หน้า: [1]

ดวลเดือด!!! SONY 55X9000F VS PANASONIC 58EX750T

ดวลเดือด!!! SONY 55X9000F VS PANASONIC 58EX750T
« เมื่อ: ธันวาคม 04, 2018, 02:25:04 am »



จากกระทู้ก่อนหน้านี้ผมได้ panasonic 65FX600T มาแล้ว
ผ่านไปอีกแค่ไม่กี่วันผมก็ไปคว้า SONY 55X9000F มาไว้อีกตัว
ต้องบอกก่อนว่าทีวีรุ่นนี้ไม่ได้อยู่ในlistทีวีที่ผมตั้งใจจะซื้อเลยแม้แต่น้อย
แต่ด้วยความประจวบเหมาะที่ทางบ้านต้องการทีวีใหม่เพิ่มอีกเครื่องในเรตราคานี้พอดี
ซึ่งที่บ้านผมเองมี Panasonic 58EX750T อยู่แล้ว ผมจึงถือโอกาสนี้เลือกทีวีที่ประสิทธิภาพดีพอจะฟาดกับรุ่นดังกล่าวได้
ตอนแรกก็เล็งๆ LG 55SK8500 เอาไว้ แต่ด้วยอะไรหลายๆอย่างที่ทำให้สุดท้าย ได้ sony 55X9000F มาแทน
ซึ่งผมเองคิดว่าเป็นการตัดสินใจที่สุดต้อง เพราะจะได้คลายข้อสงสัย เมื่อปีที่แล้วกับคำถามที่มักพบบ่อยว่า
Sony 55X9000E กับ Panasonic 58EX750T ตัวไหนดีกว่ากัน แม้sonyจะไม่ใช่รุ่นเดิมเป๊ะๆ
แต่ก็ได้รุ่นใหม่ที่ได้พัฒนาจากseriesเดิมมาเป็นตัวแทนในการฟาดกับpanasonic

ก่อนหน้านี้เรื่องมันมีอยู่ว่าที่บ้านติดใจกับคุณภาพ ภาพ EX750T มากจนถึงขั้นแย่งกันใช้ ผมจึงต้องหาทีวีใหม่มาเพิ่ม
ถ้าทีวีรุ่นไหนภาพดีกว่าก็จะถูกตั้งไว้ในห้องรับแขกของบ้านซึ่งเป็นห้องที่สมาชิกในบ้านแย่งกันใช้มากที่สุด
แต่ถ้ารุ่นไหนคุณภาพด้อยกว่าก็จะถูกส่งไปอีกห้องที่ไม่ค่อยมีคนใช้งานนักส่วนมากก็จะเป็นผมใช้คนเดียว
X9000F จะสามารถชิงตำแหน่งทีวีขวัญใจประจำบ้านได้หรือไม่ ไปติดตามกันเลยยยยยยย

ข้อมูล
Sony X9000F เป็นLED ปี 2018 ระดับรองของรองทอป พัฒนาต่อยอดมาจากรุ่น X9000E
คือพื้นฐานทุกอย่างใกล้เคียงกันหมด แต่สิ่งที่พัฒนาเพิ่มคือ X9000F ใช้ชิป X1 extreme ที่ดีกว่าชิป X1 ในรุ่น X9000E
ตามข้อมูลระบุว่าเป็นจอ 10 bit(หลายๆยี่ห้อมักจะหมกเม็ดเรื่องbitจอ เท่าที่ทราบจอ 10bit แท้จะอยู่ในรุ่นทอปเท่านั้น
บางทีมันอาจเป็นจอ 8bit + FRC ก็เป็นไปได้)
เป็นจอประเภท VA ชนิดกึ่งด้านกึ่งมัน  จอผลิตโดย บริษัท AUO ใต้หวัน

