22 Mar 2024
Review

รีวิว Samsung The Frame ปี 2024 นี่แหล่ะคือทีวีสายแต่งบ้าน


  • Dear_Sir

The Frame เป็นทีวีในกลุ่ม Lifestyle TV ของ Samsung ที่ถ้าใครตามข่าวคงรู้ว่ามีมานานหลายปีแล้ว และได้รับความนิยมกันอย่างมากในกลุ่มคนรุ่นใหม่ และชื่นชอบการตกแต่งบ้าน เพราะทุกคนลองคิดดูถ้ามีเพื่อน มีแขกมาบ้านเรา แล้วเห็นทีวีดีไซน์สวย ๆ แบบนี้ ยังไงก็ต้องร้อง “ว้าว” แน่นอน เพราะเป็นอะไรที่แปลกใหม่ ไม่เหมือนใคร ซึ่งจุดเด่นที่สุดของ The Frame ก็คือตรงตามชื่อ เป็นทีวีที่ออกแบบมาให้คล้ายคลึงกับ “กรอบรูป” และยังคงให้ “คุณภาพของภาพ” ที่ดีอยู่ แล้ว The Frame 2024 นี้มีอะไรที่แตกต่างจากรุ่นเดิมบ้าง ในรีวิวนี้จะบอกกันทุกจุดเลย

The Frame 2024 (QA85LS03D) สเปกเบื้องต้น

  • ความละเอียด 4K 3840 x 2160
  • รองรับ HDR10+
  • Refresh Rate 120Hz
  • Matte Display จอผิวด้าน
  • ขนาด 55″ – 85″ HDMI x 2.1 x 1, HDMI 2.0 x 3 | ส่วนขนาด 43″ – 50″ HDMI 2.0 x 4
  • Tizen OS
  • สั่งงานด้วยเสียงได้
  • Art Mode โหมดแสดงรูปภาพแบบแกลลอรี่
  • Wi-Fi 5
  • Bluetooth 5.2

Design

The Frame 2024 รุ่นนี้มาพร้อมกับรหัส QA85LS03D เป็นทีวีขนาดใหญ่ 85” ในแง่ของดีไซน์ภายนอกอย่างเดียว รุ่นปี 2024 ไม่ได้จุดที่แตกต่างจากปีก่อน ๆ มากนัก ขอบจอทรงสี่เหลี่ยม มีพื้นที่ไว้สำหรับติดกรอบแบบคัสตอม ที่ให้ผู้ใช้สามารถเลือกสีได้ด้วยตัวเอง อย่างในรีวิวนี้ได้เลือกกรอบสีขาว ซึ่งเข้ากับการออกแบบบ้าน การประกอบตัวกรอบจอเข้ากับกรอบทีวีก็ง่ายมาก เพราะติดกันง่าย ๆ ด้วยแม่เหล็ก ประกบปุ๊บ เข้าล็อคปั๊บ

กรอบจอที่สามารถปรับเปลี่ยนได้

การประกอบตัวจอ เข้ากับขาตั้ง สำหรับ The Frame นั้นไม่ต้องใช้น็อตเลย จุดนี้ขอชมเชยว่าออกแบบการประกอบได้ดี และจุดในการติดตั้งขาตั้งเราสามารถเลือกได้สองแบบ คือแบบกว้าง หรือจะให้แคบเข้ามาหน่อยก็ได้ ถือว่าเป็นประโยชน์มากเพราะหากผู้ใช้ไม่คิดจะแขวน ก็สามารถหาขาตั้งมาจับคู่กับทีวีได้ง่ายขึ้น เพราะไม่ถูกจำกัดด้วยความกว้างของชั้นวาง เพราะยิ่งทีวีขนาดใหญ่ ยิ่งต้องพึ่งชั้นวางที่กว้างมากเป็นพิเศษ

ส่วนช่องต่อของรุ่นนี้ให้มาแบบครบครัน เพราะถึง The Frame จะอยู่ในกลุ่ม LifeStyle TV แต่ก็ถือว่าเป็น QLED TV จึงถือได้ว่าเป็นทีวีระดับกลาง แถมยังต้องการความสวยงามในตอนติดตั้ง (ไม่ว่าจะแขวน หรือตั้งโต๊ะ) ทำให้รุ่นนี้ได้กล่อง One Connect Box ศูนย์รวมช่องต่อมาด้วย โดยช่องต่อทั้งหมดมีดังนี้

ช่องต่อของ The Frame QA85LS03D

  • HDMI x 4 (HDMI 2.1 ช่อง 4, HDMI 2.0 x 3)
  • Optical Digital
  • Antenna
  • LAN
  • Wi-Fi 5
  • Bluetooth 5.2
One Remote สีขาว

มีอะไรใหม่ใน The Frame 2024

ก่อนจะไปดูว่าจุดเด่นไฮไลท์ที่เพิ่มเข้ามาใหม่ของ The Frame 2024 ก็ขอบอกจุดเด่นเดิมที่มีอยู่ก่อนแล้วให้คนที่เพิ่งจะสนใจ The Frame หรือที่ยังไม่เคยรู้มาก่อนให้ได้รู้กัน 

  • จอผิวด้าน ลดแสงสะท้อน
  • ใช้เทคโนโลยี QLED ขอบเขตสีกว้าง
  • กรอบทีวีทันสมัย เลือกสีได้ตามใจ
  • ฟีเจอร์ Q-Symphony เอาพลังเสียงของทีวี และลำโพงซัมซุงภายนอกมารวมกัน
  • มี Motion Sensor ตรวจจับการเคลื่อนไหว เหมาะกับคนที่จะเอาทีวีไปโชว์ เวลามีคนผ่านก็ค่อยแสดงผลขึ้นมา พอไม่มีคนอยู่บริเวณนั้น จอก็จะดับลงโดยอัตโนมัติ

ส่วนสิ่งใหม่ที่เพิ่มเข้ามา คือ Art Streams, มีพาร์ทเนอร์เพิ่มขึ้น ทั้งสองส่วนนี้ทำให้ผู้ใช้สามารถเลือกภาพที่จะใช้แสดงได้มากขึ้น และกรณีเปิดใช้งาน Art Mode บนทีวี The Frame ขนาด 55” ขึ้นไป จะมีการปรับอัตรารีเฟรชเรตลงจาก 120Hz > 60Hz  สาเหตุที่มีการปรับรีเฟรชเรตลง เพราะในโหมดนี้ไม่ได้ต้องการ Hz สูงอยู่แล้ว และพอ Hz ลดลงก็จะช่วยส่งผลเรื่องการประหยัดพลังงานเพิ่มมากขึ้น โดย Samsung เคลมว่าสามารถช่วยประหยัดพลังงานไปได้ 10% จากของเดิม

พวกชิ้นงานภาพต่าง ๆ มีให้เราเลือกชม เลือกแสดงได้เยอะขึ้นมาก เพียงแต่ว่าการจะเอาภาพเหล่านี้มาโชว์ขึ้นได้ จะต้องเสียค่าสมัครสมาชิกก่อน ในราคา 170 ต่อเดือน หรือถ้าจะเอาคุ้มก็สมัครรายปีไปเลยในราคา 1,700 บาท แต่ถ้าใครไม่อยากเสียค่าสมาชิก เขาก็มีเซทภาพฟรีมาให้ด้วยนะ เพียงแต่จะมีให้เลือกน้อย หรือว่าจะรูปของเราเองขึ้นมาโชว์ก็ได้

อีกจุดที่ดีมากคือ The Frame 2024 ผ่านมาตรฐาน Pantone Validate ArtfulColor การผ่านมาตรฐานนี้หมายถึงการแสดงสีสันของตัวเครื่องมีความถูกต้อง เที่ยงตรงตามการ์ดสีตัวอย่าง และตามมาตรฐานของระบบ Pantone ทำให้ผู้ใช้มั่นใจได้ว่าอย่างน้อยทีวีรุ่นนี้ก็มีสีสันที่เที่ยงตรงมากพอจะใช้งานได้เลย โดยที่ไม่ต้องหานักปรับภาพมาปรับให้อีกที

Picture

The Frame 2024 จะเป็น QLED TV ความละเอียด 4K พาเนล VA คุณภาพสูง ที่แม้ว่าจะมองจากมุมด้านข้างสีสันก็แทบจะไม่ดรอปเลย ผิวจอ ยังคงเป็นแบบด้าน ช่วยลดแสงสะท้อนของแสงแวดล้อม เอาความจริงถ้าอยู่ในห้องที่คุมแสงได้ แล้ววาง The Frame คู่กับรูปทั่วไป หากไม่ได้จ้องแบบจับสังเกตจริง ๆ เราแทบจะหาความแตกต่างไม่ได้ว่านี่คือทีวีนะ ถือว่า Samsung ประสบความสำเร็จในการทำทีวีแบบนี้ออกมาได้ ซึ่งพอเป็นจอด้านแบบนี้สไตล์ภาพของ The Frame จึงจะไม่ได้พุ่ง แวววาว แต่จะออกแนวสบายตา ดูธรรมชาติ เหมาะกับการดูเป็นระยะเวลานาน อีกทั้งถ้าเกิดว่าเราปิดไฟมืดสนิท ดูบนจอใหญ่ 85″ แบบนี้ ก็ได้อารมณ์ดูภาพแบบน้อง ๆ โรงหนังเลย

The Frame เป็น 4K QLED TV ( Quantum Dot LED TV ) ทีวีที่เสริมด้วยเทคโนโลยี Quantum Dot ที่ช่วยให้ทีวีสามารถแสดงขอบเขตสีได้กว้างมากขึ้น อย่างตอนที่ทางเราได้ใช้เครื่องมือในการปรับภาพวัดค่าขอบเขตสีของตัวเครื่อง ก็ได้ค่าออกมาที่ 92.9% ของมาตรฐาน DCI-P3 ส่วนค่าความสว่างสูงสุด หรือ Peak Brightness จะอยู่ที่ราว 490 Nits ถือเป็นความสว่างที่เพียงพอต่อในห้องนั่งเล่นทั่วไป ส่วนเรื่องสีสันของ HDR หลังจากปรับภาพแล้วทุกอย่างก็เข้าที่เข้าทางขึ้น ค่าเฉลี่ยความผิดเพี้ยนของสีสัน/Color Space Avg dE อยู่ที่ 2.8 ส่วนค่าเฉลี่ยความผิดเพี้ยนสมดุลแสงขาว/Grayscale Avg dE อยู่ที่ 2.4 ซึ่งค่านี้ยิ่งน้อยเท่าไหร่ก็ยิ่งดีมากขึ้นเท่านั้น

อีกจุดที่ไม่ชมก็คงไม่ได้เพราะทำได้ดี คือความเที่ยงตรงของสีสันเวลาเปิดคอนเทนต์แบบ SDR ที่ให้ค่าอุณหภูมิสีอยู่ที่ 6706K ในโหมดภาพอย่าง Movie/Filmmaker Mode เรียกได้ว่าแกะกล่องเปิดเครื่องมาก็ใช้ได้เลย ฉะนั้นใครอยากดูภาพอุณหภูมิสีตรงหน่อย ก็แนะนำให้ใช้โหมดภาพนี้ แล้วพอผ่านการปรับภาพ ก็สามารถจูนสีต่าง ๆ ให้เข้าที่ได้ไปอีกจนได้ค่าอุณหภูมิที่ 6545K (ใกล้เคียงอุดมคติ 6500K) เว้นแต่เราจะอยากดูภาพสด ๆ ป๊อบ ๆ หน่อย ก็สามารถใช้โหมด Vivid ได้

ด้านตัวช่วยเรื่องภาพเคลื่อนไหว รุ่นนี้ก็ใส่มาให้ด้วย ต้องบอกก่อนว่าหากไม่ได้เจอฉากที่แพนภาพเร็ว ๆ ตัวเครื่องเอาอยู่ระดับหนึ่งอยู่แล้ว หากใครอยากได้ความเป็นธรรมชาติ ไม่ต้องเปิดก็ได้ แต่ถ้าอยากได้ภาพเคลื่อนไหวที่ดูลื่นขึ้นมา และคมขึ้นมาหน่อย ก็จะต้องเปิดใช้ฟีเจอร์นี้ (Motion Plus) จากเท่าที่ลอง ปรับค่า Blur Reduction สักระดับ 7 และ Judder Reduction สักระดับ 4 ถือว่ากำลังดี ไม่ดูลื่นหลอกตาไป ภาพเคลื่อนไหวยังคงเป็นธรรมชาติอยู่

สำหรับใครที่จะเอาเครื่องนี้ไปต่อเล่นเกม ขอแนะนำว่าให้ต่อกับช่อง HDMI 4 เพราะช่องนี้เป็น HDMI เวอร์ชัน 2.1 รองรับสัญญาณภาพสูงสุดอยู่ที่ 4K 120Hz (ที่ช่องนี้จะมีโลโก้รูปจอยเกมอยู่ด้วย) เกมไหนที่รองรับ 120Hz ก็จะได้เล่นเกมกันแบบลื่น ๆ แน่นอนว่าตัวเครื่องมีฟีเจอร์ Game Bar มาให้ด้วย ฟีเจอร์นี้เป็นฟีเจอร์ที่ให้ผู้ใช้เล่นเกมได้ง่ายขึ้น ไม่ว่าจะเป็นโหมดภาพในการเล่นเกมโดยเฉพาะ, เป้าเล็งจำลอง หรือตัวช่วยภาพเคลื่อนไหวในการเล่นเกม เป็นต้น ซึ่งถ้าหากเปิดใช้งานเกมโหมด ค่า Input Lag ก็ถือว่าต่ำมาก อย่าง 60Hz ทำได้อยู่ที่ราว 12.3ms ขณะที่ 120Hz จะทำได้ 4.9ms เท่านั้น

Sound

ลำโพงของ QA85LS03D หรือ The Frame 2024 ในขนาด 85 นิ้ว มีจำนวน 2.0.2 แชนแนล กำลังขับรวม 40 วัตต์ ถ้าพูดในแง่ของพลังเสียง ถือว่าเพียงพอ ครอบคลุมกับห้องนั่งเล่นทั่วไปของคนส่วนใหญ่แล้ว เนื้อเสียงของลำโพงไม่หนา ไม่บางจนเกินไป โดยส่วนตัวแล้ว ผู้เขียนชอบโหมดเสียง Movie มากที่สุด เพราะได้เสียงเบสเพิ่มขึ้นมาหน่อย ทำให้เสียงกลมกล่อมขึ้น

นอกจากทีวีแล้ว ปีนี้ Samsung ยังเพิ่มสินค้าใหม่ที่เข้ามาจับคู่กับทีวี The Frame ได้อย่างลงตัวด้วย นั่นก็คือ Music Frame ลำโพงกรอบรูปที่เราสามารถนำภาพถ่ายมาใส่เข้าไปได้ ดูเผิน ๆ แล้วอย่างกับกรอบรูปธรรมดา ๆ แต่ความจริงคือลำโพงที่มีคุณภาพเสียงที่ดีมาก (ผิดกับขนาดตัวลิบ) แถมยังนำมาใช้งานร่วมกับทีวีได้อย่างลงตัวผ่านฟีเจอร์ Q-Symphony ที่เป็นการผสานพลังเสียงกันระหว่าง The Frame + Music Frame ทำให้ได้พลังเสียงที่เต็มอิ่ม เต็มอรรถรสมากกว่าเดิม โดยเฉพาะเสียงแวดล้อม เสียงบรรยากาศด้านข้าง รวมถึงเสียงเบสนี่เห็นได้ชัดเจนมากที่สุด ทำให้ตอนที่เราดูหนัง ฟังเพลงแล้วสนุกขึ้นเยอะ ซึ่งในรีวิวนี้เราก็ได้แทรกเจ้าตัว Music Frame ให้ทุกคนดูกันแอบ ๆ มาแล้วตั้งแต่ต้นรีวิวเลย 🙂 เดี๋ยวจะขยายภาพให้เห็นเต็ม ๆ ที่ด้านล่าง

กรอบรูปด้านข้าง ก็คือ Music Frame นั่นเอง !
หน้าตาเต็ม ๆ ของลำโพง Music Frame สามารถเปลี่ยนรูปด้านในได้ด้วย

Tizen OS

เป็นทีวีของ Samsung ก็จะต้องมาคู่กับระบบปฏิบัติการ Tizen OS ในปีนี้ Samsung มีการปรับยูสเซอร์อินเตอร์เฟซเล็กน้อย และจัดหมวดหมู่ของแอปฯ ที่อยู่ในหมวดหมู่เดียวกันได้เป็นระเบียบเรียบร้อยมากขึ้น ด้วยการเพิ่มเมนูอย่าง Daily+ ที่เป็นการรวมเอาหน้าของ SmartThings และ Workspace ไว้ด้วยกัน ที่หน้านี้ก็จะโชว์อุปกรณ์ต่าง ๆ ที่เชื่อมต่อเข้ากับทีวีไว้ รวมถึงตัวเสริมในการทำงานอย่าง Samsung DEX, Microsoft 365 Office เป็นต้น

