15 Aug 2021
Review

รีวิว Toshiba Z770 4K Android TV ตัว Top จัดเต็มสเปคทั้งภาพและเสียง !!!


  • TopZaKo
รับชมรีวิวแบบวีดีโอที่ด้านบนนี้ได้เลย

“Toshiba นำสิ่งที่ดีสู่ชีวิต”

เป็นเวลากว่า 69 ปี แล้วที่ Toshiba ได้เปิดตัวทีวีหน้าจอขาวดำครั้งแรกในปี 1952 และได้ทำการพัฒนาเทคโนโลยีต่างๆ มาจนถึงปัจจุบัน โดยยึดถือปรัชญาที่ว่า TOSHIBA Truth ซึ่งคำว่า Truth นั้นก็แปลว่า ถูกต้องหรือสมจริง เรียกง่ายๆ ว่าต้องการพัฒนาทีวีที่สามารถให้ภาพและเสียงได้สมจริงตามที่ผู้ผลิตภาพยนตร์หรือรายการต่างๆ ต้องการให้เราเห็นนั่นเอง

ถ้าใครสังเกตุจะเห็นได้ว่าในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาที่วงการทีวีในบ้านเรามีการแข่งขันทางด้านราคากันสูงมาก จะเห็นว่าทีวีจากทาง Toshiba ก็ได้ห่างหายไปจากวงการมาสักระยะหนึ่ง แต่ในปี 2021 นี้ ทาง Toshiba ได้กลับมาอีกครั้งพร้อมกับ 4K LED TV ระดับเรือธงรุ่นใหม่ล่าสุดในชื่อว่า Z770 ที่จัดเต็มสุดๆ ทั้งเรื่องสเปคด้านภาพ เสียง ฟีเจอร์สำหรับการเล่นเกม แถมยังมีระดับราคาที่อยู่ในขั้นที่เอื้อมถึงได้ และบอกได้เลยว่าทีวีรุ่นนี้ให้สเปคจัดเต็มมากที่สุดรุ่นหนึ่งในท้องตลาด ณ เวลานี้เลย จะมีอะไรที่น่าสนใจอีกบ้างตามมาอ่านในรีวิวกันได้เลยครับ

ภาพ เสียง ลูกเล่นต่างๆ จัดเต็มไม่มีกั๊ก

สเปคคร่าวๆ ของ Toshiba Z770

  • มีด้วยกัน 2 ขนาดหน้าจอ ได้แก่ 55 นิ้ว และ 65 นิ้ว
  • ความละเอียดภาพแบบ 4K พร้อมเทคโนโลยี Quantum Dot
  • ใช้หลอดไฟ Backlight แบบ Full Array Local Diming
  • รองรับมาตรฐานภาพขั้นสูงแบบครบครันทั้ง Dolby Vision IQ, HDR 10+ และ Imax Enhanced (IMAX Mode)
  • รองรับฟีเจอร์ด้านการเล่นเกม อย่าง 4K HDR 120Hz VRR และ ALLM
  • ลำโพงระบบเสียง 2.1 Ch ให้กำลังขับ 80W
  • ใช้ระบบปฏิบัติการ Android TV เวอร์ชั่น 10.0
  • มีแอปฯ ยอดนิยมอย่าง Netflix, YouTube, Apple TV และ Disney + hotstar
  • รับประกัน 3 ปี

ราคาของ Toshiba Z770

ขนาดหน้าจอ 55 นิ้วอยู่ที่ 46,999 บาท ช่วงโปรโมชั่นราคาพิเศษอยู่ที่ 36,999 บาท

ขนาดหน้าจอ 65 นิ้วอยู่ที่ 59,999 บาท ช่วงโปรโมชั่นราคาพิเศษอยู่ที่ 46,999 บาท

สั่งซื้อ : https://shp.ee/wmgdjns

ดีไซน์และการออกแบบ

ด้านหน้าของ Toshiba Z770

ต้องบอกก่อนเลยว่า Toshiba Z770 เครื่องนี้ ได้รับทั้งการออกแบบดีไซน์ รวมถึงปรับจูนภาพและเสียง จาก Toshiba laboratory ณ ประเทศญี่ปุ่น ทุกขั้นตอนหมดเลย ดังที่ภาษาอังกฤษใช้คำว่า Designed in Japan และ Fine tune in Japan นั่นเอง โดยเครื่องที่ผมได้มารีวิวจะเป็นขนาดหน้าจอ 55 นิ้ว