Panasonic EX750T เป็น LED ปี 2017 ระดับรองของรองทอปเช่นกัน
พัฒนามาจากรุ่น DX750 ของปี 2016 โดยการเอารุ่นทอปของปี 2016 นั่นก็คือรุ่น DX900มาเป็นต้นแบบ
แล้วย่อส่วนลงลดต้นทุนในหลายๆส่วน ให้ได้คุณภาพใกล้เคียงกับ DX900 มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้
ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของชิปที่ใช้ชิปตัวทอป HCX2 ชิปเดียวกันกับ DX900 และชิปตัวเดียวกับ oled ตัวเทพอย่าง EZ1000
แม้จะเป็นชิปเดียวกันแต่ EX750 จะถูกตัดโหมดภาพ THX ,professional ออกไป เพื่อลดต้นทุนค่าลิขสิทธิ์ภาพTHX
ทำให้ขายได้ราคาถูกลง
(จริงโหมดTHXมันยังมีอยู่ในเครื่องนะ แต่ถูกซ่อนเอาไว้เคยมีสมาชิกท่านหนึ่งเครื่องรวนชั่วขณะปรากฏว่าโหมดภาพมาครบเหมือนรุ่นทอปเลย)
ตัวจอเป็นจอ MVA ฉาบด้วยfilterเคลือบเงา หรือที่เรียกกันว่าจอ glossy  ผลิตโดยบริษัท INNOLUX ใต้หวัน
ตามข้อมูลระบุว่าเป็นจอ 10bitแท้ อันนี้ผมเชื่อครับ เพราะตั้งแต่อดีต Panasonic เป็นเพียงยี่ห้อเดียวที่ระบุตามจริงมาตลอด
อย่างปี 2016 ก็ระบุว่ารุ่นเดียวที่เป็น 10 bit คือ ตัวทอป DX900 เท่านั้น
ส่วนรุ่นรองลงมาอย่าง DX800 DX750 เป็นจอ 8bit+FRC ในขณะที่ยี่ห้ออื่นรุ่นรองๆก็จะระบุว่าเป็นจอ 10bit กันหมด
ซึ่งDAKO เคยทดสอบ bit จอ หลายๆยี่ห้อหลายๆรุ่น พบว่ารุ่นรองทอปมักจะเป็น 8bit+FRC ทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นยี่ห้อ Samsung LG sony



X9000Fวัสดุตัวเครื่องกรอบจอทำออกมาได้เรียบร้อยงานเนี๊ยบสมราคา
เพียงแต่ดีไซน์ในส่วนของขาตั้งจะดูแปลกตาไปจาก sony เดิมๆ
คือ ขาตั้งมันดันไปคล้ายกับพวกทีวีจีนแดงซะงั้น ความสวยงามและหรูหราอาจดูไม่ค่อยเท่าไหร่
แถมขาตั้งหากติดตั้งแบบปกติก็เปลืองพื้นที่ในการวางมาก
แนะนำว่าให้ต่อขาตั้งจอแบบหันขาตั้งเข้าหากันเพื่อความสะดวกในการจัดวาง
และยังจะเปลี่ยนแนวดีไซน์ขาตั้งให้ดูลักษณะคล้ายSONYในปี 2012-2013ด้วย


^
ประกอบขาตั้งให้เป็นแบบชิดจะดูเท่กว่าแบบปกติ

EX750T วัสดุต่างๆทำได้ดีเกินราคา กรอบจอขาตั้งอลูมิเนียมสีเงินดูแวววับหรูหราสวยงาม
และมีความแข็งแรงมากๆ น้ำหนักขาตั้งนี่หนักกว่าทีวีเสียอีก
แถมขาตั้งชนิดนี้ยังสามารถหมุนจอซ้ายขวาและขยับความสูงของจอได้ด้วย งานผลิตการออกแบบเทียบเท่าทีวีระดับรุ่นทอปเลยทีเดียว

X9000F รีโมทยังคงเป็นสไตล์sonyเดิมๆ คือ สี่เหลี่ยมทื่อๆ มันทื่อจนจับไม่ถนัดมือเลย
ปุ่มกดที่โผล่ออกมานิดเดียวทำให้หดยากยังไงก็ยากอย่างนั้น เพียงแต่รีโมทรุ่นใหม่ๆจะเพิ่มปุ่มการทำงานด้วยคำสั่งเสียง
และมีปุ่มลัด Netflix ให้ใช้งานได้สะดวกขึ้นเล็กน้อย
EX750T ก็เช่นกัน รีโมทยังคงเป็นสไตล์ Panasonic เดิมๆ แต่อย่างน้อยก็มีความโค้งมน
และปุ่มกดที่โผล่ออกมามากกว่า sony ทำให้กดง่ายกว่ามาก ฝาครอบที่ใส่ถ่านก็ทำออกมาสวยงามเปลี่ยนถ่านได้ง่ายกว่า
ถ้าพูดถึงความสะดวกในการกดและจับรีโมท Panasonic ดีกว่า แต่ถ้าเรื่องฟังชั่นรีโมท sony ดีกว่า

ระบบ smart TV X9000F ใช้ระบบ android TV 7.0 อย่างที่รู้ๆกันว่าลูกเล่นเยอะ แอปเยอะ ใช้งานได้หลากหลายกว่า
ระบบปฏิบัติการอื่นๆ แต่เรื่องของความเร็วก็ช้ากว่าระบบอื่นๆมากเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นการเปิดเครื่องที่ต้องบู๊ทเครื่องก่อนเป็นนาที
เสร็จแล้วก็ต้องรอต่สัญญาณอินเตอร์เน็ตอีกสักสองนาที  ใครที่ต้องการความรวดเร็วในการใช้งานอาจหงุดหงิดได้
ส่วน EX750T ใช้ระบบ my home screen ระบบไม่มีอะไรซับซ้อน ใช้งานง่าย คล่องแคล่วในระดับนึง
แต่แอปไม่มีอะไรโดดเด่น ก็มีพวก youtube Netflix และแอปพื้นฐานทั่วไป

