50 VT60

.........................



ส่วน LG ก็เคยทำเช่นกัน เรียกว่า Borderless Design
ตัวอย่างเช่น รุ่น plasma PZ950, LED LM7600 LM8600 LM9600
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มิถุนายน 02, 2016, 12:58:16 am โดย ซ่องเจ๊หวี »
บันทึกการเข้า
  • Da Vinci
  • Flat TV member
  • *
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • กระทู้: 42
  • ดูรายละเอียด


sony รุ่นที่ใช้ opticontrast panel
2011 - NX720, HX925
2012 - HX855, HX955
2013 - W954A, X9004A
2014 - X9000B, X9300B
2015 - X9300C, X9400C
2016 - *X9300D???

*X9300D เป็นจอกระจกก็จริงแต่ดูแล้วคุณภาพยังไม่ใช่ opticontrast ทั้งความดำ การลดแสงสะท้อนยังทำได้ไม่ค่อยดี

https://www.youtube.com/watch?v=AnOj3YGItBo
^
^
คลิปทดสอบว่า gorilla glass มันเจ๋งจริงหรือ? ดูให้จบคลิปนะครับ

https://www.youtube.com/watch?v=5GTQ93kSwug
^
^
คลิปนี้เอาจอรุ่นปรกติเปิดเทียบกับจอ รุ่นopticontrast ให้ดู
แถมยังมีการเอาจอที่ครึ่งนึงเป็นจอปรกติกับอีกครึ่งเป็น opticontrast
ให้เห็นกันจะๆว่าถ้าจอธรรมดาเอามาใส่ opticontrast ภาพจะต่างแค่ไหน


นั่นไง เซลโซนี่บอกผมว่าจอแข็ง x series เป็นกอลริลล่ากลาสหมด ทั้ง X8500D X9000D X9300C,D ฯลฯ แทง
บันทึกการเข้า

นั่นไง เซลโซนี่บอกผมว่าจอแข็ง x series เป็นกอลริลล่ากลาสหมด ทั้ง X8500D X9000D X9300C,D ฯลฯ แทง

เซลเกือบทุกที่ ข้อมูลแม่งมั่วอยู่แล้วครับ ถ้าไม่มั่วก็ไม่ใช่เซล ๕๕๕๕๕

..............



X9000C ตัวบางที่สุดในปี 2015 จริงๆก็เป็นจอ opticontrast เช่นกัน

แต่เป็น opticontrast ที่หน้าจอสะท้อนสุดๆ แถมไร้ซึ่งความดำใดๆ เพราะตัวจอข้างในคือจอ IPS ครับ ๕๕๕๕๕

X8500C S8500C เป็นจอกึ่งมันแบบเปลือย ไม่มีกระจกเคลือบ

X8300C X8500D เป็นจอ IPS ธรรมดา ไม่มีมีเคลือบ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มิถุนายน 01, 2016, 05:05:49 pm โดย ซ่องเจ๊หวี »
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]
กระโดดไป: