ผู้เขียน หัวข้อ: SAMSUNG LED รุ่นไหนที่ดำสนิทสู้ LG OLED ได้บ้างครับ  (อ่าน 8782 ครั้ง)

ออฟไลน์ sanoook

  • Flat TV member
  • *
  • กระทู้: 58
    • ดูรายละเอียด
ทีวีรุ่นปุจจุบัน
SAMSUNG LED รุ่นไหนที่ดำสนิทสู้ LG OLED ได้บ้างครับ
ขอบคุณครับ

ออฟไลน์ น้าSirota..มาแว้ว!

  • Hologram 3D TV member
  • ******
  • กระทู้: 8,429
    • ดูรายละเอียด
Re: SAMSUNG LED รุ่นไหนที่ดำสนิทสู้ LG OLED ได้บ้างครับ
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: พฤษภาคม 14, 2017, 12:15:51 am »
ไม่มีครับ ทีวีที่ใช้เทคโนโลยี OLED เม็ดพิกเซลแต่ละพิกเซลสามารถเปิดปิดแสงไฟได้ด้วยตัวเอง
ทีวีซัมซุงรุ่นใหม่ ที่เรียกว่า " QLED " แท้จริงก็คือทีวี LED backlight ที่ใช้หลอด led ส่องแสงสว่างอยู่ด้านหลังพาแนลเหมือนเดิม แม้จะสามารถเปิดปิดไฟเป็นกลุ่ม(local dimming)ได้ก็ตาม แต่ก็คงสู้การเปิดปิดไฟด้วยเม็ดพิกเซลแต่ละพิกเซลแบบทีวี OLED ไม่ได้
QLED พัฒนาต่อยอดมาจากเทคโนโลยี Quatum dot ?
ข้อดีก็คือให้ช่วงสีที่กว้างขึ้น ภาพสว่างขึ้น และคอนทราสต์ดีขึ้น แต่ยังไงก็สู้ทีวีที่ใช้เทคโนโลยี OLED ในเรื่องความดำไม่ได้เลย!!! (ด้วยหลักการกำเนิดแสงของเทคโลโลยีที่ต่างกันทั้งสองประเภทที่ได้กล่าวมาข้างต้น)  นั่นหมายถึง ทีวี OLED จะให้มิติภาพ และคอนทราสต์ และระดับสีดำที่ดำสนิทลึกถึงขั้นขีดสุด(infinity) ซึ่งทำได้ดีกว่าทีวีประเภท LED เป็นอย่างมาก!!!
เท่าที่ดูทีวี QLED ของซัมซุงรุ่นใหม่ ข้อดีคือ ดีไซน์ที่สวยงาม ความสามารถในการเชื่อมต่อที่สะดวกยิ่งขึ้น ช่วงกว้างของสี dci-p3 ที่ 99-100% กับมุมมองด้านข้างดีแทบจะเทียบเท่าทีวีจอ ips (แต่ผมว่ามุมมองด้านข้างดูแปลกๆ), ทำคอนทราสต์ได้ดีขึ้น และภาพเคลื่อนไหวก็ดีขึ้นเช่นกัน (ปล.เท่าที่เห็นภาพรุ่น Q8 นะครับ) แต่ผมรู้สึกว่าทีวีรุ่นใหม่ราคาแพ๊งแพง?
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤษภาคม 14, 2017, 02:31:41 pm โดย น้าSirota..มาแว้ว! »

ออฟไลน์ PrTv

  • Flat TV member
  • *
  • กระทู้: 61
    • ดูรายละเอียด
Re: SAMSUNG LED รุ่นไหนที่ดำสนิทสู้ LG OLED ได้บ้างครับ
« ตอบกลับ #2 เมื่อ: พฤษภาคม 14, 2017, 10:52:19 am »
สู้ไม่ได้เรื่องความดำอยู่แล้วครับ เพราะมีแสงส่องข้างหลัง กับไม่มี นั่นเอง แต่ข้อได้เปรียบของ Qled คือ HDR เพราะ peak brightness มันสูงกว่า Oled มาก และการไล่เฉดสี Panel QLED ทำได้มากกว่า ทำให้เวลาแสดงผล HDR การไล่เฉดสีและความสว่างความเด้ง ของภาพ Qled จะดีกว่า

สรุป
Qled
- ความดำ
- contrast ratio
- viewing angel
+ การไล่สี
+ peak brightness (HDR)

Oled
- peak brightness
- การไล่สี (จริงๆ OLED ก็ดีมากเหมือนกันเรื่องนี้)
+ ความดำ
+ contrast ratio
+ viewing angel

ถ้าอยู่ในห้องที่ควบคุมแสงได้ Oled ก็ดูจะเป็น compromise ที่ีดีนะ เพราะถึงเวลาดูจริง ก็ต้องลด peak brightness อยู่ดีเพราะมันแสบตา แต่ถ้าห้องสว่างๆนี่ ต่างกันเหมือนกัน