ต่อไปจะพูดถึงหัวใจหลักของทีวีกันนั่นคือเรื่องของ “ภาพ”
มาดูที่บุคลิกแนวภาพกันก่อน X9000F ด้วยความที่เป็นจอกึ่งมันกึ่งด้าน ภาพจะออกแนวนุ่มๆนวลๆ
น้ำหนักสีกลางๆจะไม่เข้มข้นนัก อารมณ์ภาพจะไม่รุกเร้าสักเท่าไหร่
ด้วยความที่อารมณ์ภาพแนวนี้นี่แหละทำให้เราสามารถดูได้เรื่อยๆ ไม่รู้สึกเหนื่อย
แต่มันก็ “เรื่อยๆ” จนภาพบางอย่างมันก็ไม่สามารถดึงอารมณ์ของเราให้เข้าถึงภาพนั้นๆได้
เช่น ดูภาพวิว ภาพธรรมชาติ DEMO ต่างๆ มันก็ยังดูไม่สดชื่นอย่างที่ภาพต้องการจะสื่ออารมณ์ออกมาได้
หรือดูหนังโป๊ ก็ดูแล้วไม่หื่นเพราะมัน “เรื่อยๆ”จริงๆ จนบางทีก็แอบคิดว่า อารมณ์ภาพมันเรียบๆเดินสายกลาง
แบบนี้สงสัยคงเหมาะกับเปิดภาพแนวธรรมะแน่ๆเลย ๕๕๕๕๕๕๕๕
แต่ด้วยความเรียบๆของภาพนี่แหละทำให้เราดูภาพแล้วสามารถทำงานอย่างอื่นควบคู่ไปด้วยกันได้โดยไม่ต้องจดจ่ออยู่ที่ภาพอย่างเดียว

ส่วนแนวภาพของ EX750T ด้วยความที่เป็นจอ glossy ภาพจะออกแนว สด ใส ฉ่ำ กระจ่าง โอ่อ่า เปิดเผยกว่า
สีสันจะอิ่มเอิบ ดูมีมวลสาร มีน้ำหนักภาพที่ดีกว่า ภาพคม หนักแน่น และจะแจ้งกว่า อารมณ์ภาพจะสื่อออกมาในทาง
ดูแล้วให้อารมณ์”สดชื่น”  ดู”ว้าววววว” มากกว่าX9000F
ถ้าเปิดไฟล์ demo ดูภาพธรรมชาติสวยๆงาม จะเข้ากับแนวภาพได้ดีมากเพราะ
สื่ออารมณ์ไปในทางเดียวกัน ดูหนังโป๊ก็ให้อารมณ์หื่นที่ดีมาก ๕๕๕๕๕ แต่ถ้าดูหนังผีหรือดูหนังที่ต้องการความดุดัน
ผมมองว่ามันจะสื่ออารมณ์ผิดไป แทนที่เราจะกดดัน จดจ่อกับเหตุการณ์ในตัวหนัง กลายเป็นว่าเราไปจดจ่ออยู่ที่ “โห ภาพสวยจัง”
ด้วยแนวภาพที่นำอารมณ์เราไปค่อนข้างมาก เราจะทำอะไรพร้อมๆกับดูภาพไปด้วยก็เป็นการยาก
เพราะดูภาพทีเราก็จะโดนอารมณ์ภาพดึงดูดให้เราไปจดจ่อกับแนวภาพสดใส สดชื่น จนหยุดชะงักในสื่งที่เรากำลังทำอยู่ไป


X9000F ให้ภาพที่ contrast ดี แสดงมิติภาพได้ดี มิติภาพมีความสมดุลทั้งแนวลึกและลอย
*แต่....X9000F จะให้มิติและ contrast ที่ดีได้ ต้องทำการเปิด local dimming เป็น ระดับปานกลาง หรือ สูงเท่านั้นนะ
ถ้าปืด local diming ละก็ มิติภาพจะไม่โดดเด่น *