ตัวเครื่อง โดยรวมจะมาในโทนสีดำเทาออกแบบมาในสไตล์มินิมอล เน้นความเรียบง่าย แต่ก็ยังคงดูหรูหรา ตัวหน้าจอจะมาในดีไซน์แบบไร้ขอบ บริเวณด้านล่างจะเป็นที่อยู่ของลำโพง, มีโลโก้แบรนด์ Toshiba อยู่ที่ด้านซ้ายมือ, บริเวณตรงกลางจะเป็นไมโครโฟนสำหรับใช้งาน Google Assistant พร้อมสวิตซ์ เปิด/ปิด, ด้านขวาจะเป็นไฟแสดงสถานะ ของตัวเครื่อง

บริเวณฐาน ของตัวเครื่องจะใช้วัสดุเป็นโลหะแบบเดียวกับบริเวณแผงลำโพงที่ด้านล่างของตัวเครื่อง ที่มีความมั่นคงแข็งแรงประหยัดพื้นที่ในการวาง

ด้านข้างของตัวเครื่อง

ด้านข้าง ของตัวเครื่องถือว่ามีความหนาในระดับหนึ่งเนื่องจาก Toshiba Z770 เครื่องนี้ใช้หลอดไฟ LED Backlight แบบ Full Array Local Diming ที่สามารถคุมระดับความดำได้ดีกว่าทีวีทั่วไปที่เป็น Backlight แบบ Edge LED

ด้านหลัง จะมีช่องระบายอากาศที่ด้านบนกับด้านล่าง, มีสายไฟแบบติดเครื่อง, มีช่องเชื่อมต่อต่างๆ ที่จะกล่าวในส่วนถัดไป,  มีปุ่มสำหรับควบคุมตัวทีวีแบบจอยสติ๊ก และที่เราเห็นลักษณะเหมือนดอกลำโพงสีเงินจำนวน 2 ดอก นั่นคือ Passive Radiators ส่วนหนึ่งของพลังเสียงสำหรับทีวีเครื่องนี้โดยจะเจาะลึกรายละเอียดอีกครั้งในส่วนของเสียงครับ

รีโมทที่มาพร้อมกับทีวี

รีโมท มาในสีทูโทนแบบเดียวกับตัวเครื่องของทีวีตอนปิดอยู่ จับถนัดมือ ปุ่มต่างๆ ก็ให้มาแบบครบครัน มีปุ่มลัดเข้าสู่แอปฯ ยอดนิยม ที่ด้านล่างของตัวเครื่อง และมีปุ่มสำหรับเรียกใช้ Google Assistant พร้อมไมโครโฟนรับเสียงของเราอยู่ที่ด้านบนของรีโมทด้วย

ปุ่ม Google Assistant อยู่บริเวณตรงกลางของรีโมท

ช่องเชื่อมต่อ

ช่องต่อของ Toshiba Z770 เรียกว่าให้มาแบบจัดเต็มพอสมควรเลยครับ โดยจุดเด่น ก็คือช่องต่อ HDMI เวอร์ชั่น 2.1 จำนวน 2 ช่อง รองรับการส่งสัญญาณภาพสูงสุดที่ 4K HDR 120Hz พร้อมรองรับการส่งสัญญาณเสียงย้อนกลับเข้าที่เครื่องเสียงหรือลำโพง Soundbar อย่าง eARC อีกด้วย, รองรับการเชื่อมต่อ Internet ผ่าน Wi-Fi 2.4/5 GHz, รองรับการเชื่อมต่อ Bluetooth ส่วนรายละเอียด และช่องต่ออื่นๆ จะมีอะไรบ้างมาดูกันครับ

ช่องต่อบริเวณด้านข้าง

  • HDMI In 4 ช่อง แบ่งเป็น HDMI 2.1 (รองรับ 4K 120Hz ที่ช่อง 3 และ 4) จำนวน 2 ช่อง และ HDMI 2.0 (รองรับ 4K 60Hz ที่ช่อง 1 และ 2) จำนวน 2 ช่อง โดยจะรองรับฟีเจอร์ eARC ที่ช่อง HDMI 3 ครับ
  • USB 2 ช่อง แบ่งเป็น 3.0 และ 2.0 อย่างละ 1 ช่อง
  • Antenna ช่องเสียบสายอากาศสำหรับ Digital TV
  • Headphone 3.5 มม. หรือช่องเสียบหูฟัง
  • AV In แบบ 3.5 มม.

ช่องต่อบริเวณด้านหลัง

  • ช่อง Lan สำหรับเชื่อมต่อ Internet แบบสาย
  • Optical Out
  • ช่องสำหรับบริการ Service