ส่วนหน้าหลักก็ยังคงดูใช้งานง่ายเหมือนเคย จัดกลุ่มแอปฯ พลิเคชันไว้ด้านบน ทั้งแอปฯ ที่เคยใช้งานล่าสุด หรือแอปฯ ที่ดาวน์โหลดและติดตั้งไว้บนเครื่อง และเมื่อเลื่อนลงมาก็จะเป็นคอนเทนต์แนะนำของแต่ละแอปฯ ที่เราได้ติดตั้งไว้ พวกแอปฯ สตรีมมิ่งหลัก ๆ ที่เราใช้ดูกันเป็นประจำอย่าง YouTube, Netflix, Apple TV, Amazon Prime Video, TikTok, Viu มีครบครัน สามารถดาวน์โหลดมาใช้งานได้เลย และยังมีแอปฯ อื่น ๆ ให้ดาวน์โหลดอีกบนสโตร์

ตัวเครื่องรองรับการสั่งงานด้วยเสียงผ่าน Bixby ด้วย คือถ้าว่ากันตามตรง เราได้เห็นพัฒนาการของการสั่งงานด้วยเสียงของ Bixby มาตลอด จากเดิมที่แรก ๆ ยังจับภาษาไทยได้ไม่ค่อยดี ทุกวันนี้สามารถบอกได้ว่าสามารถรับคำสั่งเสียงภาษาไทยได้เป็นอย่างดี ให้เพิ่มเสียง ลดเสียง เปิดแอปฯ ต่าง ๆ ก็ทำได้เลยแบบไม่ติดขัด

รองรับ AirPlay ด้วยนะ

สรุป

ข้อดีของ The Frame 2024 (QA85LS03D)

  • เป็นทั้งทีวี และเฟอร์นิเจอร์ในตัว
  • มีกรอบให้เลือกหลากหลาย เพียงพอต่อการตกแต่งบ้านหลายแบบ
  • ขาตั้งปรับตำแหน่งได้ มีความยืดหยุ่น
  • จอผิวด้านลดแสงสะท้อน
  • Art Mode ประหยัดพลังงานมากกว่าเดิม
  • ผ่านมาตรฐาน Pantone Validate
  • ถึงจะเป็นทีวีกลุ่ม Lifestyle แต่คุณภาพของภาพก็ยังคงดีอยู่
  • แถมขาแขวนผนังมาให้เลยในกล่อง

ข้อจำกัดของ The Frame 2024 (QA85LS03D)

  • ได้ HDMI 2.1 เพียง 1 ช่อง
  • ภาพฟรีที่ใช้แสดงใน Art Mode ไม่ได้มีให้ใช้มากนัก แต่ก็สามารถใช้ภาพของเราเองจาก USB Flash Drive มาแสดงได้
  • กรอบจอ ไม่ได้แถมมาให้ แต่บางครั้งก็มีโปรโมชันแถม ต้องคอยเช็คให้ดี

Samsung The Frame 2024 ขนาด 85 นิ้ว ราคาเปิดตัว 129,990 บาท รับประกัน 3 ปี

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม : https://bit.ly/49eSAQ2

สำหรับคนที่กำลังมองหาทั้งทีวี และเฟอร์นิเจอร์ในเครื่องเดียวกัน รวมไปถึงคิดคำนึงความสวยงามภายในบ้าน The Frame TV คือคำตอบที่น่าจะตรงใจที่สุดแล้วในเวลานี้ และถ้าจะให้แนะนำกันจริง ๆ คนที่ซื้อ The Frame ไป ขอแนะนำว่าควรแขวนผนังจะดีกว่า เพราะจะดูสวยกว่าใช้ขาตั้งแบบเยอะกว่ากันมาก หรือถ้าใครไม่สะดวกแขวนจะลองหางบ ซื้อขาตั้งแบบ Studio Stand มาก็จะสวยไปอีกแบบ (ภาพประกอบด้านล่าง)