EX750T ให้contrast ที่ดีกว่าเล็กน้อย การแสดงมิติภาพจะโดดเด่นมาก สามารถแยกชั้นของวัตถุกับฉากหลังได้อย่างเด็ดขาด
แม้แต่ตัวหนังสือต่างๆที่ปรากฏบนหน้าจอ ก็จะแยกชั้นมิติจากฉากในภาพได้ชัดเจนมาก
ตัวหนังสือหรือsubtitleต่างๆที่ปรากฎบนจอจะลอยเด่นชัดจนสามารถอ่านได้ง่ายแม้จะเป็นความละเอียดต่ำก็ตาม
มิติแนวลึกของทั้งสองรุ่นทำได้พอๆกัน แต่มิติที่ลอย EX750T จะทำได้ดีกว่า

ต่อไปเป็นเรื่องของสี ผมจะอ้างอิงจากค่าโรงงานโดยไม่ปรับแต่งสีเพิ่มเนื่องจากผมไม่มีเครื่องมือวัดสี
ผมทำได้แค่การปรับภาพพื้นฐานพวกค่า gamma ความสว่าง sharpness ให้ตรงตามมาตรฐานเท่านั้น
X9000F จะให้สีค่าโรงงานที่ดีมากๆ ในโหมด cinema pro,custom ก่อนหน้านี้ผมเคยใช้ รุ่น X9000C มาก่อน
ซึ่งรุ่น X9000C มันให้สีที่ถูกต้องพอสมควรแล้ว แต่ปีนี้ X9000F ทำได้ดีกว่าเดิม  มันดีเป็นธรรมชาติมากๆ  
คือ แค่ปรับแสงเงา ความสว่างให้ได้มาตรฐานแล้วปิดตัวช่วยทุกอย่างที่ทำให้เกิดรายละเอียดภาพไม่พึงประสงค์ทิ้งไป
แค่นี้ก็จะได้สีภาพที่โคตรจะธรรมชาติเลย

EX750T ก็ทำได้ดีเช่นกัน แต่สีค่าโรงงานความถูกต้องยังเป็นรอง X9000F อยู่ก้าวนึง ตรงที่ EX750T จะติดอมเหลืองหน่อยๆ
(ดูด้วยตาไม่ได้ติดอมเหลืองมากแบบในภาพที่แปะนะ)
*หากทำการ calibrate อย่างละเอียด ผลออกมา EX750T จะให้ค่าสีที่แม่นยำกว่า(อ้างอิงจาก avforums)
เพราะ EX750T สามารถปรับสีได้ละเอียดถึงในส่วนของ color management ได้
แต่X9000F รวมถึงsony รุ่นอื่นๆ จะสามารถปรับได้แค่ white balance เท่านั้น
แต่ในการทดสอบของผมจะเป็นการวัดที่ค่าโรงงานในการใช้งานแบบชาวบ้านทั่วไป
ฉะนั้นในการทดสอบของผมนี้ X9000F จึงแสดงสีได้ถูกต้องแม่นยำกว่า




^
^
ค่าโรงงานที่ยังไม่ผ่านการจูนสี  X9000F สีจะถูกต้องกว่า EX750Tที่ติดอมเหลืองนิดๆ
แต่ถ้าดูด้วยตามันใกล้เคียงกันมาก EX750Tไม่ได้ดูเหลืองเยอะแบบในภาพ

ขอบเขตความกว้างของสี ตามที่เวปนอกวัดได้ X9000F = 88% DCI P3 ,EX750T = 94% DCI P3
ในการใช้งานปกติทั่วไปผมแทบไม่เห็นความแตกต่าง จะเห็นความต่างก็ตอนเปิดพวกไฟล์ DEMO ที่เปิดโชว์ตามร้านนี่แหละ
พวกสีแปร๊ดๆ ลึกๆ EX750T จะไปได้สุดกว่านิดนึง(นิดจริงๆ)ซึ่งมันแทบไม่มีผลต่อการใช้จริงเลย

ต่อไปมาดูเรื่องที่สำคัญมากๆอีกเรื่องของทีวีนั่นคือ ระดับสีดำ
อย่างที่ผมบอกไปก่อนหน้านี้ว่า X9000F ยังไงก็ต้องเปิด local diming ในระดับกลางขึ้นไปมันจะทำให้สีดำดูดีกว่าเดิมมาก
แต่ด้วยความที่เป็นจอกึ่งมันต่อให้เปิดlocal diming ในห้องสว่างก็ยังจะมีอาการแสงฟุ้งให้เห็นอยู่
สีดำของ X9000F จะมีลักษณะดำแบบมันๆ
ต่างกับ EX750T ที่เป็นจอ glossy การใช้งานในห้องสว่างปกติ ไม่จำเป็นต้องเปิด local dimming เลย
เพราะจอชนิดนี้มันคุมอาการแสงฟุ้งได้ดีมากๆอยู่แล้ว การใช้งานในห้องสว่างปกติ จะให้สีดำที่ดำลึก
และลักษณะสีดำจะออกแนวดำใส
หากดูหนังที่มีแถบดำบนล่าง EX750T จะให้แถบดำบนล่างที่ดำสงัดกว่าX9000F ที่ยังมีแสงฟุ้งๆบ้าง
ระดับสีดำในห้องสว่างปกติ EX750T จึงทำได้ดีกว่าชัดเจน