ออฟไลน์ ซ่องเจ๊หวี

  • Hologram 3D TV member
  • ******
  • กระทู้: 5,318
    • ดูรายละเอียด
Re: SAMSUNG LED รุ่นไหนที่ดำสนิทสู้ LG OLED ได้บ้างครับ
« ตอบกลับ #3 เมื่อ: พฤษภาคม 15, 2017, 12:25:56 am »
สู้ไม่ได้เรื่องความดำอยู่แล้วครับ เพราะมีแสงส่องข้างหลัง กับไม่มี นั่นเอง แต่ข้อได้เปรียบของ Qled คือ HDR เพราะ peak brightness มันสูงกว่า Oled มาก และการไล่เฉดสี Panel QLED ทำได้มากกว่า ทำให้เวลาแสดงผล HDR การไล่เฉดสีและความสว่างความเด้ง ของภาพ Qled จะดีกว่า

สรุป
Qled
- ความดำ
- contrast ratio
- viewing angel
+ การไล่สี
+ peak brightness (HDR)

Oled
- peak brightness
- การไล่สี (จริงๆ OLED ก็ดีมากเหมือนกันเรื่องนี้)
+ ความดำ
+ contrast ratio
+ viewing angel

ถ้าอยู่ในห้องที่ควบคุมแสงได้ Oled ก็ดูจะเป็น compromise ที่ีดีนะ เพราะถึงเวลาดูจริง ก็ต้องลด peak brightness อยู่ดีเพราะมันแสบตา แต่ถ้าห้องสว่างๆนี่ ต่างกันเหมือนกัน


หากเทียบที่ความหมายของคำว่า "การไล่สี" จริงๆแล้ว QLED ไม่ได้ไล่สีได้ดีกว่า OLED นะครับ

เรื่องของสี ที่ QLED เหนือกว่า OLED มีอยู่สองประการ คือ

1 Wide Color Gamut ขอบเขตความกว้างของเฉดสี
QLED ทำได้ 99% DCI P3 ,OLED 2017 ทำได้ 97% DCI P3 นั่นคือ QLED เหนือกว่า 2%
มันคือ ความกว้างของเฉดสีที่ทำได้ดีกว่าครับ เช่น OLED สามารถแสดงสีแดงที่กว้างที่สุดได้คือแดงทับทิมในระดับที่สดสุดๆ
ส่วน QLED สามารถแสดงสีแดงทับทิมได้สดกว่า OLED ไปอีกนิดดนึง
ซึ่งนั่นไม่ได้หมายความว่า QLED จะไล่เฉดสีได้ดีกว่า แต่หมายถึงQLEDขอบเขตสีที่กว้างกว่า ครับ
กรณีนี้เทียบได้กับ รถ 2 คัน คันนึง คือ benz ความเร็วสูงสุด 300 กม/ชม อีกคันคือ AUDI ความเร็วสูงสุด 320 กม/ชม
รถยี่ห้อ AUDI ความเร็วสูงสุดมากกว่า แต่ไม่ได้หมายความว่า รถจะแล่นได้เสถียรราบลื่นกว่า

2 Color Volume เป็นระดับความสามารถการแสดงปริมาณสี ในสภาวะที่ความสว่างต่างกัน
โดยปกติ ทีวีทั่วไปนั้นจะมี colour volume ที่ต่ำ เมื่อเร่งความสว่างหน้าจอขึ้นจนถึงระดับหนึ่งขอบเขตการแสดงสีจะแคบลงและจะพบว่าสีเพี้ยน
และในระดับความสว่างสูงสุด ขอบเขตสีก็จะยิ่งแคบลงอีกสีก็เพี้ยนขึ้นอีก
ส่วนทีวีที่มี colour volume สูงมากๆ เช่น OLED QLED เมื่อเร่งความสว่างสูงขึ้นหรือแสดงภาพที่มีความสว่างขึ้นปรากฎ
ขอบเขตสีก็จะแคบลงและแสดงสีเพี้ยนเช่นกัน แต่จะเพี้ยนน้อยกว่าทีวีทั่วไป
ตรงหัวข้อนี้ colour volume ของ QLED ก็แสดงเฉดสีได้กว้าง OLED ไปแค่ 1-2% เช่นเดียวกับหัวข้อด้านบน
QLED จะแสดงสีสว่างๆได้ดี แต่โทนสีมืดๆ ไม่สามารถทำสีให้อิ่มเอิบได้เหมือน OLED
หัวข้อนี้เปรียบได้กับนักร้องสองคน QLED เปรียบได้กับ mariah carey ถนัดการร้องแบบหวีดมีช่วงเสียงที่กว้างและเสียงสูงที่สุดในโลก
ส่วน OLED เปรียบได้กับ whitney houston
ถ้าเทียบเสียงตอนกว้างที่สุด(ตอนหวีด)  mariah carey เสียงจะแผดไปได้ไกลกว่า แต่ในช่วงเสียงต่ำๆและเสียงปกติ whitney houston จะมีเสียงที่เต็มมากกว่า

ซึ่งถ้าจะเทียบ "การไล่สี" ในสภาวะใช้งานปกติ OLED ยังคงไล่สีได้ดีกว่า QLED
เนื่องด้วยเทคโนโลยีการกำเนิดภาพที่ทุก pixel กำเนิดแสงได้ด้วยตัวเองอย่างอิสระ การไล่สีจึงดูราบลื่นไม่สะดุดหรือสีด่าง แบบจอที่ต้องใช้ backlight ส่องครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤษภาคม 15, 2017, 10:27:31 am โดย หลั่งรวดเร็ว »