ส่วนการใช้งานในห้องมืด แน่นอนว่าทั้งสองเป็นจอ LED    จะให้ดำสนิท 100% แบบ oled ก็คงเป็นไปไม่ได้
มันก็ต้องมีสีเทาเรืองๆบ้าง
ถ้าปิด local dimming ทั้งคู่ ระดับสีดำของ X9000F ดำลึกสู้ EX750T ไม่ได้เลยครับ
X9000F จะดูดีเมื่อเปิด local dimming ระดับปานกลางหรือเต็มที่
ส่วน EX750T จะดูดีสุดเมื่อเปิด local dimming ปานกลาง เพราะถ้าเปิดระดับสูงสุดจะมีอาการวูบวาบมาก และภาพจะดูทึมสลัวๆเกินไป
การทำ local dimming ของทั้งสองรุ่นจะแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง
X9000F วางหลอดไฟแบบเหลังจอ ที่เรียกกันว่า full LED
คนส่วนมากมักเข้าใจว่ามันให้ความดำที่ดีกว่าEX750T ที่วางหลอดไฟแบบตามขอบจอที่เรียกกันว่า edge LED
แต่ผลที่ได้คือ มันจะดีคนละแบบครับ
X9000F จะทำได้ดีในฉากมืดทั่วๆไปที่มีจุดสว่างบ้างมืดบ้าง แม้จะทำได้ไม่หมดจด แต่มันก็ดูดีกว่าการปิด local diming
แต่หากเจอฉากที่พื้นหลังเป็นสีดำ แล้วมีวัตถุลอยเด่นอยู่กลางจอเลยแบบนี้ X9000F จะมีอาการที่เรียกว่า blooming
คือจะมีแสงฟุ้งเรืองๆรอบวัตถุที่ปรากฏ เหมือนเราเอาไฟฉายส่องของในที่มืดสนิทนั่นแหละ ดูแล้วจะแสบตาด้วย
แต่ก็จะสามารถแสดงรายละเอียดภาพในส่วนที่มืดๆได้ดีกว่า EX750T เล็กน้อย
EX750T ฉากทั่วไปบางฉากก็ทำได้ดีแย่กว่าบางฉากก็ทำได้ดีกว่า การทำ local dimming ของรุ่นนี้
ทำสีดำได้เนียนมากแทบไม่มีอาการฟุ้ง แต่ก็มีข้อเสียคือ ภาพจะดูdimลง จนบางฉากก็ดูสลัวๆมากเกินไป
ในฉากที่พื้นหลังเป็นสีดำแล้วมีวัตถุอยู่ ฉากแนวนี้ EX750T จะได้เปรียบกว่าชัดเจน
เพราะไม่มีอาการ bloommimg จึงทำให้ภาพวัตถุดูลอยกว่า
ยิ่งพวก ตัวหนังสือ subtitle หรือ end credit นี่ยิ่งเข้าทางเลย แต่อย่างไรก็ตาม EX750T จะเห็นแสงรั่วตามขอบจอได้ง่ายกว่าเช่นกัน


^
เมื่อ "ปิด" local dimming ในห้องมืด ทั้งสองตัวจะให้สีดำที่ไม่สนิท แต่ EX750T ก็ยังคงให้สีดำที่สงัดกว่า


^
เมื่อ "เปิด" local dimming ฉากประมาณนี้ EX750T ก็ยังทำได้ดีกว่าเช่นกัน เพราะสีดำดำสงัดกว่า และแสงในภาพไม่มีอาการฟุ้ง
X9000F ตรงส่วนที่ไม่มีวัตถุในภาพสีดำจะสงัด แต่ตรงที่มีวัตถุจะมีอาการ blooming คือมีแสงสว่างตามขอบวัตถุ และมีอาการแสงฟุ้ง


^
เปิดไฟล์ที่นิยมใช้เทส local dimming ผลก็ออกมาเหมือนเดิม


^
ฉาก end credit ของหนังก็เช่นกัน ที่จะเข้าทาง local dimming ของEX750T มากกว่า


^
แต่ฉากมืดๆทั่วๆไปบางฉาก X9000F ก็ทำได้ดีกว่า EX750T นะ รายละเอียดภาพที่ที่มืดแสดงออกมาได้ดีกว่าด้วย


^
ไม่ใช่แค่ในห้องมืดเท่านั้น ในห้องสว่างปกติการคุมสีดำของ EX750T ก็ทำได้ดีกว่า


การอัพสเกล ทำได้ดีเยี่ยมทั้งคู่ การดูไฟล์ความละเอียดfull HD ภาพดูเนียนและคม บางไฟล์ดูก็แทบจะไม่รู้เลยว่าไม่ใช่4K
ผมทดสอบอยู่นานดูแล้วไม่สามารถตัดสินได้ว่าตัวไหนอัพสเกลได้ดีกว่ากันเพราะมันใกล้เคียงกันมากๆ
 ภาพเคลื่อนไหวถ้าดูผิวเผินจะไม่ค่อยเห็นความแตกต่าง แต่ถ้าดูภาพเคลื่อนไหวในหลายๆ รูปแบบโดยเฉพาะกีฬา
จะเห็นว่า4kภาพเคลื่อนไหวของX9000F จะมีอาการเงาลากตามวัตถุ(ghost)น้อยมาก และมีอาการสั่นของภาพที่น้อย
ส่วนทาง EX750T จะเห็นghost มากกว่า และมีอาการสั่นของวัตถุมากกว่าด้วย นานๆ
โดยรวมแล้วภาพเคลื่อนไหวของ X9000F จะดีกว่าก้าวนึง

ต่อไปในส่วนของระบบHDR
X9000F จะรองรับทั้ง HDR10 และ dolby vision ส่วน EX750T จะรองรับแค่ HDR10 อย่างเดียว
จากการทดสอบพบว่าความสว่างโชติช่วงของ HDR X9000F ทำได้ดีกว่าชัดเจน
พวกแสงไฟ ดวงอาทิตย์ ดวงไฟต่างๆ  ยิ่งดวงเล็กๆ จะยิ่งทำความสว่างได้ดีกว่า EX750T อยู่หลายระดับ
(peak brightness X9000F = 900NITS, EX750T = 600 NITS)
ส่วน X9000F เมื่อใช้งาน dolby vision ภาพทั่วๆไปก็ไม่ได้ดีกว่า EX750T ที่เปิด HDR10
แต่จะดีกว่าก็ในส่วนของ peak brightness เช่นกัน
*ที่dolby vision แสดงความแตกต่างจาก HDR10 ได้น้อย อาจเป็นเพราะทีวียังคงเป็นแค่ LED
ถ้าเป็น oled คงจะแสดงประสิทธิภาพความแตกต่างได้มากกว่านี้
** X9000F รวมถึง sony android TV 2018 ที่ใช้ชิป X1 extreme การดู youtube
ผ่าน wireless บ้าน จะติดบัค ไม่สามารถแสดงภาพ HDR ได้ ต้องรอ firmware มาแก้ต่อไป


^
EX750T รองรับแค่ HDR10 ในขณะที่ X9000F รองรับทั้ง HDR10 และ dolby vision
ถ้าเปิดฉากสลัวๆแบบนี้ dolby vision ของ X9000F จะได้เปรียบทั้งรายละเอียดและมิติภาพไปก้าวนึง




^
ความสว่างของHDR จากพวกดวงอาทิตย์ แสงไฟ ต่างๆในฉาก แบบนี้ X9000F จะทำได้โชติช่วง เจิดจ้ากว่าชัดเจน

มุมมองการรับชมด้านข้างจอ
ทั้งคู่เป็นจอในประเภท VA จึงมุมมองด้านข้างที่แคบมาก
X9000F มุมมองแคบในระดับปกติ ยังพอขยับได้สัก 30 องศา สีจึงจะเริ่มเพี้ยน
EX750T มุมมองจะแคบกว่านิดหน่อย คือ ต้องนั่งกลางจอเท่านั้นจึงจะได้สีและมิติที่ดีที่สุด
การขยับจากกลางจอเพียงแค่คืบเดียวก็ทำให้ภาพdropลงได้


การกันแสงสะท้อนของหน้าจอ ทั้งสองตัวถือว่ากันสะท้อนได้ดีมากๆ
การกันสะท้อนทำได้ดีคนละแบบ X9000F เท่าที่เจอมาผมว่ามันเป็นจอกึ่งมันที่กันสะท้อนได้ดีที่สุดตัวหนึ่ง
มันจะกันสะท้อนจากวัตถุทั่วไปพวกคน สัตว์สิ่งของได้ดีมากๆ
แต่การกันแสงสะท้อนจากหลอดไฟยังเป็นรอง
คือ ถ้าแสงจากหลอดไฟสะท้อนที่หน้าจอจะมีรัศมีแสงออกเป็นวงที่กว้างกว่าปกติเล็กน้อยและแสงจะดูฟุ้งกว่า
EX750T จะสะท้อนวัตถุทั่วไปแบบกระจก คือเห็นวัตถุเห็นหน้าตัวเองชัดกว่าพวกจอกึ่งมัน
แต่การกันแสงสะท้อนจากหลอดไฟจะทำได้ดีกว่า รัศมีแสงสจากหลอดไฟจะไม่เป็นวงกว้างและมีอาการฟุ้งน้อย

เสียงลำโพง
ปกติผมจะเกลียดเสียงจากลำโพงทีวี sonyมาก เพราะส่วนใหญ่sonyมักทำลำโพงทีวีได้สากๆแห้งๆ ไม่ลื่นหู
แม้แต่รุ่น X9000C ที่ผมว่าเสียงดีรายละเอียดดีแต่พอฟังนานๆกลับน่ารำคานซะงั้น
พอผมได้ฟังเสียงลำโพงของ X9000F ผมกลับชอบมันมาก
 มันเป็นทีวีที่ให้เสียงดีรุ่นนึง สมดุลเสียงทุ้มกลางแหลม total balance ดี
เนื้อเสียงเนียน และมีความเข้มข้นที่พอเหมาะใช้งานทั่วไป ฟังเพลงyoutube เพลินๆเลยครับ
EX750T เสียงจะไม่โดดเด่นนัก  แต่ก็มีความโปร่งพลิ้วในเนื้อเสียงที่เป็นเอกลักษณ์
เสียงอาจจะติดบางนิดหน่อย แต่ก็ถือว่าให้คุณภาพเสียงที่น่าพอใจ

....................


สรุป
ทีวีทั้งสองรุ่นถือว่าเป็น LED ที่ให้ภาพได้ดีมากๆ
การเปรียบเทียบภาพในแต่ละหัวข้อทั้งสองตัวทำได้ดีด้อยต่างกันเพียงเล็กน้อยเท่านั้น
ไม่ได้ต่างกันมาก จึงเป็นการทดสอบที่ทำเอาผมเหนื่อยมากเพราะบางหัวข้อ
ก็ต้องพินิจพิเคราะห์เทียบกันอย่างละเอียดกว่าจะเห็นว่าตัวไหนดีด้อยต่างกันยังไง
.
.
.
.
จะบอกว่า X9000F
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
ให้ภาพที่..........
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
ดีกว่า EX750T
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
ในบางจุด
.
.
.
ไม่ว่าจะเป็น  สีค่าเดิมที่ตั้งมาจากโรงงานที่ทำได้ถูกต้องเป็นธรรมชาติกว่า รายละเอียดภาพในฉากมืดๆดีกว่า
ภาพเคลื่อนไหวดีกว่า ความสว่างสูงสุดสูงกว่า HDRสว่างกว่า
.
.
.
.
.
.
.
.
แต่......
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
ในส่วนที่ X9000F ทำได้ดีกว่านั้นมันก็ไม่ได้ดีกว่าอย่างชัดเจนนักและมันเป็นเพียงส่วนหนึ่งขององค์ประกอบภาพเท่านั้น
ซึ่งหัวใจหลักๆของภาพ ไม่ว่าจะเป็น มิติภาพ มวลภาพ แสงและเงา ฯ EX750T ทำได้ดีกว่าก้าวนึง
มันส่งผลต่อการรับชมภาพในทุกๆรูปแบบ
ที่ทำให้เราสัมผัสได้ไม่ยากว่า “ EX750T ให้คุณภาพของภาพรวมที่ดีกว่า”อยู่หนึ่งก้าว
นอกจากผมแล้วก็ยังมีผู้ร่วมตัดสินอีกสามคน ก็เห็นไปในทางเดียวกันว่า “EX750T ให้ภาพที่ดีกว่า”
โดยผู้ร่วมตัดสินอีกสามคนนั้น ไม่ท้วงติงในหลายๆหัวข้อที่ X9000F ทำได้ดีกว่าเลย
ไม่ว่าจะเป็น ภาพเคลื่อนไหวที่ผู้ร่วมตัดสินแยกไม่ออกว่าต่างกันตรงไหน ๕๕๕๕๕
รวมถึงในเรื่องความถูกต้องของสีที่ X9000F ทำได้ถูกต้องกว่า
แต่ ไม่มีใครท้วงเลยว่า EX750T สีด้อยกว่าเพราะมันติด อมเหลือง
มีแต่จะชมว่าคุณภาพเม็ดสีของ EX750T ดีกว่า เพราะสีดูเต็มมวล เข้มข้น มีน้ำหนัก มีมิติกว่า
รวมถึงการสื่ออารมณ์ภาพที่ทำได้ดีกว่าด้วย

หากจะเปรียบเปรย เมื่อเปิดภาพไฟล์เดียวกัน
EX750T ภาพจะดูเหมือนไฟล์ full rip ที่เต็ม bitrate เนื้อสีเข้มข้น หนักแน่น ดูสมจริงกว่า
X9000F ภาพจะเหมือนดูไฟล์ MKV ที่บีบอัดลดทอนbitrate จากต้นฉบับเล็กน้อย


สิ่งที่ส่งผลให้ภาพของ EX750T ดีกว่า X9000F นั่นก็คือ ตัวจอpanel  นี่แหละครับ
X9000F ยังเป็นแค่จอกึ่งมัน ถือเป็นจอที่ระดับต่ำกว่า จอ glossy ที่เคลือบฟิล์มดำเงาของ EX750T
ถ้าจะให้ระดับเท่าเทียมกับจอ MVA glossy ตัวนี้
ก็ต้องเป็นจอVA ที่มีfilter กระจก opticontrast ของsony ในรุ่น X9300D X9300E
ที่จะให้ภาพคม อิ่ม เนียน ใส สะอาด ขึ้นอีกระดับ
แต่ก็อย่างที่รู้ๆกันครับ ว่า SONY ในราคาเท่าๆกันมักได้อะไรที่น้อยกว่าชาวบ้าน

ถ้าเทียบเฉพาะภาพ แน่นอนว่า EX750T ดีกว่า
แต่ถ้าเทียบรวมทุกอย่างล่ะ
คำตอบ ก็ยังคงเหมือนเดิมครับ EX750T โดยรวมคุ้มกว่า ๕๕๕๕๕๕๕๕๕
เพราะหน้าจอใหญ่กว่า ๓ นิ้วแถมยังเป็นทีวีรุ่นสุดท้ายในโลกที่รองรับ 3D ด้วย ซึ่งเป็นของแถมที่มีคุณค่ายิ่งนัก
ถ้าใช้งานฟังชั่นทั่วไปแค่ดู youtube Netflix EX750T จะทำได้คล่องกว่าเหมาะสมกว่า
แต่ถ้าต้องการลูกเล่นหลายหลาย และใช้งานแอปมากมาย X9000F ก็ตอบโจทย์ได้ดีกว่า
ในส่วนนี้ EX750T ก็เหมาะสมกับการใช้งานของสมาชิกในบ้านมากกว่าด้วย
เพียงแต่ EX750T มันไม่มีขายแล้วไง ตัวโชว์ก็ขายกันหมดสต๊อคแล้ว จะมีก็คงต้องรอสอยมือสองต่อกันเท่านั้น

ประมวลผล
.....................................55X9000F........58EX750T
แสงและเงา..............................B...................A
มวลภาพ.................................C+..................A
มิติภาพ...................................B...................B+
ความแม่นยำของสี(ค่าโรงงาน).....B+..................B
ความสว่าง...............................B+..................B
ระดับสีดำ................................B....................B
รายละเอียดในที่มืด....................B...................C+
Local dimming.........................B...................B
การอัพสเกล.............................A...................A
ภาพเคลื่อนไหว.........................B+..................B
คุณภาพภาพในห้องสว่าง..............A...................A+
คุณภาพภาพในห้องมืด.................B...................B
HDR peak brightness.................B+.................B
มุมมองด้านข้าง.........................D+..................D
เสียงลำโพง...............................B...................C+
หน้าจอกันสะท้อน.......................B+.................B+
วัสดุโครงสร้างดีไซน์...................B....................A
Smart TV................................B....................C
3D.......................................ไม่มี...................A

การทดสอบครั้งนี้ก็ได้จบลงแล้ว
ซึ่งมันก็ได้คลายข้อสงสัยกับคำถามปีที่แล้วด้วยที่ว่า "X9000E กับ EX750T ตัวไหนภาพดีกว่ากัน"
ก็ขนาดรุ่นพัฒนาอย่าง X9000F ยังพ่ายให้ EX750T อยู่ก้าวนึงในเรื่องภาพ
ยิ่งถ้าเป็น X9000E รุ่นที่เป็นชิป X1ปกติ ก็คงจะพ่ายมากกว่านี้ในบางหัวข้ออย่างไม่ต้องสงสัย

X9000F ตัวนี้จะถูกเอาไปไว้ในอักห้องที่มีผมใช้งานคนเดียว
ส่วนชั้นวางทีวีกลางบ้านยังคงใช้ EX750T ต่อไป จนกว่าจะมีทีวีตัวใหม่ที่ถูกใจสมาชิกในบ้านมากกว่า มาแทนที่...

....to be continue....
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ธันวาคม 10, 2018, 01:58:46 am โดย ซ่องเจ๊หวี »
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]
กระโดดไป: